อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : นักการเมืองเดิม-พวกซ้ายตกขอบ สร้างวาทกรรมแบ่งแยกประชาชน

อภิรัชต์ คงสมพงษ์

พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ระบุกองทัพไม่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล เรียกร้อง “นักการเมืองเดิม” และ “พวกซ้ายตกขอบ” หยุดสร้างวาทกรรมแบ่งแยกประชาชน

ในระหว่างแถลงเปิดใจผ่านสื่อมวลชน ที่กองพลที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.1 รอ.) ผบ.ทบ. ระบุว่า เดิมตั้งใจเขียนเป็นข้อความ และได้นั่งคิดเรื่องนี้มา 2 คืน แต่เมื่อคืนวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ออกเป็นสารถึงประชาชน จึงตัดสินใจไม่ทำเป็นสาร และจะสรุปเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นให้ประชาชนและสื่อมวลชนเข้าใจ

สำหรับสาระสำคัญในถ้อยแถลงของ ผบ.ทบ. สรุปได้ดังนี้

1. กองทัพ “สง่างามขึ้น” เนื่องจากในหลวงทรงเป็นต้นแบบให้ทหาร

เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนต่างชาติว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องเดินไปตามวิถีทางของท่านทางการเมือง และกองทัพบกต้องกลับไปอยู่ในส่วนของกองทัพบกหรือมาเป็นทหารอาชีพ จึงอยากให้ประชาชนและนิสิตนักศึกษาเข้าใจว่าปัจจุบันกองทัพบกเปลี่ยนแปลงไปมาก จะเห็นได้ว่ามีความสง่างามในทุกเรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องกำลังพล เนื่องจากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ผู้บัญชาการทหารบก แม่ทัพภาค และ ผบ.หน่วยทั้งหลาย เป็นต้นแบบให้ทหารในกองทัพบก

ในนามของหน่วยเฉพาะกิจทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ 904 ทั้งเรื่องระเบียบวินัย ลักษณะทหารที่ดี การสร้างระเบียบวินัย และการนำสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เข้าไปขยายในครอบครัวทหาร จึงอยากบอกถึงประชาชนนิสิตนักศึกษาว่าเราอาจจะมีช่องว่างในการสื่อสารซึ่งกันและกัน รัฐบาลและกองทัพอาจทำงานและสื่อสารคนละภาษากับที่ท่านอยากจะฟัง แต่กองทัพบกจะพยายามสื่อสารมากขึ้น

2. ลั่น “ทหารยุคนี้จะอยู่เคียงกับประชาชน”

กองทัพเป็นหน่วยงานของรัฐบาล แต่ผมไม่ได้ทำงานการเมือง แต่ทำงานในการพิทักษ์รักษาปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ คือ พระราชดำรัสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเน้นย้ำอยู่เสมอว่าทหารจะต้องอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างแท้จริง และผมก็ให้คำมั่นกับประชาชนว่าทหารยุคนี้จะอยู่เคียงกับประชาชนอย่างแท้จริง และวางตัวอยู่ในบทบาทของทหารด้วยการปกป้องประเทศและอธิปไตย รวมถึงช่วยเหลือปกป้องประชาชนทุกโอกาสทุกเมื่อ และต้องทำอย่างจริงจัง ใครเป็นผู้บังคับหน่วย แต่ไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง ไม่ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาในระหว่างที่ผมอยู่ ขอบอกได้เลยว่าไม่มีใครอยู่ในตำแหน่งนั้นได้

ที่สำคัญที่สุด ผมได้พูดเสมอระหว่างให้โอวาทกับผู้บังคับหน่วยว่าตำแหน่งหรือผู้นำของหน่วยทหาร ไม่ว่าจะเป็น ผบ.ร้อย ผบ.พัน ผบ.พล หรือแม้กระทั่งตัวผู้บัญชาการทหารบกเองไม่ได้เป็นข้อยกเว้น หรือข้ออ้างว่าจะทำงานน้อยกว่าคนอื่น แต่ต้องทำงานมากกว่าคนอื่น เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจว่าทหารยุคนี้จะดูแลปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นอย่างดี

https://www.youtube.com/watch?v=DDb-xHynSmQ

3. ยกโซเชียลทรงอานุภาพยิ่งกว่าอาวุธที่กองทัพมี

เรื่องต่าง ๆ ของการเมืองที่เกิดขึ้นมีการบิดเบือนหลายประการ นาน ๆ ทีผมจะพูด วันนี้ขอพูด แล้วผมจะไม่พูดอีกจนกว่าจะหลังพระราชพิธี ห้วงนี้ยังเป็นห้วงของการซักซ้อมพระราชพิธีอันสำคัญ อยากขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าว รวมถึงประชาชนนิสิตนักศึกษาให้ความร่วมมือประกอบงานพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่ ในชีวิตของเรามีบุญที่เราได้มีโอกาสเข้ามาได้เห็น ได้อยู่ร่วมในพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งต่างประเทศติดต่ออยากจะเข้ามาชม

เรื่องการเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน กองทัพยอมรับว่ากองทัพมีจุดอ่อนในเรื่องของการใช้โซเชียล ในขณะที่สื่อบางชนิดหรือบางแบบสามารถจะเข้าใจและเข้าถึงจิตใจของ generation อีก generation หนึ่ง หรือคนยุคใหม่ ซึ่งในการรับรู้ก็เพียงแต่จะให้คนรับรู้เฉพาะส่วน เช่นเดียวกับข่าวที่ผมพูดออกไปยาว ๆ แต่ไปตัดให้คนรู้เพียงสั้น ๆ และปฏิเสธไม่ได้ว่าสื่อโซเชียลนั้นทรงอานุภาพยิ่งกว่าอาวุธที่กองทัพมีอยู่ การไม่ยอมรับกติกาในปัจจุบันนั้น เรามีกติกากันอยู่

4. ซัดนักการเมืองเดิม-พวกซ้ายตกขอบ สร้างวาทกรรมแบ่งแยกประชาชน

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ถ้าจะพูดกันให้เข้าใจก็เหมือนการแข่งขันฟุตบอล ประเทศแบบฟุตบอลแพ้ แต่คนเชียร์ไม่แพ้ มันไม่ใช่ ถ้าประเทศไทยไม่ยอมรับกติกาที่มีอยู่ แบ่งแยกระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยกับฝ่ายเผด็จการซึ่งเป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมา ผมถามว่าจะเป็นประชาธิปไตยหรือเป็นเผด็จการ ผมถามว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันหรือไม่ วาทกรรมนี้ถูกแบ่งมาเพื่ออะไรเพื่อแบ่งแยกประชาชนที่ใช้สิทธิเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นพรรคใดก็ตามที่ได้คะแนนเสียง 8 ล้าน 7 ล้าน 4 ล้าน 5 ล้าน มารวมกัน เป็น 20 หรือ 30 ล้านเสียง นั่นหมายความว่าต้องการให้เกิดสงครามกลางเมืองที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วหรืออย่างไร ในวันนี้ยังคิดถึงกันแบ่งฝ่ายแบ่งแยกกันอยู่ ทำไมไม่เคารพกติกา แล้วก็ไปสู้กันในรัฐสภา

ชีวิตผมผ่านเห็นทั้งการปฏิวัติรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงการปกครอง แม้กระทั่งสัตยาบันที่ทำการตั้งแต่สมัย 2534 มีนักการเมืองหลายท่านลงสัตยาบันกัน ทั้ง ท่านมนตรี พงษ์พานิช อดีตหัวหน้าพรรคกิจสังคม ท่านบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ลงสัตยาบันจะตั้งพรรคการเมืองกันและจะตั้งรัฐมนตรีกัน ท้ายที่สุดแล้วก็ฉีกสัตยาบันทิ้ง นี่คือวาทการเมือง เกมของการเมือง เป็นกิจกรรมเป็นของทางการเมืองซึ่งถูกชี้นำแนะนำโดยนักการเมืองแบบเดิม ๆ หรือพวกสายตกขอบ

5. ฝากสื่อบอกคนไทยให้รักสามัคคี-กองทัพคือลูกหลานของพ่อแม่คนหนึ่ง

ถามว่านักเรียนนิสิตนักศึกษา ท่านออกมาใช้เสียงครั้งแรก ผมและทหารชื่นชมที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิใช้เสียงกัน แต่เมื่อใช้สิทธิแล้ว ท่านจะเลือกใครเลือกไปแล้ว ทำไมนักการเมืองไม่มาจับมือกันแล้วไปต่อสู้กันในรัฐสภา ต่างคนต่างทำหน้าที่เพื่อให้ประเทศชาติเดินก้าวหน้าต่อไปข้างหน้า หากใครก็ตามที่เป็นรัฐบาล ทำไม่ดี ฝ่ายค้านทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ทำไมจะต้องมานั่งเถียงกัน แบ่งแยกกันแบ่งข้างกัน ทำให้ชาวโลกหรือประเทศต่าง ๆ นั่งขำประเทศไทย

สื่อมวลชนเองมาจากหลายสำนักหลายสายมาจากหลายแนวความคิด ผมอยากถามว่าเราอยู่ในแผ่นดินไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยกันทั้งสิ้น กองทัพบกเป็นเพียงแต่องค์กรหนึ่ง ไม่สามารถที่จะไปขับเคลื่อนประเทศทั้งประเทศได้ หรือไปทำอะไรให้พวกท่านรักประเทศได้ แต่อยากถามว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันหรือไม่ ผมยืนยันว่าการที่เราเป็นประชาชนคนไทยด้วยกัน กองทัพบกยืนเคียงข้างอยู่กับพวกท่าน กองทัพบกคือประชาชนคนหนึ่ง คือลูกหลานของพ่อแม่คนหนึ่ง ขอให้รักสามัคคีกัน

ผมเห็นหลายต่อหลายท่านออกมาแสดงความคิดเห็นในเฟซบุ๊กและไอจี ซึ่งผมดูของคนอื่น เพราะส่วนตัวไม่มี ผมไม่มี ต้องบอกว่าแม้แต่ตัวผู้นำของกองทัพเองยังรับว่าโซเชียลคืออาวุธที่มีอาวุธทรงประสิทธิภาพมากกว่าอาวุธใด ๆ ทั้งสิ้นที่กองทัพมีอยู่

https://www.youtube.com/watch?v=tcarP5vEQSI

ขอร้องให้สื่อมวลชนนั้นได้สื่อสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นำสู่ประชาชนนิสิตนักศึกษา ส่วนใหญ่เรียนประเทศไทย จบที่ประเทศไทย รับพระราชทานปริญญาบัตรกับพระเจ้าอยู่หัว หรือพระบรมศานุวงศ์ เราเติบโตกันที่นี่ หลายคนเป็นนักธุรกิจ พอเติบโตกันขึ้นมา มีเงินมีทองขึ้นมาก็เพราะแผ่นดินไทยหรือไม่

6. ยกย่องเศรษฐีทำผิดยอมติดคุก

ผมชื่นชมเศรษฐีมีเงิน มีอำนาจ มีบารมี หลายคนที่ได้ผิดพลาดกระทำความผิดทุจริตคอร์รัปชั่นหรือโกงอะไรก็แล้วแต่ แต่เขาเหล่านั้นยอมรับกติกาของประเทศยอมรับกระบวนการยุติธรรมที่มันเกิดขึ้น ยอมรับว่าศาลของประเทศไทยได้ถูกตัดสินแล้วว่าเขาจะต้องถูกจำคุก หลายท่านต้องถูกเข้าจำคุกทั้ง ๆ ที่มีเงิน มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่ท่านยอมรับกระบวนการยุติธรรม ผมต้องขอยกย่อง และหลายท่านก็ออกมันแล้ว มาใช้อย่างเสรีภาพกลับมาอยู่กับครอบครัว นี่คือคนมีน้ำใจนักกีฬา คนที่ยอมรับกระบวนการตัดสิน หลายท่านมีเงินพร้อมที่จะหนีออกนอกประเทศ แต่ท่านยอมรับกระบวนการในการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมไทย มิใช่ทำอะไรผิด แล้วก็บอกว่าตัดสินแบบนี้ยอมรับไม่ได้ ไม่เคยยอมรับกระบวนการ แล้วเราจะอยู่ได้อย่างไร ในเมื่อศาลสูง ศาลฎีกาเป็นผู้ทรงอำนาจด้านการยุติธรรมสูงสุดของประเทศ

7. “อย่าไปเอาความซ้ายจัดที่ไปเรียนมา แล้วมาดัดจริต” ย้ำเรามีประชาธิปไตยแบบไทย ๆ

ขอร้องนิสิตนักศึกษาครูอาจารย์ข้าราชการหลายท่านไปร่ำไปเรียนศึกษาต่างประเทศกันมา ไม่ว่าจะประเทศใดก็ตามท่านไปเรียน บางท่านได้ทุนของราชการไป หรือได้ทุนของในวังไปไปร่ำไปเรียนมา แต่สิ่งที่ท่านไปร่ำไปเรียนมา ผมขอเน้นอย่างว่าท่านไปเรียนระบอบประชาธิปไตยของประเทศอะไรมาผมไม่ได้ว่า แต่ระบอบประชาธิปไตยในโลกนี้ล้วนแล้วแต่มีวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยของตัวเอง ท่านลองถามตัวเองว่าเมื่อท่านไปอยู่ประเทศอื่น ไปศึกษาไปเรียน หรือไปเที่ยวประเทศอื่น

ทำไมท่านจะต้องปรับตัวให้เข้ากับประเทศอื่นตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศนั้นในโลกแห่งประชาธิปไตย ที่คำว่าdemocracy ทุกประเทศส่วนใหญ่ คำว่า dictatorship หรือเผด็จการ ผมถามมาทุกวันตั้งแต่ คสช. เข้ามาดำเนินการ สิ่งนี้หรือที่เรียกว่า dictatorship ถ้าเผด็จการจริงผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อกับประเทศที่เผด็จการจริง และเผด็จการจริงในรูปแบบของประชาธิปไตย เราอยู่กันแบบไทย ๆ นี่คือวัฒนธรรมของระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ขอให้รักกันจะไปร่ำไปเรียนที่ไหนมา ไปเอาตำราประเทศไหน ไม่อยากจะเอ่ยชื่อ เอาของเขามาแล้วมาดูด้วยว่าควรจะมาดัดแปลง

8. มวยแพ้ โทษกรรมการ ไม่จบ “วัฏจักรแห่งการล้างแค้น”

วันนี้ผมพูดเยอะพูดแรง ก็ขอให้ฝากไปด้วยไว้ให้หยุดวาทกรรมที่มันเกิดขึ้นในปัจจุบันเสียที ปล่อยให้เป็นไปตามครรลอง ใครไม่ดีต้องพิสูจน์กันด้วยงานด้วยฝีมือ ถ้าผมทำไม่ดีก็ต้องถูกย้าย ฉะนั้นทุกคนขอให้โอกาสกัน เกมใครเก็บมัน ในเมื่อกรรมการตัดสินแล้วก็มาโทษกรรมการ มวยชกกัน ไอ้นี่แพ้ก็มาโทษกรรมการ ถ้าเป็นแบบนี้ไม่มีวันจบวัฏจักรแห่งการล้างแค้น แห่งการไม่พึงพอใจกัน ไม่มีวันจบทำอย่างไรถึงจะให้จบ ผมบอกไปแล้ว

9. คนไทยตีกันเอง คนได้ดีคือ “คนอยู่ต่างประเทศ”

เรายอมรับกติกาทุกอย่าง กองทัพไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ กองทัพเป็นกองทัพของประชาชน ผมอยากจะให้ลงมาดูว่าวันนี้กองทัพมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหน อยากให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และไม่ต้องถามแล้วว่ากองทัพจะไปอย่างไร จะมีปฏิวัติรัฐประหารหรือไม่ มันเป็นเพียงวาทกรรมเดิม ๆ ที่เอามาถามแล้วถามอีก แล้วก็เอาคำนี้ไปทำให้เด็กที่ยังไม่รับรู้อะไรมากมายรู้สึกไม่ดีต่อกองทัพ ไม่ดี ถามว่าทุกวันนี้ใครไปช่วยเหลือประชาชนชาชนที่เดือดร้อน ใครใครเป็นเป็นนำกำลังยุทโธปกรณ์ทั้งหมดช่วยเหลือ

ต่างชาติมีแต่ชื่นชม แต่ที่เขาขำก็ขำ แม่งตีกันเอง ทะเลาะกันเอง เออดีเว้ย เศรษฐกิจจะได้พังไง แล้วใครได้ดี คนอยู่ต่างประเทศ มีความสุขสบาย อยากจะไปไหนก็ไป อยากจะทำอะไรก็ทำ

วันนี้ผมจะพูดกับสื่อต่างชาติ เชิญสื่อต่างชาติมา ทุกวันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทย มีคนประเภทแบบนี้อยู่ในประเทศคุณบ้างแล้วทำแบบนี้ ต่างชาติจะรู้สึกอย่างไร อยากฟังคำตอบ ไม่ว่าจะเป็นคำตอบ แต่สื่อที่ยืนอยู่ตรงนี้คนไทยด้วยกัน ผมถามว่าคนรวยมีอำนาจไม่ต้องติดคุกหรืออย่างไร ไม่ยอมรับกติกาหรืออย่างไร แล้วคนที่เขามีเงิน มีอำนาจแล้วที่ติดคุก ทำไมไม่ดูตัวอย่าง ไม่สงสารเขาบ้าง ทำไมเขายอมรับ

แต่ไม่ใช่พยายามจะเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข อย่าไปเอาความซ้ายจัดที่ไปเรียนมา แล้วมาดัดจริต ประเทศอื่นเขาไม่มีที่จะมีแบบนี้ นี่คือเมืองสยาม เมืองแห่งรอยยิ้มเมืองที่เรามีระบอบประชาธิปไตยของเราแบบนี้

สิ่งที่ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ต้องการคือมีคนไทยรักกัน หันหน้าเข้าหากัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดท่านคือคนไทย กรีดเลือดมาก็เป็นคนไทย เลือดบรรพบุรุษของท่านที่ได้กรีดมาก็เป็นเลือดบรรพบุรุษที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย

บทความก่อนหน้านี้นร.อนุบาลรับเคราะห์ ข้าวต้มเจือ “พิษ” แผนครูแก้แค้นเพื่อนร่วมงาน!
บทความถัดไปหนูน้อยแทบเพลีย! รอพ่อในที่จอดรถ แบงก์ปิดทำการ พลังโซเชียลช่วยไว้เลยได้นอนบ้าน