A Woman Of No Importance : ชีวิตจริงของสายลับ”หญิงขาเป๋” ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นาซีเกรงกลัวที่สุด

CIA ในปี 1945 ฮอลล์ เป็นพลเรือนหญิงเพียงคนเดียวที่ได้รับรางวัล Distinguished Service Cross จากการทำงานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

A Woman Of No Importance : ชีวิตจริงของสายลับ”หญิงขาเป๋” ในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่นาซีเกรงกลัวที่สุด – BBCไทย

เธอปฏิบัติหน้าที่อยู่ใกล้กับเจ้าหน้าที่ของนาซีนาน 3 ปี ทั้งขโมยความลับสงคราม บริหารเครือข่ายสายลับของฝ่ายสัมพันธมิตร และช่วยเหลือนักโทษที่หลบหนีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฝรั่งเศส

ศัตรูของเธอ เห็นว่า เธอเป็นสายลับที่อันตรายที่สุดในบรรดาสายลับทั้งหมด เธอรอดการไล่ล่าจับกุมได้ตลอด แม้มีขาเทียมข้างซ้ายที่ทำจากไม้หนักมากกว่า 3 กิโลกรัม

เวอร์จิเนีย ฮอลล์ ก็ยังคงทำตัวลึกลับ แม้แต่กับเพื่อนที่สนิทที่สุด เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ภายนอกและพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา เธอปรากฏตัวโดยไม่มีการบอกล่วงหน้าตามที่ต่าง ๆ ทั่วฝรั่งเศส และหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

แม้ว่าจะรอดชีวิตจากการผจญเหตุการณ์ในยามศึกสงครามหลายเหตุการณ์ ก็ยังคงแทบไม่มีใครรู้จัก “หญิงขาเป๋” ผู้นี้ จนกระทั่งหลังจากเธอเสียชีวิตในช่วงทศวรรษ 1980

ชีวประวัติที่เพิ่งเปิดเผยเมื่อไม่นานนี้ บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเธอ ซึ่งจะนำมาทำเป็นภาพยนตร์ นำแสดงโดย เดซี ริดลีย์ ซึ่งมีชื่อเสียงมาจากบทบาทใน สตาร์ วอร์ส (Star Wars) ไตรภาค

ความฝันที่แตกสลาย

เธอเกิดในครอบครัวที่มั่งคั่งในรัฐแมรีแลนด์ของสหรัฐฯ ในปี 1906 ความฝันของฮอลล์คือการเป็นนักการทูต เธอพูดคล่องทั้งภาษาฝรั่งเศส, อิตาเลียน และเยอรมัน นอกเหนือจากภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาแม่ของเธอ

ตอนอายุ 20 ปี เธอเดินทางมายังยุโรป เพื่อเรียนต่อ และทำงานเป็นเสมียนในหลายภารกิจของสหรัฐฯ ในกรุงวอร์ซอ, เมืองเวนิส และอิซมีร์ แต่กระนั้นเธอก็ไม่สามารถที่จะทำตามความปรารถนาในการเป็นนักการทูตได้

โซเนีย เพอร์เนลล์ ซึ่งใช้เวลา 3 ปี ในการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาใส่ไว้ในหนังสือชีวประวัติล่าสุดของฮอลล์ “A Woman of No Importance” กล่าวว่า “เธอถูกปฏิเสธมาโดยตลอด เพราะเธอเป็นผู้หญิง ไม่มีผู้หญิงเคยเป็นเอกอัครราชทูตมาก่อนในสหรัฐฯ”

ชีวิตจริงของสายลับหญิงขาเป๋
เวอร์นิเนีย ฮอลล์ แม้แต่กับเพื่อน เธอก็ยังคงทำตัวลึกลับ เปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์และพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา / CIA

ความฝันของเธอสลายลงขณะที่เธออายุ 27 ปี เธอประสบอุบัติเหตุถูกยิงที่ขาซ้ายระหว่างออกล่าสัตว์ ทำให้เนื้อเน่าและเกือบต้องเสียชีวิต แพทย์ต้องตัดขาเธอทิ้ง ตั้งแต่ช่วงใต้เข่าลงไป

เพอร์เนลล์ กล่าวกับ บีบีซี ว่า “เธอเป็นพวกหญิงแก่นที่ชอบผจญภัย ชอบกิจกรรมแบบลูกทุ่ง ขี่ม้าและล่าสัตว์”

“หลังจากที่กลายเป็นผู้พิการ ก็ไม่มีคนสนใจเธอ เพราะเป็นผู้หญิงที่หมดความสำคัญ แต่จริง ๆ แล้ว เธอได้กลายเป็นผู้หญิงที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง”

แข็งแกร่ง

เพอร์เนลล์ กล่าวว่า แทนที่เธอจะออกไปใช้ชีวิตเงียบ ๆ ที่บ้าน หลังจากที่เกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น ฮอลล์ ดูเหมือนจะถูกกระตุ้นให้ทำเรื่องที่ไม่ธรรมดาในชีวิต

“เธอชอบผจญภัย แต่ [อุบัติเหตุครั้งนั้น] ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น เธออยากจะออกไปสร้างความเปลี่ยนแปลงที่นั่น เธอต้องพิสูจน์ว่า มีเหตุผลที่ทำให้เธอได้รับการช่วยชีวิต”

สหรัฐฯ ยังไม่ได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองในปี 1940 ซึ่งฮอลล์เริ่มทำงานเป็นอาสาสมัครอยู่แนวหน้า ด้วยการขับรถพยาบาลช่วยเหลือทหารฝรั่งเศส ท่ามกลางระเบิดและห่ากระสุน

ธงนาซีโบกสะบัดที่ประตูชัยในกรุงปารีส เดือนมิ.ย. 1940

Getty Images
ฮอลล์ เริ่มทำงานอยู่แนวหน้าในหน่วยบริการรถพยาบาล เธอเดินทางออกจากฝรั่งเศสชั่วคราวหลังจากที่นาซีบุกในปี 1940

แต่ในปี 1940 นาซีได้บุกยึดครองบางส่วนของฝรั่งเศส ทำให้เธอเดินทางออกจากฝรั่งเศส และเธอได้พบโอกาสที่จะได้เปลี่ยนแปลงชีวิตในสเปน

“สายลับอังกฤษพบตัวเธอที่สถานีรถไฟแห่งหนึ่งในสเปน เธอบอกเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เธอทำเล็กน้อย และเธออยากจะทำอะไรมากกว่านี้” เพอร์เนลล์ กล่าว

“เขาสอดเบอร์โทรศัพท์ใส่มือเธอ และบอกว่า ‘เมื่อคุณไปถึงลอนดอน โทรหาเพื่อนผมและเขาอาจจะช่วยหาอะไรให้คุณทำได้'”

“จากโอกาสพิเศษโดยบังเอิญครั้งนั้น ทำให้เธอได้ทำบทบาทนี้”

สายลับ

ฮอลล์ เดินทางไปถึงลอนดอน และเริ่มทำงานอาสาให้กับหน่วยบริหารปฏิบัติการพิเศษ (Special Operations Executive–SOE) ซึ่งตั้งขึ้นมาใหม่ของอังกฤษ

เพอร์เนลล์ ระบุว่า SOE ไม่ได้รับอนุญาตให้ส่งผู้หญิงเข้าไปในดินแดนของศัตรู แต่ในช่วงเวลา 6 เดือน ทางหน่วยไม่สามารถส่งสายลับแทรกซึมเข้าไปได้เลยแม้แต่คนเดียว

เมื่อฮอลล์ เดินทางกลับมายังฝรั่งเศสในปี 1941 เธออ้างตัวเป็นผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กโพสต์ ขณะนั้นโอกาสรอดชีวิตของเธออยู่ที่ 50/50

ในการปฏิบัติภารกิจที่อันตรายเพื่อต่อต้านนาซี เธอชักชวนแม่เล้าทรงเสน่ห์และเซ็กซี่จากซ่องในพื้นที่วัย 30 เศษ ชื่อ เจอร์เมน มาช่วยงาน ส่วนอีกคนคือหมอรักษากามโรคในพื้นที่ เพอร์เนลล์บอกว่า ทั้งสองคนได้กลายเป็น “ผู้ช่วยตัวเอก” ของเธอ

เหตุรถไฟตกรางที่เกิดจาก French Resistance ในปี 1942

Getty Images
ภารกิจของฮอลล์ รวมถึง การช่วยนักรบของ French Resistance ปฏิบัติการบ่อนทำลายหลายอย่าง อย่างเช่น การทำให้รถไฟตกราง

“เจอร์เมน และหญิงบริการทางเพศของเธอจะคอยสอดแนมลูกค้าชาวเยอรมัน พวกเธอวางยาลูกค้าชาวเยอรมัน และเมื่อพวกเขาหลับ พวกเธอจะถ่ายภาพเอกสารสำคัญในเครื่องแบบของพวกเขาไว้ และส่งไปให้เวอร์จิเนีย ซึ่งจะส่งกลับไปที่ลอนดอน”

“พวกเธอตั้งเซฟเฮาส์ขึ้น และช่วยดูแลผู้หลบหนี พวกเธอพบนักโทษสงครามที่หลบหนีออกมาได้ พวกเธอช่วยนำตัวนักบินมาที่เซฟเฮาส์และส่งตัวไปยังสเปน”

“พวกเธอค่อย ๆ รวบรวมเครือข่ายขึ้น ทั้งคนงานทางรถไฟ ข้าราชการ คนประเภทต่าง ๆ ที่ช่วยหาอาหาร เชื้อเพลิง พวกเธอตั้งเครือข่ายที่กลายเป็นหน่วยสำคัญของกองกำลังลับในเวลาต่อมา”

ก้าวข้างหน้าของศัตรู

ไม่นาน ฮอลล์ได้ช่วยสายลับแหกคุกจากปฏิบัติการที่ยอดเยี่ยมหลายครั้ง ทั้งภารกิจบ่อนทำลาย, ระเบิดสะพาน และซุ่มโจมตีขบวนของเยอรมนี โดยไม่มีใครถูกจับตัวได้

จากนั้น ชื่อเสียงของเธอก็เป็นที่รู้จักในหมู่เพื่อนและศัตรู

ชาวเยอรมันค่อย ๆ ได้ข้อมูลเกี่ยวกับสายลับคนนี้ และรู้จักเธอในชื่อ “หญิงขาเป๋” ฮอลล์ต้องระวังอย่างมากเวลาที่เดิน เธอต้องก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อไม่ให้คนรู้ว่าเธอขาพิการ

หนึ่งในวีรกรรมที่โด่งดังที่สุดของเธอคือ เธอเดินเท้าข้ามภูเขาเพียเรเนส์ที่ปกคลุมด้วยหิมะเข้าไปในสเปนในเดือน พ.ย. ปี 1942 หลบหนี เคลาส์ บาร์บี หรือที่รู้จักกันในชื่อ คนขายเนื้อแห่งลียง เจ้าหน้าที่เกสตาโป ที่เป็นที่รู้กันว่า เป็นมือทรมานนักโทษสงคราม

ฮอลล์ คงจะรู้ว่า พวกนาซี ตามที่ปรากฏจากหลักฐาน ทรมานผู้หญิงอย่างโหดเหี้ยมกว่าที่พวกเขาทรมานผู้ชาย รวมถึงลูก ๆ ของพวกเธอด้วย ถ้าเธอเป็นผู้หญิงในพื้นที่

“มันป่าเถื่อน” เพอร์เนลล์ กล่าว “เธอรู้ราคาของการถูกจับตัว”

เคลาส์ บาร์บี ในเครื่องแบบ ปี 1944

Getty Images
ฮอลล์ มีศัตรูคือ เคลาส์ บาร์บี หรือ “คนขายเนื้อแห่งลียง”

เกียรติยศ

อังกฤษรู้ว่า ฮอลล์ จะมีค่าแค่ไหน หากตกเป็นเชลยของเยอรมนี อังกฤษจึงปฏิเสธที่จะส่งเธอกลับไปยังฝรั่งเศส และให้เธอประจำที่สเปนต่อไป

แต่ฮอลล์ มีความแน่วแน่ที่จะกลับไปอยู่แนวหน้า และในปี 1944 เธอก็เข้าไปในฝรั่งเศสอีกครั้ง ซึ่งตอนนั้นนาซีเข้ามายึดครองอย่างเต็มที่แล้ว ภายใต้คำสั่งของหน่วยบริการยุทธศาสตร์ (Office of Strategic Services–OSS) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานก่อนที่จะมีซีไอเอ

เธอปลอมตัวเป็นชาวนาสูงอายุชื่อ ไดแอน

ในความเป็นจริง เธอถูกมอบหมายให้ช่วยเหลือฝ่ายสัมพันธมิตรในการเตรียม ดี-เดย์ (D-day) หรือเหตุการณ์ที่ฝ่ายสัมพันธมิตรยกพลขึ้นบกที่นอร์มังดี (Normandy)

ซีไอเอ ระบุว่า ฮอลล์ ช่วยฝึกกองกำลังต่อต้าน 3 กองพัน เพื่อทำสงครามกองโจรต่อต้านกองกำลังเยอรมัน พร้อมกับรายงานความคืบหน้าต่าง ๆ ให้ผู้บังคับบัญชาทราบ

ภาพการทำงานของเธอในช่วงนั้นถูกเปิดเผยในปี 2006 ปัจจุบัน แขวนอยู่ที่ผนังของสำนักงานใหญ่ของซีไอเอ

หลังจากสงครามครั้งนั้น ฮอลล์ ได้กลายเป็นพลเรือนหญิงเพียงคนเดียวที่ได้รับเหรียญรางวัล Distinguished Service Cross จากผลงานที่เธอทำไว้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เธอยังได้รับเหรียญเชิดชูเกียรติ Member of the Order of the British Empire (MBE) ของอังกฤษ และได้รับรางวัล Croix de Guerre with Palme จากฝรั่งเศสด้วย

แต่เธอหลบเลี่ยงการเป็นที่สนใจ และทำงานให้กับซีไอเอต่อเนื่องจนเกษียณในปี 1966 เมื่ออายุ 60 ปี

ฮอลล์เสียชีวิตในปี 1982 แต่นักประวัติศาสตร์เพิ่งจะเริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตที่น่าจดจำของเธอไม่นานมานี้

“เธอพยายามอย่างสุดความสามารถในการอำพรางตัวเอง แม้แต่ตอนที่ฉันค้นคว้าข้อมูลมาเขียนหนังสือเล่มนี้ ฉันรู้สึกเหมือนว่า เรากำลังเล่นแมวจับหนูกันอยู่” เพอร์เนลล์ ระบุ และเสริมว่า “เธอเป็นหญิงที่เร้นลับมากจริง ๆ แม้แต่กับฉัน”

DO NOT DELETE!!! Digihub tracker code for 48202665

บทความก่อนหน้านี้เด็กพูดคล่อง16ภาษาแห่งนครวัด มาเรียนที่จีนแล้ว ได้ทุนถึงระดับมหาวิทยาลัย
บทความถัดไปองค์การอนามัยโลกออกแนวทางลดความเสี่ยงสมองเสื่อมเป็นครั้งแรก