ความรุนแรงในครอบครัว : “ผมไม่กล้าเลิกแฟนเพราะกลัวเธอจะฆ่าผม”

ความรุนแรงในครอบครัว : “ผมไม่กล้าเลิกแฟนเพราะกลัวเธอจะฆ่าผม” – BBCไทย

คำเตือน : บทความนี้มีเนื้อหาที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ

เล็กซ์ สกีล อายุ 22 ปี

ผมไม่มีวันลืมตอนที่ จอร์แดน แฟนสาวของผมเทน้ำเดือด ๆ ใส่ผม ตอนนั้นเธอต้อนผมจนมุมที่ห้องหนึ่งในบ้านที่เราอยู่ด้วยกันในมณฑลเบดฟอร์ดเชียร์ โดยถือกาต้มน้ำที่กำลังเดือดอยู่ในมือ

ตอนนั้นเราอยู่กินกันมา 3 ปี และสิ่งที่เริ่มขึ้นจากเรื่องเล็ก ๆ เช่น เธอบอกไม่ให้ผมใส่เสื้อผ้าสีเทาหรือเธอไม่ชอบทรงผมของผม ได้กลายเป็นการทำร้ายร่างกายอย่างต่อเนื่องตลอด 9 เดือน ผมกลัวเธอมาก

ผมยังเห็นภาพน้ำเดือดหยดแรกที่ตกใส่ผิวของผม เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นราวกับภาพสโลว์โมชั่น หลังจากนั้นผิวหนังของผมก็หดย่นเพราะความร้อน มันเป็นความเจ็บปวดที่ผมไม่เคยรู้สึกมาก่อน

Alex Skeel
BBC Three/Century Films

ผมขอให้เธอปล่อยผมลงแช่ตัวในอ่างอาบน้ำที่เต็มไปด้วยน้ำเย็น มันเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดออกว่าจะช่วยหยุดอาการไหม้ได้ ซึ่งเธอก็ยอมให้ผมลงแช่ตัว และทันใดนั้นความเจ็บปวดได้บรรเทาลงในทันที คุณคิดไม่ถึงหรอกว่ามันเป็นความรู้สึกวิเศษเพียงใดที่ได้แช่ตัวลงในน้ำเย็นจัดหลังจากสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นความรู้สึกดีที่สุดในโลก จากนั้นเธอสั่งให้ผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ ไม่อย่างนั้นเธอจะทำสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดอีกครั้ง

ถ้าผมเริ่มร้องคร่ำครวญว่าเจ็บปวด เธอจะบอกว่า “กลับลงอ่างสิ” จากนั้นเธอจะทำแบบเดิมแล้วให้ผมขึ้นจากอ่างอาบน้ำ มันคือการเล่นเกมปั่นหัวของเธอ เธอต้องการควบคุมชีวิตผมในทุก ๆ ด้าน ผมจำได้ว่านอนแช่น้ำในสภาพเปลือยเปล่า ผมดูราวกับกำลังอยู่ในเตาอบ ผิวหนังเริ่มหลุดลอกออกมา มันน่ากลัวมาก ๆ

A still from the abused by my girlfriend documentary showing shadows of a couple through window

BBC Three/Century Films

ตัวเลขล่าสุดจากการสำรวจปัญหาอาชญากรรมในอังกฤษและเวลส์ พบว่าเมื่อปีที่แล้ว มีผู้ใหญ่อายุ 16-59 ปี ราว 2 ล้านคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ในจำนวนนี้กว่า 1 ใน 3 เป็นผู้ชาย

นอกจากนี้ยังประเมินว่า ราว 1 ใน 5 ของวัยรุ่น ถูกคู่รักทำร้ายร่างกาย และปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าที่คนส่วนใหญ่รับรู้ โดยข้อมูลจากตำรวจในอังกฤษและเวลส์เผยให้เห็นว่า เมื่อปี 2017 ผู้ชายตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในครอบครัวเกือบ 150,000 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าของตัวเลขในปี 2012

ข้อมูลจากองค์กรการกุศล ManKind Initiative ยังพบว่า จำนวนที่พักพิงฉุกเฉินสำหรับเหยื่อความรุนแรงในครอบครัวนั้น มีไม่ถึง 1% ที่จัดไว้รองรับผู้ชาย และในกรุงลอนดอนก็ไม่มีที่พักพิงลักษณะนี้ไว้ให้ผู้ชายเลย

Alex and Jordan

BBC Three/Century Films
อเล็กซ์กับจอร์แดน ที่ดูภายนอกไม่ต่างจากคู่รักทั่วไป

จอร์แดน เวิร์ธ และผมมีอายุ 16 ปีตอนที่เราพบกันครั้งแรกในวิทยาลัยเมื่อปี 2012 เธอเรียนดีมากและได้รับเลือกให้เข้าเรียนด้านวิจิตรศิลป์ที่มหาวิทยาลัยฮาร์ตฟอร์ดเชียร์ เธออยากเป็นครู

ในช่วงเดือนแรก ๆ ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี เรามีช่วงเวลาดี ๆ และทำสิ่งต่าง ๆ ที่คู่รักทั่วไปทำ เช่น การไปดูหนัง และการเดินเล่นด้วยกัน มันเป็นเรื่องแปลกใหม่ที่ผมได้บอกเพื่อน ๆ ว่าผมมีแฟนแล้ว

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้น ก็เกิดเรื่องแปลก ๆ ขึ้น ตอนนั้นมันดูเหมือนแค่พฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ พ่อแม่ผมออกเงินให้ผมกับจอร์แดนไปดูละครเวทีเรื่องเดอะไลอ้อนคิงในลอนดอน แต่จู่ ๆ จอร์แดนกลับหายไป พวกเราตามหาเธอกันให้วุ่น จนไปพบเธอรออยู่ที่ส่วนต้อนรับของโรงละคร และหัวเราะชอบใจใหญ่ มันประหลาดมาก แต่พอมองย้อนกลับไป ผมคิดว่ามันเป็นวิธีการทำให้ผมตกใจและให้ผมเป็นห่วงเธอเพื่อรั้งผมไว้กับเธอ

จากนั้นไม่นาน จอร์แดนก็เริ่มกีดกันไม่ให้ผมติดต่อกับเพื่อนฝูงและครอบครัว ด้วยการห้ามผมไปพบและควบคุมบัญชีเฟซบุ๊กของผม ซึ่งเป็นรูปแบบของความรุนแรงในครอบครัวที่พบได้บ่อย มันทำให้ผมไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร

Alex with his mother and twin brother

BBC Three/Century Films
ภาพอเล็กซ์ฉลองวันเกิดปีที่ 18 กับแม่และลุค คู่แฝดของเขา

เธอเริ่มไม่ให้ผมกินอาหาร ทำให้ผมน้ำหนักลดลงอย่างมาก ผมพยายามท้าทายพฤติกรรมของเธอ แต่เธอกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเป็นตัวปัญหา ผมรู้ว่ามันไม่ใช่ความผิดผม แต่เธอโน้มน้าวใจจนผมเชื่อตาม และลงเอยด้วยการถามตัวเองว่า “ผมทำอะไรผิดไป”

เวลาที่เธอบอกว่า “ฉันไม่ชอบสีเทา” หรือ “ฉันไม่ชอบรองเท้าคู่นั้น” ผมจะคิดว่า “โอเค ผมจะไม่ใส่มัน เพราะผมอยากเอาใจเธอ” ในความเป็นจริง เธอกำลังทำให้ผมเป็นในสิ่งที่เธอต้องการ มันทำลายความมั่นใจในตัวเองของผม มันเป็นการต่อสู้ที่คุณไม่มีวันชนะ และมันน่าท้อใจมาก

เรามีลูกด้วยกัน 2 คน และผมได้แต่หวังว่าจะมีบางอย่างเปลี่ยนไป แน่นอนว่าลูก ๆ ที่ยังเล็กอยู่จะต้องเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เธอจะไม่ได้ทำร้ายพวกเขาโดยตรง แต่ผมกลัวอยู่เสมอว่า ถ้าผมไปจากเธอ เธอจะหันไปทำร้ายลูกแทน ผมจึงจำใจอยู่ต่อ

แน่นอนว่าผมมีช่วงเวลาดี ๆ กับจอร์แดน ช่วงเวลาที่ผมมีความสุข เวลาที่เราหัวเราะและสนุกด้วยกัน มันไม่ใช่ฝันร้ายตลอดเวลา และผมอยากพยายามให้ความสัมพันธ์นี้ไปรอด เพราะสุดท้ายผมก็รักเธอ

มันกินเวลา 18 เดือนจากการทำร้ายจิตใจมาเป็นการทำร้ายร่างกาย มันเริ่มขึ้นตอนที่เธอนอนโดยมีขวดวางไว้ข้างตัว เธอกล่าวหาว่าผมนอกใจโดยการพูดคุยและส่งข้อความหาหญิงอื่น ซึ่งมันไม่เป็นความจริงเลย เธอมักจะอ้างว่าได้รับข้อความจากคนนั้นคนนี้ แต่ตอนหลังผมพบว่าเธอกุเรื่องขึ้นมา จากนั้นเธอจะรอให้ผมหลับ แล้วใช้ขวดฟาดที่หัวของผม แล้วถามว่า “เธอกำลังคิดอะไรอยู่”

An x-ray of Alex's mouth showing his broken teeth

BBC Three/Century Films
ฟิล์มเอกซเรย์ช่องปากของอเล็กซ์ เผยให้เห็นร่องรอยฟันหัก

พอผ่านไปได้ระยะหนึ่งมันถึงจุดที่ผมไม่รู้สึกเจ็บอีกต่อไป ผมชินกับความเจ็บปวดมาก แทบจะไม่รู้สึกอะไรอีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงเพิ่มระดับและหาวิธีทำร้ายผมที่หนักขึ้น หลังจากขวดแก้วก็เปลี่ยนเป็นค้อน และเป็นอะไรก็ตามที่เธอหาได้

ครั้งหนึ่งเธอใช้สายชาร์จแล็ปท็อป โดยพันสายไฟไว้ที่ข้อมือแล้วฟาดปลั๊กไฟส่วนที่เป็นหัวเสียบลงที่หัวของผม เลือดเริ่มไหลทะลักออกมา ผมร้องว่า “ช่วยผมที” และมองจอร์แดนเดินขึ้นบันไดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ เธอพูดว่า “ทำไมไม่ไปตายซะล่ะ ไม่มีใครห่วงเธออยู่แล้ว”

ในที่สุด จอร์แดนก็เริ่มใช้มีด เธอเฉือนผม ครั้งหนึ่งมันเกือบโดนเส้นเลือดใหญ่ที่ข้อมือผม จากนั้นก็เป็นน้ำเดือด มันทำให้ผมมีแผลไฟไหม้ระดับที่ 3 เมื่อใดก็ตามที่ผมเริ่มชินชากับความเจ็บปวด เธอจะเพิ่มระดับความรุนแรง ซึ่งขั้นต่อไปหลังจากน้ำร้อนลวกก็คงจะเป็นความตาย

A kettle on a kitchen surface

BBC Three/Century Films
กาต้มน้ำร้อนที่จอร์แดนใช้ทำร้ายอเล็กซ์

แน่นอนว่าผมกลัวจอร์แดน และสิ่งที่เธอจะทำ ตอนนั้นผมรู้สึกว่าถ้าผมบอกเรื่องนี้กับใครเธอจะฆ่าผมทิ้ง ดังนั้นเวลาที่ไปโรงพยาบาล ผมจะโกหกว่าผมสะดุดล้มแล้วหัวไปกระแทก หรือไม่ก็ถูกน้ำร้อนจากฝักบัวลวกผิวหนัง

เพื่อนบ้านเคยโทรแจ้งตำรวจ 2-3 ครั้ง ตอนที่พวกเขาได้ยินเสียงร้องตะโกน ซึ่งผมจะพูดแก้ตัวให้จอร์แดน มันไม่ใช่เรื่องดี แต่ผมทำเพื่อรักษาชีวิตตัวเอง เวลาที่ผมตาเขียวหรือมีรอยฟกช้ำ เธอจะใช้เครื่องสำอางกลบร่องรอย เพราะเธออยากปิดบังสิ่งที่เธอทำกับผม

ตอนนั้นผมรู้สึกว่าร่างกายกำลังจะหยุดทำงาน ผมน้ำหนักลดไป 31 กก. หมอบอกว่าถ้าช้ากว่านี้ 10 วันผมคงจะตาย เพราะผมไม่ได้กินอาหารมาเป็นเวลานานและอาการบาดเจ็บก็สาหัสมาก เรื่องทั้งหมดจบลงในปี 2018 ตอนที่ตำรวจมาที่บ้านเพื่อติดตามคดีและสอบปากคำผม และความจริงทั้งหมดก็ถูกเปิดเผย

ความรุนแรงในครอบครัว

BBC Three/Century Films
ภาพจากกล้องของตำรวจ เผยให้เห็นอเล็กซ์ในสภาพที่ได้รับความบอบช้ำทั้งทางร่ายกายและจิตใจ

ถ้าตำรวจไม่ยื่นมือเข้ามาในตอนนั้น ผมคงลงไปนอนในหลุมแล้วแน่นอน ผมโชคดีที่ร่องรอยบาดแผลและหลักฐานทั้งหมดมัดตัวจอร์แดนไว้แน่นหนา และทำให้เธอถูกจับกุมตัวไป

ผมคิดว่าแรงจูงใจของจอร์แดนมาจากความหึงหวงล้วน ๆ ผมเคยสนิทกับครอบครัวมาก และมีเพื่อนดี ๆ มากมาย แต่เธอกีดกันผมจากทุกคน เธอพรากผมจากทุกสิ่งที่ผมเคยมี ผมจำได้ว่าครั้งหนึ่งเธอพูดว่า “ฉันจะทำลายชีวิตเธอ”

ข้อมูลจากองค์กร ManKind Initiative ระบุว่า ในขณะที่ 1 ใน 6 ของผู้ชายตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว แต่มีเพียง 1 ใน 20 เท่านั้นที่กล้าขอความช่วยเหลือ

จอร์แดนไม่เคยแสดงความเสียใจ โดยตอนที่ตำรวจสอบปากคำนั้น แม้เธอจะทำท่าเหมือนสำนึกผิดในวิดีโอที่ตำรวจบันทึกไว้ แต่ผมคิดว่าเธอทำเช่นนั้นเพราะกลัวว่าจะถูกจับได้ว่าทำอะไรกับผม เธอยอมรับสารภาพในชั้นศาล ผมเชื่อว่าเพราะเธอยากได้รับการบรรเทาโทษ

Jordan being questioned by police

BBC Three/Century Films
จอร์แดนขณะถูกตำรวจสอบปากคำ

ผมไม่รู้ว่าจอร์แดนจะอ้างความชอบธรรมอะไรกับพฤติกรรมของเธอ ผมคิดว่าคนที่ใช้ความรุนแรงกับคนในครอบครัวทำมันลงไปเพราะรู้สึกดี เหมือนกับการใช้ยาเสพติด ที่ยิ่งพวกเขาเสพมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกว่าจะเอาตัวรอดได้มากเท่านั้น

ผมเคยได้ยินเรื่องความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้ชายก่อนที่ผมจะรู้จักกับจอร์แดน ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำมันคืออะไร แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน

ผมไม่ได้พยายามหนีออกจากสถานการณ์นี้ มันฟังดูตลก แต่มันไม่มีทางที่ผมจะออกมาได้เลย ที่สำคัญเรามีลูกด้วยกัน 2 คน ผมแค่หวังว่ามันจะหยุด ถ้าผมถูกตีน้อยลง 1 ครั้ง วันนั้นคือวันดีของผมแล้ว

สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือลูก ๆ คุณไม่ควรบอกใครให้ออกจากสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่คุณทำได้คือการพูดว่า “ถ้าคุณอยากคุยกับฉัน ฉันอยู่ตรงนี้”

Alex reunited with baby Iris after being discharged from hospital

BBC Three/Century Films
อเล็กซ์กับหนูน้อยไอริส ลูกสาว หลังเขาออกจากโรงพยาบาล

เมื่อเดือน เม.ย. 2018 จอร์แดนถูกตัดสินจำคุก 7 ปีครึ่ง เธอรับสารภาพว่ามีพฤติกรรมควบคุมและบีบบังคับคู่รัก ทำร้ายร่างกายและจงใจให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตอนที่ผมทราบข่าว ผมไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ ผมไม่สนใจกับอะไรอีกต่อไป ผมคิดว่าเป็นเพราะความบอบช้ำทางจิตใจที่ผมได้ประสบ ตอนที่ศาลมีคำพิพากษา ผมคิดเพียงว่า “นั่นมันยุติธรรมแล้ว” หลังจากนั้นผมรู้สึกโล่งใจ ราวกับได้ยกภูเขาออกจากอก ทันทีที่ผมรู้ว่าเธอถูกนำตัวขึ้นรถไปเรือนจำ มันเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่ผมรู้สึกสบายใจและไม่ต้องกังวลว่าจะมีเรื่องร้าย ๆ เกิดขึ้นอีก

ส่วนเด็ก ๆ ไม่ได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมเก็บข้อมูลและเอกสารทางกฎหมายต่าง ๆ ไว้ให้พวกเขาได้อ่านเมื่อโตพอจะเข้าใจ และผมจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้พวกเขาฟัง สิ่งที่ผมแคร์ทั้งหมดก็คือการที่วันหนึ่งลูก ๆ จะพูดว่า “พ่อทำดีแล้ว”

จอร์แดน เป็นผู้หญิงคนแรกในสหราชอาณาจักรที่ต้องเข้าคุกฐานมีพฤติกรรมควบคุมและบีบบังคับคู่รัก แสดงให้เห็นว่าทางการให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

ปัจจุบันยังคงมีมุมมองเชิงลบในสังคมที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าเปิดเผยเรื่องการตกเป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว และบ่อยครั้งที่ตำรวจไม่จริงจังกับปัญหาความรุนแรงต่อผู้ชาย ทำให้พวกเขามักถูกละเลยในการรณรงค์ต่อต้านปัญหาความรุนแรงในครอบครัว

A heart-shaped trinket saying 'home sweet home' hangs from a door in Alex's family home

BBC Three/Century Films
ในอนาคตอเล็กซ์อยากเปิดบ้านพักฉุกเฉินให้ผู้ชายที่ถูกทำร้ายแบบเขา

ผมไม่โง่พอที่จะคิดว่าผู้หญิงทุกคนเหมือนจอร์แดน แต่ผมยังไม่พร้อมจะเริ่มความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับใครอีกในตอนนี้ ผมอยากจะสนุกกับสิ่งที่ผมรักในวัยเด็กแต่ถูกจอร์แดนพรากไป และผมอยากช่วยองค์กรการกุศลที่ให้ความช่วยเหลือผู้ชายที่เป็นเหยื่อความรุนแรงในครอบครัว ในอนาคตผมอยากเปิดบ้านพักฉุกเฉินให้ผู้ชายที่ถูกทำร้ายแบบผม

บางครั้งผมคิดว่าเหตุผลหลักที่ผมยังมีชีวิตอยู่นั้นก็เพื่อทำหน้าที่รณรงค์ให้สังคมตระหนักกับปัญหานี้ ทำไมมีดถึงพลาดจุดสำคัญ และทำไมผมจึงไม่เคยกระโหลกร้าวแม้จะถูกทุบตีนับพันครั้ง มันต้องมีเหตุผลสำหรับเรื่องนี้ และเหตุผลก็คือการช่วยเหลือผู้คน ผมแค่อยากให้เหยื่อรายอื่น ๆ มีชีวิตที่ดีขึ้น

เรื่องนี้ได้รับการบอกเล่าผ่าน โซฟี เฮย์ด็อก

บทความก่อนหน้านี้หนุ่มสุดเวทนา เจ้าทุยร้องไห้เป็นเลือด โดนรถชนขาหัก นอนกระอัก! ปางตายริมถนน สลด
บทความถัดไปคาวัดทับกระดาน! จับระทึกเอเย่นต์ยานรกใช้วัดนัดส่งยาบ้า ซ้อนแผนรวบอีก2(คลิป)