เลือกตั้ง 2562 : หาเสียงชายแดนใต้ 3 ทนายมุสลิม แยกทางเดิน ชิงคะแนนเข้าสภาฯ

กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนาม "ทนายแวยูแฮ" / BBC THAI

เลือกตั้ง 2562 : หาเสียงชายแดนใต้ 3 ทนายมุสลิม แยกทางเดิน ชิงคะแนนเข้าสภาฯ – BBCไทย

การก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร ฆ่าเจ้าพนักงาน ระเบิด วางเพลิงเผาทรัพย์ ซึ่งมีโทษสูงสุด คือ ประหารชีวิต เป็นคดีส่วนใหญ่ที่ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ให้ความช่วยเหลือตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ที่เขาทำงานเป็นทนายความอาสาที่ จ.ยะลา

ตั้งแต่เหตุการณ์ไฟใต้ที่ลุกโชนเมื่อ ม.ค. 2547 เขาทำคดีความมั่นคงที่ชาวบ้านในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกรัฐบาลกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องหรือมีความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

แต่ตอนนี้ ในวัย 53 ปี อาดิลันผันตัวจากการว่าความมาสู่เส้นทางของนักการเมือง ด้วยการลงสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ยะลา พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งทำให้เขาถูกตั้งคำถามและเรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เหตุใดคนที่เคยทำงานภาคประชาสังคมช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน ถึงมาร่วมทางกับพรรคการเมืองที่ถูกมองว่าเป็นพรรค “ร่างทรง” ของทหาร

ทนายอาดิลัน

BBC THAI
อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ผันตัวจากการว่าความมาลงสมัคร ส.ส. ยะลา พรรคพลังประชารัฐ

“โดนด่าหนักกว่าเพื่อน” อาดิลันพูดพลางหัวเราะ เมื่อนึกถึง “สถานะใหม่” ของตัวเอง

ขณะที่เพื่อนทนายความมุสลิมอีกสองคน คือ อับดุลกอฮาร์ อาแวปูเตะ ลงสมัคร ส.ส. ปัตตานี ในนามพรรคภูมิใจไทย และ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส สังกัดพรรคประชาชาติ

เส้นทางใหม่ในการพิสูจน์ความยุติธรรมให้ประชาชน

ทั้งสามคนเริ่มจากการเป็นสมาชิกชมรมนักกฎหมายมุสลิมที่มี สมชาย นีละไพจิตร เป็นผู้ก่อตั้ง และต่อมาได้ร่วมกันก่อตั้งมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่ให้ความช่วยเหลือในคดีด้านความมั่นคงในจังหวัดชายแดนใต้ จึงไม่แปลกหากทนายกลุ่มนี้จะถูกหมายหัว เพราะรับคำร้องเรียนและให้ความช่วยเหลือในคดีที่ประชาชนถูกกล่าวหาว่าเป็น “ผู้ก่อความไม่สงบ”

ขณะที่พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ชาวบ้านที่ร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมาน ถูกใส่ร้าย หรือกลั่นแกล้งจากเจ้าหน้าที่ ภายใต้ “กฎหมายพิเศษ” ทั้งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎอัยการศึก ซึ่งนับจากปี 2548 มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับเรื่องร้องเรียนทั้งหมด 5,630 เรื่องแล้ว

เจ้าหน้าที่ตรวจระเบิดเอทีเอ็ม

Getty Images
เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตรวจสอบตู้เอทีเอ็มที่อยู่ติดกับร้านทองใน จ.นราธิวาส หนึ่งวันหลังจากที่มีการก่อเหตุในคืนวันที่ 20 พ.ค. 2561

การตั้งรับในทางคดีเพียงอย่างเดียวอาจไม่บรรลุเป้าหมายในการคุ้มครองสิทธิประชาชนอีกต่อไปในทัศนะของทนายความสามคนนี้

“ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เราสู้คดี เราทำหน้าที่แก้ต่างให้กับคนที่ถูกกล่าวหา ปัญหาก็ยังคงเดิม กฎหมายก็ยังคงใช้กับเรา จะไม่ดีกว่าหรือถ้าได้เข้าไปอยู่ข้างใน จะได้บอกกับเขา [รัฐบาล] ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ” อาดิลันกล่าวถึงเหตุผลที่เลือกอยู่กับพรรคที่เสนอหัวหน้าคณะรัฐประหารเป็นนายกฯ

“นี่คือเส้นทางที่เราจะนำไปสู่การอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชน”

หวังส่งเสียงให้ดังกว่าในศาล

ความคิดแบบเดียวกันนี้เกิดกับ กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนาม “ทนายแวยูแฮ”

“ผมเชื่อว่าถ้ายังอยู่ในวิชาชีพทนายความ สุดท้ายมันก็จบแค่ห้องพิจารณาคดีกับคำพิพากษาของศาลแค่นั้นเอง เสียงของแวยูแฮได้แค่ระบายให้ฟังแค่นั้นเอง” เขากล่าวกับบีบีซีไทย

ทนายแวยูแฮ

BBC THAI
กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาชาติ หรือที่คนในพื้นที่รู้จักกันในนาม “ทนายแวยูแฮ”

นี่เป็นครั้งที่สามที่ชายวัย 51 ปี คนนี้ก้าวเข้าสนามเลือกตั้ง เริ่มตั้งแต่ปี 2554 ที่ได้รับการทาบทามให้เป็นผู้สมัคร ส.ส. พรรคมาตุภูมิ และพรรคเพื่อไทยในปี 2557 ล่าสุด เขาเลือกสวมเสื้อพรรคประชาชาติ ที่มี วันมูหะมัดนอร์ มะทา แกนนำ “กลุ่มวาดะห์” เป็นหัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นเลขาธิการพรรค

กมลศักด์บอกว่า หากเขาได้เป็นรับเลือกให้เป็น ส.ส. เขาจะแก้ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงควบคู่กันไป โดยปัญหาในเรื่องกระบวนการยุติธรรม จะผลักดันให้มีการยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

ฝันสูง 3 ทนายกลายเป็นเพื่อนร่วมสภา

ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มีต่อกระบวนการสันติภาพ (PEACE SURVEY) สี่ครั้ง ในระหว่างเดือน ก.พ. 2559 – ก.ย. 2561 รวมกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 6,321 คน พบว่า ประชาชนเห็นว่าการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดสิทธิมนุษยชนมากที่สุด 3 ลำดับแรกคือ

  1. ชาวบ้านถูกสุ่มตรวจค้นและถ่ายรูปโดยไม่แจ้งเหตุผล
  2. ชาวบ้านถูกซ้อมทรมานระหว่างถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ
  3. เจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นหมู่บ้าน
ทหารเฝ้าประชาชนในสามจังหวัดภาคใต้

Getty Images

แม้กมลศักดิ์มองว่าปัญหาของประชาชนในจังหวัดชายแดนใต้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของความไม่สงบ หรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างเดียว แต่เขายืนยันว่า อุดมการณ์ของทนายความทั้ง 3 คนยังเหมือนเดิม คือ การอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

“ใจอยากอยู่ทีมเดียวกัน เพราะเราเข้าขากัน แต่ด้วยสถานการณ์การเมืองมันไม่สามารถอยู่ทีมเดียวกันได้ แต่สุดท้ายเป้าหมายเดียวกัน คือ ชาวบ้าน ประชาชน” กมลศักดิ์ กล่าว

“ผมหวังว่า อนาคตทุกคนแสดงฝีเท้าให้เขาเห็น ได้ลงสนามให้เขาเห็น วันหน้าอาจจะได้อยู่ทีมเดียวกันทั้งหมด และผมฝันว่าสามคนต้องอยู่ในสภาฯ”

ติดคุก หรืองอกงามในระบบรัฐไทย

แต่กว่าฝันจะเป็นจริง ทนายความทั้ง 3 คนต้องได้รับเสียงประชาชนสนับสนุนให้เข้าไปทำหน้าที่ในสภาฯ และนั่นคือเหตุผลที่บีบีซีไทยเดินทางไปย่านสายกลาง เป็นแหล่งการค้าในตัวเมือง จ.ยะลาที่เก่าแก่ และเป็นชุมชนที่ชาวไทยพุทธเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

ทนายอาดิลันคุยกับประชาชน

BBC THAI

อาดิลัน เดินเข้าออกจากร้านรวงต่าง ๆ พร้อมผู้ช่วยหาเสียงราว 15 คน พร้อมประโยคติดปาก.. “ให้ลุงตู่ได้ทำงานต่อนะ”.. “ฝากด้วยนะครับ บ้านเมืองจะได้สงบสุข”

แม้ได้รับการต้อนรับจากคนในชุมชนที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากให้บ้านเมืองสงบสุข แต่ผลประชามติ “คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ” ในจังหวัดชายแดนใต้เมื่อปี 2559 ถูกสรุปในเชิงวิชาการว่าประชาชนส่วนใหญ่มีแนวคิดทางการเมืองตรงข้ามกับรัฐบาล คสช.

“คนที่ต้องการลุงตู่ ต้องการให้บ้านเมืองสงบ กลัวความวุ่นวายกับเสื้อหลากสี อีกกลุ่ม ตัวเองหรือคนรอบข้างไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้กฎหมายพิเศษ” อาดิลันกล่าวกับบีบีซีไทย และย้ำว่า “โจทย์ใหญ่คือสลายให้รวมเป็นกลุ่มเดียวกันให้ได้”

อาดิลันเอง ซึ่งเคยเป็นสมาชิกสภาเทศบาลนครยะลาเป็นเวลา 15 ปี ตั้งแต่ปี 2547 มีตัวแทนจากพรรคการเมืองมาติดต่อทั้งหมด 4 พรรค แต่ท้ายที่สุดเขาเลือกสังกัดพรรคพลังประชารัฐ โดยให้เหตุผลว่า โครงสร้างทางกฎหมายจะเอื้ออำนวยให้พรรคพลังประชารัฐได้เป็นแกนนำรัฐบาล เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้สมาชิกวุฒิสภา 250 คนที่ คสช. เป็นผู้สรรหาและแต่งตั้งขึ้นมาเองมีส่วนในการเลือกนายกรัฐมนตรีคนต่อไปร่วมกับ ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้ง

ป้ายหาเสียงทนายอาดิลัน

BBC THAI

“เชื่อว่าหลายฝ่ายต้องเข้ามารวมตัวกันเพื่ออยู่ในฝ่ายรัฐบาล โดยมีพลังประชารัฐเป็นแกน…และเราจะเข้าไปทำประโยชน์ได้มากกว่าพรรคที่เป็นฝ่ายค้าน” อาดิลัน กล่าว

แม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักต่อการสังกัดพรรคพลังประชารัฐของอาดิลัน แต่เอกรินทร์ ต่วนศิริ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี มองว่าการโยกไปมาของคนที่เคยทำงานเรียกร้องสิทธิแก่ประชาชน ไปอยู่กับพรรคที่ “ละเมิดสิทธิมนุษยชนคนในพื้นที่อย่างหนัก” ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาด

“ถ้ามองในทางทฤษฎีไม่ควรเป็นอย่างนั้น แต่ทางการเมือง เยอะที่คนสวิง (ย้าย) ไปมา เราต้องพูดกันในแง่ความเป็นจริงว่าใครอยู่ข้างประชาธิปไตย ผมคิดว่ามีสองอย่าง คือ ถ้าคุณไม่โดนติดคุก คุณก็ไม่มีทางเจริญงอกงามอยู่ภายใต้ระบบงานของตัวเอง เพราะวัฒนธรรมไทยมันไม่โอบอุ้มคนที่ต่อสู้เรื่องแบบนี้” เขากล่าว

อำนวยความยุติธรรมให้ประชาชน

อาดิลันตั้งเป้าว่า หากได้เป็น ส.ส. ในพื้นที่ เขาอยากจะสร้างพื้นที่ให้มีการระดมความคิดเห็นของผู้แทนพรรคการเมืองต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อเป็นข้อเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงในการแก้ปัญหาการอำนวยความยุติธรรมในพื้นที่

ทนายอาดิลันคุยกับประชาชน

BBC THAI

“ปัญหา 3 จังหวัดที่สำคัญที่สุด ผมยังมองถึงเรื่องของความมั่นคง ความมั่นคงในที่นี้คือ การอำนวยความยุติธรรมเพื่อให้ขจัดข้อที่ถูกกล่าวหาว่ารัฐไม่ให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน ซึ่งเมื่อไรที่เราขจัดจุดนี้ไปได้ ข้อกล่าวอ้างที่จะเอามาเป็นข้ออ้างสำหรับปลุกปั่น ปลุกระดม ก็หมดไป” อาดิลัน กล่าว

สนามเลือกตั้งปลายด้ามขวาน

สนามเลือกตั้งใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ครั้งนี้ มีพรรคการเมืองเกือบ 40 พรรคแข่งกันช่วงชิง เก้าอี้ ส.ส. รวม 11 ที่นั่ง โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแชมป์เก่ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่มาหลายสมัย โดยคว้ามาได้ 9 จาก 11 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 แต่ก็มีอดีต ส.ส. ย้ายไปสังกัดพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ของ สุเทพ เทือกสุบรรณ

“แต่ละพรรคนโยบายจะเหมือน ๆ กันคือ นโยบายปากท้อง แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ” โฅไมนี ดารายีสาฮอ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ กล่าว “รัฐบาลที่ผ่านมา (พล.อ.ประยุทธ์) ได้ชูนโยบายแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมาเป็นเวลา 4-5 ปี ได้แต่พูด ไม่ได้ทำไรเลย”

เลือกตั้ง 2562 : หาเสียงชายแดนใต้

BBC THAI
โฅไมนี ดารายีสาฮอ ผู้สมัคร ส.ส. นราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ทักทายประชาชนขณะเดินหาเสียง

รายได้เกษตรกรที่ลดลงจากราคายางพาราและปาล์มน้ำมันตกต่ำ อย่างต่อเนื่อง ทำให้พรรคการเมืองส่วนใหญ่ชูนโยบายด้านเศรษฐกิจ

หนึ่งในนโยบายแรก ๆ ที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศหลังชนะการเลือกตั้งภายใน-ได้กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค คือการ “ฉุดราคายางพารา” และมิลืมยกผลงานในอดีตขึ้นมาไล่เรียงและตอกย้ำ กล่าวคือ ราคายางพาราเคยทะยานถึง 180 บาท/ก.ก. และลดลงมาเหลือ 80 บาท/ก.ก. ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จนปัจจุบันเหลือเพียง 25 บาท/ก.ก. ส่วนราคาปาล์มที่เคยอยู่ระดับ 11 บาท/ก.ก. ในสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ มาวันนี้หดเหลือเพียง กก. ละ 2 บาท

แต่ปัญหาด้านความมั่นคงก็ยังเป็นสิ่งที่พรรคต่าง ๆ ให้ความสำคัญ โดยเน้นการกระจายอำนาจและการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพูดคุยสันติสุข และเห็นตรงกันให้เป็น “วาระแห่งชาติ”

“ประชาชนยังคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรมกับการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่เท่าที่ควร ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความมั่นคงกับพี่น้องมุสลิมอย่างเดียว เรายังพูดถึงการอำนวยความยุติธรรมของพี่น้องทุกศาสนา” อาดิลัน กล่าว


แบนเนอร์เลือกตั้ง

BBC

คุณผู้อ่านสามารถติดตามความเคลื่อนไหว สัมภาษณ์พิเศษ บทวิเคราะห์ พร้อมทั้งทำความรู้จักกับ การเลือกตั้ง 2562 โดยทีมงานบีบีซีไทยได้ที่เว็บไซต์ www.bbc.com/thai/election2019 พร้อมทั้งสื่อสังคมออนไลน์บีบีซีไทยผ่านทาง เฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และ ยูทิวบ์ รวมทั้ง #ThaiElection2019 หรือ #เลือกตั้ง2562

บทความก่อนหน้านี้ฝุ่น : วิกฤตหมอกควันภาคเหนือ วาระแห่งชาติที่ยังแก้ไม่ได้
บทความถัดไปเพิ่งทำงานได้ 2 วัน หนุ่มใหญ่วางกรวยตีเส้นถนน ถูกหกล้อพุ่งชนกระเด็นดับสลด