ประท้วงในฮ่องกง : ทำไมร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงถูกต่อต้านอย่างหนัก

Getty Images ผู้ประท้วงตะโกนใส่ตำรวจ หลังตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ระหว่างการชุมนุมต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน 12 มิ.ย.

ประท้วงในฮ่องกง : ทำไมร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงถูกต่อต้านอย่างหนัก – BBCไทย

รัฐบาลฮ่องกงเดินหน้าผลักดันให้สภานิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนฉบับใหม่ในวันที่ 20 มิ.ย. ท่ามกลางการประท้วงต่อต้านครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 22 ปี จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 22 คน จากการปะทะกับตำรวจที่ใช้กระสุนยางและแก๊สน้ำตายิงเข้าใส่ผู้ประท้วง

ประชาชนในฮ่องกงหลายพันคนออกมาประท้วงต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน อีกครั้งในวันพุธที่ 12 มิ.ย. ซึ่งเป็นวันที่สภานิติบัญญัติของฮ่องกงมีกำหนดจะอภิปรายร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง ก่อนที่จะมีการลงมติในวันที่ 20 มิ.ย. นี้

ชาวฮ่องกงจากหลากหลายวงการ รวมถึงโรงเรียน ห้างร้าน และคนในแวดวงกฎหมาย ต่างออกมาต่อต้านร่างกม. ส่งผู้ร้ายข้ามแดนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ผู้จัดการประท้วงเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยืนยันว่า มีผู้ออกมาประท้วงเกินกว่า 1 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง จะถือว่ามากที่สุด นับตั้งแต่หลังมีการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997

การประท้วงวันพุธนี้ มีธุรกิจห้างร้านต่าง ๆ กว่า 100 แห่ง ที่หยุดดำเนินการ เพื่อให้พนักงานไปร่วมประท้วง มีครูเกือบ 4,000 คน ที่บอกว่า จะหยุดงานประท้วง

สภานิติบัญญัติฮ่องกง ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลจีน ระบุว่า จะมีการจัดอภิปรายที่กำหนดไว้ในวันพุธ “ในเวลาต่อไป” ซึ่งยังไม่ได้มีการระบุเวลาที่แน่ชัด

ร่างกฎหมายนี้มีเนื้อหาอย่างไร

การแก้ไขกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้จะเปิดโอกาสให้ทางการจีน ไต้หวัน และมาเก๊า ร้องขอการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน กรณีมีผู้ต้องสงสัยที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดทางอาญาต่าง ๆ เช่น ฆาตกรรมและข่มขืน จากนั้นมีการพิจารณาการร้องขอเป็นรายกรณี

ข้อเสนอล่าสุดเกิดขึ้นหลังจากที่ ชายฮ่องกงวัย 19 ปี ถูกกล่าวหาว่าสังหารแฟนสาววัย 20 ปีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ขณะที่พวกเขาเดินทางไปเที่ยวไต้หวันด้วยกันในเดือน ก.พ. ปีที่แล้ว ชายคนดังกล่าวได้หนีออกจากไต้หวัน กลับไปยังฮ่องกงเมื่อปีที่แล้ว

คนประท้วงจำนวนมาก

Reuters
ผู้ประท้วงบริเวณด้านนอกอาคารสภานิติบัญญัติฮ่องกง เมื่อช่วงเช้าวันพุธ

เจ้าหน้าที่ทางการไต้หวัน ได้ขอให้ทางการฮ่องกงส่งตัวชายคนดังกล่าวมาให้ แต่เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกงระบุว่า พวกเขาไม่สามารถทำตามได้ เพราะไม่มีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนกับไต้หวัน

เจ้าหน้าที่ทางการฮ่องกง ระบุว่า ศาลฮ่องกง จะเป็นผู้ตัดสินว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยให้ตามคำร้องขอหรือไม่ และผู้ต้องสงสัยในคดีการเมืองและศาสนาจะไม่ถูกส่งตัว

รัฐบาลได้พยายามสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนด้วยการยอมอ่อนข้อให้หลายเรื่อง รวมถึง การรับปากว่า จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยเฉพาะคดีที่มีโทษจำคุกสูงสุดอย่างน้อย 7 ปี เท่านั้น

ฮ่องกงมีข้อตกลงส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนอยู่แล้วกับ 20 ประเทศ รวมถึง สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ

ประท้วงในฮ่องกง

Getty Images
ตำรวจฉีดน้ำใส่ผู้ประท้วงคนหนึ่งบริเวณใกล้กับทำเนียบรัฐบาล

สัมพันธ์ ฮ่องกง-จีน

ฮ่องกง เป็นอาณานิคมของอังกฤษตั้งแต่ปี 1841 จนกระทั่งได้รับเอกราชเมื่อถูกส่งมอบคืนให้แก่จีนในปี 1997 ฮ่องกงจึงมีสถานะกึ่งปกครองตัวเอง ภายใต้หลักการ “หนึ่งประเทศ สองระบบ”

หัวใจสำคัญในการส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้จีนคือ ข้อตกลงกฎหมายพื้นฐาน ซึ่งอนุญาตให้ฮ่องกงมีรัฐธรรมนูญของตัวเอง จึงทำให้มีอำนาจปกครองตัวเองได้อย่างกว้างขวาง และมีสิทธิต่าง ๆ ฮ่องกงได้รักษาความเป็นอิสระของระบบกฎหมายไว้ มีสภานิติบัญญัติของตัวเอง มีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง และใช้เงินสกุลดอลลาร์ฮ่องกง

ผู้ที่อยู่อาศัยในฮ่องกงได้รับการคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนและมีเสรีภาพในด้านต่าง ๆ รวมถึง เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และการชุมนุม

รัฐบาลจีนควบคุมด้านกิจการกลาโหมและต่างประเทศ ประชาชนของทั้งสองฝ่ายต้องใช้วีซ่าหรือขออนุญาตเมื่อต้องเดินทางข้ามแดน

สี จิ้นผิง

Getty Images
ภายใต้การปกครองของสี จิ้นผิง รัฐบาลจีนกำลังพยายามควบคุมฮ่องกงมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม กฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง จะหมดอายุลงในปี 2047 ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่า การปกครองตัวเองของฮ่องกงหลังจากนั้นจะเป็นอย่างไร

จุดจบ” ของฮ่องกง

ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ฮ่องกงเป็นเมืองที่สร้างขึ้นมาเพื่อการประกอบธุรกิจ ในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ฮ่องกงกลายเป็นศูนย์กลางการเงินของโลก และเป็นประตูสู่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ของจีน แต่การส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ทำให้เกิดความกังวลว่า ฮ่องกงในแบบเดิมจะล่มสลาย ในช่วง 2 ปีก่อนที่จะถึงกำหนดส่งมอบ นิตยสารฟอร์จูนได้เตือนถึง “จุดจบของฮ่องกง” ไว้บนหน้าปก

รายงานซีเอ็นเอ็นระบุว่า มีการพูดถึงเค้าลางนี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่จนถึงปัจจุบันมันก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง นับตั้งแต่ปี 1997 จีนอ้าแขนรับระบบทุนนิยมอย่างเต็มที่ และความกังวลต่าง ๆ ก็เปลี่ยนไปอยู่ที่การทำลายระบบการเมืองที่ไม่เหมือนใครของฮ่องกงแทน ระบบที่ทำให้พลเมืองฮ่องกงเสรีภาพทางการเมืองอย่างที่ประชาชนในจีนไม่มี แต่อย่างไรก็ตาม การพยายามทำลายระบบการเมืองดังกล่าว ก็ยังไม่ทำให้เศรษฐกิจของฮ่องกงตกต่ำลง

ตัวเลขผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพี ยังแข็งแกร่ง ตลาดยังมีเสถียรภาพ และราคาบ้านยังคงพุ่งสูงเพราะมีการลงทุนและการเก็งกำไรจากจีน

วิวฮ่องกง

Getty Images

บลูมเบิร์กระบุว่า ความมีอิสระในระบบยุติธรรม เป็นมรดกที่ฮ่องกงได้มาจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษ และทำให้บริษัทข้ามชาติเกือบ 1,400 แห่งเข้าไปตั้งสำนักงานใหญ่ที่นั่น การรักษาระบบดังกล่าวไว้ พร้อมกับหลักการอื่น ๆ ในการปกครองตัวเอง เป็นหัวใจของข้อตกลงส่งมอบเกาะฮ่องกงคืนให้แก่จีนในปี 1997 ด้วย

แต่ซีเอ็นเอ็น ระบุว่า สิ่งที่ฮ่องกงกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันนี้ เป็นความเสี่ยงโดยตรงต่อภาคธุรกิจ

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ผู้ให้บริการด้านความงามจากประเทศไทย AbouThai ซึ่งมีอยู่ 13 สาขาทั่วเกาะฮ่องกง ระบุในแถลงการณ์ว่า “เราหาเงินที่เสียไปกลับมาใหม่ได้ แต่ถ้าเราเสียฮ่องกงไปแล้ว เราไม่สามารถจะเอากลับคืนมาได้”

ความสามารถในการแข่งขัน

ดันแคน อินเนส-เคอร์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียของ อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต (Economist Intelligence Unit) กล่าวในรายงานของซีเอ็นเอ็น ว่า “ความกังวลหลักคือ กฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ จะทำให้นักธรุกิจต่างชาติที่อยู่ในฮ่องกงเผชิญกับระบบยุติธรรมที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของจีน”

ภายใต้ร่างกฎหมายใหม่นี้ นักธุรกิจเกรงว่า พวกเขาจะถูกทางการจีนจับตัวไปดำเนินคดี ด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือจากการทำความผิดเกี่ยวกับทางเศรษฐกิจที่ไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งจะเป็นการบ่อนทำลายระบบกฎหมายกึ่งปกครองตัวเองของฮ่องกง

“มีความสุ่มเสี่ยงที่ความน่าเชื่อถือของฮ่องกงจะถูกสั่นคลอน” ทารา โจเซฟ ประธานหอการค้าอเมริกัน กล่าว กับ ซีเอ็นเอ็น

ผู้ประท้วงถือป้าย

Getty Images
ผู้ประท้วงถือป้ายข้อความต่อต้านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.

กลุ่มธุรกิจที่ทรงอิทธิพลหลายกลุ่ม ระบุว่า ถ้าร่างกฎหมายนี้ผ่านการรับรอง ความสามารถในการแข่งขันของฮ่องกงจะถูกทำลายลง

“การเสนอให้แก้ไขนี้จะทำให้ผู้คนทบทวนว่า ควรจะเลือกฮ่องกงเป็นฐานประกอบการหรือเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ในภูมิภาคหรือไม่ เพราะมีความเสี่ยงว่า พวกเขาจะต้องอยู่ในขอบเขตอำนาจทางกฎหมายใหม่ ซึ่งไม่มีการคุ้มครองอย่างที่พวกเขาได้รับในฮ่องกง” เนื้อหาบางส่วนของหนังสือที่หอการค้าระหว่างประเทศยื่นต่อสภานิติบัญญัติฮ่องกงระบุ

มุมมองต่างชาติ

รัฐบาลหลายประเทศต่างกังวลต่อร่างกฎหมายดังกล่าว

คณะกรรมาธิการรัฐสภาสหรัฐฯ ระบุในเดือน พ.ค. ว่า ข้อเสนอให้มีการแก้ไขดังกล่าว จะทำให้ฮ่องกงเผชิญกับ “การข่มขู่ทางการเมือง” จากจีนมากยิ่งขึ้น และจะเป็นการทำลายการปกครองตนเองของฮ่องกง

บลูมเบิร์กรายงานว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ยืนยันว่า จะทบทวนสิทธิพิเศษทางการค้าต่าง ๆ กับฮ่องกง หากมีการผ่านร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน

https://twitter.com/hoccgoomusic/status/1138756865276297217

“ร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดนนี้ทำลายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของสหรัฐฯ และฮ่องกง อย่างที่เป็นมาตลอด 2 ทศวรรษ” นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวตามการรายงานของบลูมเบิร์ก “ถ้ามีการผ่านร่างกฎหมายนี้ รัฐสภาสหรัฐฯ ก็ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากการทบทวนว่า ฮ่องกงยังมี ‘อำนาจปกครองตัวเองได้เพียงพอ’ หรือไม่

ด้านอังกฤษและแคนาดา ก็ได้แสดงความกังวลเช่นกันว่า ข้อเสนอแก้ไขกฎหมายดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อพลเมืองของอังกฤษและแคนาดาที่อาศัยอยู่ในฮ่องกง

สหภาพยุโรป ได้ส่งหนังสือทางการทูตไปถึงนางแครี แลม หัวหน้าผู้บริหารเกาะฮ่องกง แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอแก้ไขกฎหมายนี้

กระทรวงต่างประเทศของจีนเรียกความเห็นเหล่านี้ว่า เป็นความพยายามทำให้ข้อเสนอของรัฐบาลฮ่องกง “เป็นเรื่องการเมือง” และเข้ามาแทรกแซงกิจการภายในของจีน

เตือนคนไทยในฮ่องกง

ด้านสถานกงสุลใหญ่ของไทยในฮ่องกง ได้ออกประกาศเตือนคนไทยในฮ่องกง หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีการชุมนุมประท้วง และขอให้นักท่องเที่ยวเผื่อเวลาในการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ รวมถึงสนามบินด้วย

สถานกงสุลใหญ่ของไทย คาดการณ์ว่าการชุมนุมประท้วงครั้งนี้จะส่งผลให้การสัญจรทั้งทางรถยนต์และรถไฟใต้ดิน (MTR) มีความหนาแน่นสูงจนถึงเป็นอัมพาต โดยเฉพาะพื้นที่จัดการชุมนุมประท้วงและบริเวณโดยรอบ ได้แก่ ย่าน Admiralty / Central / Wan Chai และ Causeway Bay

https://www.facebook.com/rtcghk/posts/2329615877130707

บทความก่อนหน้านี้ก๋วยเตี๋ยวเรื่องมาก(1) : สวรรค์ในครัว
บทความถัดไปบุฟเฟต์มื้อกลางวัน : ชวนชิมกินดื่ม