ถ้ำหลวง : 1 ปีผ่านกับปฏิบัติการช่วยชีวิตอันน่าทึ่ง สู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์

AFP

ถ้ำหลวง : 1 ปีผ่านกับปฏิบัติการช่วยชีวิตอันน่าทึ่ง สู่การพัฒนาเชิงพาณิชย์ – BBCไทย

จากความคิดเพียงเข้าไปในถ้ำหลวงขุนน้ำ-นางนอนด้วยกันเพื่อฉลองวันเกิดให้หนึ่งในสมาชิกทีม ฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมี หลังฝึกซ้อมเสร็จเมื่อ 23 มิ.ย.2561 ได้กลับกลายเป็นเหตุการณ์ใหญ่ระดับโลก

ฝนที่ตกนอกถ้ำอย่างหนักส่งผลให้ระดับน้ำในถ้ำขึ้นสูงจนทำให้เด็กทั้ง 12 คนและโค้ชของทีมต้องติดอยู่ ในถ้ำร่วมสองสัปดาห์ ท่ามกลางการระดมกำลังผู้เชี่ยวชาญทั่วประเทศและทั่วโลกมาช่วยค้นหา ด้วยงบประมาณที่ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขที่รัฐไทยทุ่มไป และ 1 ชีวิตที่สูญไปของ จ.อ. สมาน กุนัน อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ (ซีล) ที่เสียชีวิตระหว่างการช่วยเหลือเด็ก ๆ ให้กลับสู่อ้อมอกผู้ปกครอง

เสียงสนับสนุนให้กำลังใจทีมกู้ภัยและเด็ก ๆ ที่โชคร้ายไปติดอยู่ในถ้ำ เกิดขึ้นพร้อมกับเสียงวิพากษ์ วิจารณ์ความซุกซนที่เป็นต้นเหตุของเหตุการณ์ที่อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ หากไทยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากต่างชาติช่วยนำเด็กออกมาขณะยังมีชีวิตอยู่

ปฏิบัติการเมื่อหนึ่งปีก่อนได้รับความช่วยเหลือจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการกู้ภัยของกองทัพอากาศสหรัฐฯ นักดำน้ำในถ้ำจากสหราชอาณาจักร เบลเยียม ออสเตรเลีย ประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย และอีกหลายชาติ ที่ต้องเสี่ยงชีวิตเผชิญความยากลำบากในการดำน้ำผ่านโพรงถ้ำที่แคบและมืด และทำทุกวิถีทางจนเข้าไปถึงเนินนมสาว จุดที่เด็ก ๆ รวมตัวรอคนมาช่วย ไม่นับรวมอาสาสมัครในท้องถิ่นและชุมชนที่ต่างร่วมมือร่วมแรงคนละไม้คนละมือ

การนำตัวเด็กออกจากถ้ำที่เริ่มต้นเมื่อ 8 กรกฎาคม 2561 เป็นภารกิจใหญ่ที่สุดที่ทีมปฏิบัติต้องทำงาน แข่งกับเวลา มีการปั๊มน้ำออกจากถ้ำระบายไปท่วมไร่นาของชาวบ้านใกล้เคียงจนเสียหาย เพื่อให้น้ำในถ้ำ ลดลงต่ำสุด และนำตัวเด็กออกมาให้ทันก่อนฝนจะตกอีกรอบและทำให้น้ำสูงขึ้นอีก ชาวนาในพื้นที่ยอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้นเพื่อให้ทุกชีวิตอยู่รอดปลอดภัย

แผนที่ถ้ำหลวง

BBC

การลำเลียงเด็กออกจากถ้ำใช้เวลาสามวัน หลังวางแผนและซักซ้อมจนมั่นใจกับกระบวนการเคลื่อนย้าย เด็ก 1 คน โดยมีนักประดาน้ำ 2 คนประกบ

“เราไม่รู้ว่านี่คือสิ่งมหัศจรรย์ หรือวิทยาศาสตร์ หรืออะไรก็ตาม แต่หมูป่าทั้ง 13 ตัวได้ออกมาจากถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” ความรู้สึกของทีมนักทำลายใต้น้ำจู่โจม หรือซีล บนเฟซบุ๊ก “Thai NavySEAL” หลังภารกิจ “ถ้ำหลวง” ลุล่วง เด็กทุกคนออกมาจากถ้ำแล้ว

กราฟิกดำน้ำช่วยเด็ก

BBC

หลุดจากถ้ำ มาติดสัญญา

1 เดือนหลังได้รับความช่วยเหลือออกมา โค้ชเอกและนักฟุตบอลอีก 4 คน ที่ยังไม่มีสัญชาติไทย ได้รับสัญชาติ ทุกคนมีหลักฐานการเกิด มีความประพฤติดี ทำคุณประโยชน์ให้สังคม เข้าข่ายอนุมัติสัญชาติให้ได้

ปัจจุบันเด็ก ๆ ยังไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนที่เคยเรียน แห่งหนึ่งคือโรงเรียนแม่สายประสิทธิ์ศาสตร์ ที่ยังคงเน้นย้ำเรื่องการเรียนและปฏิบัติต่อเด็ก ๆ เหล่านี้อย่างเป็นปกติ นายคเณศ พงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียน เห็นว่าต้องดึงให้พวกเขาได้กลับคืนสู่ “ความเป็นปุถุชนธรรมดา” ให้มากที่สุด

ทีมหมูป่า

Getty Images

“ส่วนหนึ่งก็จะมีอยู่บ้างที่มีความเบี่ยงเบนความสนใจจากการเรียนไปสู่เรื่องอื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ของเด็กทั่วไปตามธรรมชาติ เช่น ออกไปเที่ยวเตร่บ้าง เคยซ้อมฟุตบอลก็ไม่เป็นประจำ สม่ำเสมอบ้าง หรือการที่ออกงานบ่อย ๆ ทำให้ติดใจบรรยากาศข้างนอกมากกว่าในโรงเรียน และบางส่วนไม่ยอมกลับ มาเรียนบ้าง”

ทว่าเหตุการณ์เมื่อหนึ่งปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนชีวิตเด็กชายที่เคยเที่ยวเล่นอยู่ในชนบทไปในอีกขั้วหนึ่งแล้ว เด็ก ๆ ซึ่งรับปากจะเป็นเด็กดีทำประโยชน์ให้สังคม ไปร่วมงานเลี้ยงรับรองหลายรายการ ไปปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ทั้งในและนอกประเทศ อย่าง The Ellen Show ของเอลเลน ดีเจนเนอเรส พิธีกรชื่อดังแห่งฮอลลีวูด

ได้ไปชมการแข่งขันฟุตบอล ระหว่างสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและสโมสรเอฟเวอร์ตัน ตามคำเชิญของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่สนามโอล์ดแทรฟฟอร์ด และได้ไปร่วมไว้อาลัย ต่อการจากไปของนายวิชัย ศรีวัฒนประภา เจ้าของสโมสรเลสเตอร์ซิตี้ ที่หน้าสนามคิงพาวเวอร์

พวกเขายังต้องไปมุดถ้ำจำลองในนิทรรศการ “ปฏิบัติการถ้ำหลวง วาระแห่งโลก” ที่ห้างสรรพสินค้า ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีเป้าหมายให้ผู้เยี่ยมชมได้เข้าถึงประสบการณ์ “ติดถ้ำ” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นชีวิต “เชิงพาณิชย์” ของเด็ก ๆ

ทีมฟุตบอลหมูป่า

EPA

นายนพรัตน์ กันทะวงศ์ หัวหน้าผู้สอนกีฬาฟุตบอลทีมหมูป่าอะคาเดมี มองว่ากิจกรรมที่ “ผู้หลักผู้ใหญ่” พาไปทำนี้ทำให้เด็กมีเวลาฝึกซ้อมฟุตบอลน้อยลง

รัฐบาลไทยเริ่มต้นเข้ามาเป็นผู้จัดแจงควบคุมการปรากฏตัวให้สัมภาษณ์ของเด็ก ๆ รวมไปถึงพ่อแม่ ที่สื่อจะต้องทำเรื่องหลายขั้นตอน แต่ถึงอย่างนั้นก็แทบจะไม่มีรายใดได้รับอนุญาตให้สัมภาษณ์

เรื่องราวของพวกเขายังถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง The Cave ของ ทอม วอลเลอร์ ผู้กำกับภาพยนตร์ลูกครึ่งไทย – ไอริช ที่จะถ่ายทำเสร็จสิ้นและได้ฉายบนจอเงินเป็นรายแรก ในเดือนกรกฎาคมนี้

อีกความบันเทิงที่กลั่นจากประสบการณ์เฉียดตายกับความยากลำบากและความสูญเสียของผู้อาสาช่วยชีวิต คือภาพยนตร์ซีรีส์ที่บริษัทเน็ตฟลิกซ์และเอสเค โกลบอล เอนเตอร์เทนเมนท์ ผลิตร่วมกันเพื่อออกอากาศผ่านช่องเน็ตฟลิกซ์

การนำตัวเด็กออกจากถ้ำหลวง

AFP

ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อหาหรือผู้แสดง มีเพียงการยืนยันว่านายจอน เอ็ม.ชู ผู้สร้างภาพยนตร์เรื่อง “Crazy Rich Asians” และ “Delhi Crime” และ นายนัฐวุฒิ พูนพิริยะ (บาส) ผู้กำกับ “ฉลาดเกมส์โกง” จะเป็นผู้กำกับ

เด็ก ๆ เซ็นสัญญากับบริษัทผู้สร้างภาพยนตร์ซีรีส์ที่ว่าโดยได้รับค่าตอบแทนคนละประมาณ 3 ล้านบาท และมีเงื่อนไขสัญญาที่ต้องปฏิบัติ หนึ่งในนั้นคือการไม่เปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในถ้ำในระหว่างที่มีการ ถ่ายทำ แม้ในระหว่างปฏิบัติการจริงเพื่อช่วยเหลือเด็ก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในถ้ำเป็นข้อมูลที่ปรากฏสู่สาธารณะ แล้วก็ตาม

กราฟิกเด็กติดถ้ำ

BBC

รัฐบาลไทยที่ประกาศเป็นผู้ควบคุมการให้ข่าวของนักฟุตบอลทีมหมูป่าทันทีหลังได้รับความช่วยเหลือออกมา รู้ดีว่าเงินค่าตอบแทนที่เด็ก ๆ จะได้รับมีมูลค่าเพียงน้อยนิด

“ถ้าเทียบกับขนาดของบริษัทและรูปแบบธุรกิจที่เขาทำ เงิน 3 ล้านบาทที่เด็กจะได้รับต่อคนถือว่าน้อยมาก แต่สำหรับในมุมมองของครอบครัว เงินจำนวนนี้มีความหมายกับพวกเขามากเพราะสามารถนำไปทำประโยชน์ต่อครอบครัวและสังคมได้อีก” พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและโฆษกคณะกรรมการสื่อสร้างสรรค์ เคยกล่าวไว้กับบีบีซีไทย

คำกล่าวของโฆษกรัฐบาลน่าจะเป็นเรื่องสมเหตุสมผลเพราะคงปฏิเสธไม่ได้ว่าปฏิบัติการช่วยเหลือที่ใช้งบประมาณที่ไม่เปิดเผยจำนวนของรัฐบาลกับแรงกาย แรงใจและการเสี่ยงชีวิตของอาสาสมัคร ไม่ควรจะกลายเป็นเรื่องราวที่จะทำเงินให้เอกชนเพียงไม่กี่รายเท่านั้น

กราฟิกเด็กติดถ้ำ

BBC

แม้จะต้องรอจนกว่าการถ่ายทำซีรีส์นี้เสร็จสิ้น เด็ก ๆ กับ “โค้ชเอก” จึงมีอิสระอีกครั้งในการพูดคุย และรับงานที่จะมีเข้ามาสืบเนื่องจากประสบการณ์ในถ้ำที่เผชิญมาด้วยตัวเอง แต่นายเอกพล จันทะวงษ์ หรือโค้ชเอก ที่ยุติบทบาทการเป็นโค้ชของทีมมาดูแลบริษัท 13 ถ้ำหลวง จำกัด ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อดูแลกิจการ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการให้สัมภาษณ์หรือผลิตสื่อที่เกี่ยวกับสมาชิกทีมทุกคน ไม่เห็นว่าสัญญาที่ทำไว้ ปิดโอกาสพวกเขาเสียทีเดียว

“พวกเราไม่ได้เซ็นสัญญาตลอดชีวิต ทันทีที่การถ่ายทำเสร็จสิ้น เราก็สามารถรับงานที่อื่นได้ด้วยตัวเอง”

โค้ชเอก

Reuters
โค้ชเอก

ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องกำหนดเผยแพร่ซีรีส์เรื่องเด็กติดถ้ำหลวงที่ผู้ลงทุนกำลังวางแผนทำเงินนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าภาพยนตร์ที่ผลิตออกมาจะสมจริงแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรคงไม่เท่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในถ้ำ แต่ที่แน่ ๆ ความ “พีค” ที่สุดของเรื่องนี้ที่ได้ผ่านพ้นไปตั้งแต่ที่เด็ก ๆ ได้รับความช่วยเหลือออกมา โดยกลุ่มคนที่ไม่ได้คิดคำนึงถึงผลตอบแทน

กราฟิกดำน้ำช่วยเด็กติดถ้ำ

BBC

รางวัลที่ยิ่งใหญ่

เด็ก : ขอบคุณครับ ขอบคุณครับ

ทีมค้นหา: พวกคุณมีกันอยู่กี่คน

เด็ก: 13 คน

ทีมค้นหา: เยี่ยม…

เด็ก : จะมารับพวกเราไหม

ทีมค้นหา: ยังไม่ใช่วันนี้นะ ถ้าเข้าไปข้างในอีก เราต้องดำเข้าไปนะ…พวกเรากำลังมานะ… อีกหลายคน ก็จะตามมา พวกเราเป็นกลุ่มแรกที่มา คนอีกมากกำลังตามมา

ทีมนักดำน้ำ

EPA

ส่วนหนึ่งของบทสนทนาแรกที่เด็ก ๆ พูดคุยตอบโต้กับนายริชาร์ด สแตนตัน และ จอห์น โวลันเธน นักประดาน้ำชาวอังกฤษ ที่เข้าถึงตัวเด็ก ๆ เป็นครั้งแรก

อดุลย์ สามอ่อน คือเด็กที่พูดตอบโต้กับนักประดาน้ำเป็นภาษาอังกฤษ เรียกเสียงชื่นชมเด็กบนดอยที่ใช้ทักษะภาษาต่างชาติได้อย่างน่าทึ่ง ล่าสุดอดุลย์ เพิ่งได้รับรางวัล Global Citizen’s Award จาก Middlebury college สหรัฐฯ จากความสามารถที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น เด็กดอยที่โกอินเตอร์คนนี้ปัจจุบันมีผู้ติดตามทางอินสตาแกรมกว่าแสนคน

รัฐบาลไทยจัดพิธีมอบ/พระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ให้ผู้เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือเด็กติดถ้ำหลวง 187 คน

ที่อังกฤษ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สองพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ให้ทีมนักดำน้ำ 7 คน รวมทั้งนายริชาร์ด สแตนตัน และนายจอห์น โวลันเธน สองคนแรกที่เข้าไปพบสมาชิกทีมหมูป่า ซึ่งได้รับเหรียญ George Medal ซึ่งเป็นเหรียญกล้าหาญสูงสุดอันดับ 2 ที่มอบให้แก่พลเรือนของสหราชอาณาจักร

ยังมีรางวัลที่นักดำน้ำและอาสาสมัครได้รับจากที่อื่นด้วย แต่ทั้งหมดนั้นไม่เท่ารางวัลที่พวกเขาได้รับนับตั้งแต่นำตัวเด็ก ๆ ออกมาได้

โวลันเธนเปิดใจว่าสำหรับเขาแล้ว รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ “ตอนที่รู้ว่าเด็กทุกคนรอดชีวิต”

ฮีโร่ในดวงใจ

ชีวิตเดียวที่ต้องสูญไปในปฏิบัติการระดับโลกครั้งนี้คือ “จ่าแซม” จ.อ.สมาน กุนัน ไม่มีคำอธิบายอื่นใดนอกไปจากว่าจ่าแซมหมดสติ ออกซิเจนในถังของตัวเองหมดลง ขณะดำน้ำกลับจากการนำถังออกซิเจนไปส่งในถ้ำ

วันนี้รูปหล่อสูง 3 เมตร ของจ่าแซมตั้งตระหง่านอยู่หน้าถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นเครื่องเตือนความจำถึงวีรกรรมที่เปลี่ยนชีวิตของวลีพร กุนัน ภรรยา ไปในชั่วข้ามคืน ใส่วิดีโอสัมวลีพร

ถ้ำหลวงวันนี้ใช่เพียงตำนาน

หนึ่งปีผ่านไป วนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไม่ได้เป็นเพียงถ้ำที่เลื่องชื่อเรื่องความอาถรรพ์ และเป็นตำนานความรักของหญิงสาวที่นำชีวิตมาทิ้งที่ถ้ำในตำบลโป่งผา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย อีกต่อไปแล้ว แต่ได้กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีคนไปเยือนมากที่สุดแห่งหนึ่งของภาคเหนือ

นักท่องเที่ยวที่เคยไปเยือนถ้ำวันละไม่กี่สิบคนเพิ่มเป็นวันละนับพันคน หัวหน้าวนอุทยานถ้ำหลวงฯ บอกว่าตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว จนถึงเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีนักท่องเที่ยวไปเยือนแล้วถึง 1.3 ล้านคน

พื้นที่เคยเป็นป่ารกถูกถางทำเป็นลานจอดรถ และมีร้านรวงขายของที่ระลึก จากจุดนี้มีรถบริการ รับนักท่องเที่ยวขึ้นไปส่งถึงหน้าปากถ้ำหลวงในไม่กี่อึดใจ

แม้จะเข้าไปเที่ยวชมในตัวถ้ำไม่ได้เพราะยังไม่ได้พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ปลอดภัย แต่ผู้ไปเยือนดูจะพึงใจกับการได้ชมอนุสาวรีย์จ่าแซม และพิพิธภัณฑ์แสดงภาพ The Heroes ที่ศิลปิน 300 ชีวิตจกหอศิลป์ขัวศิลปะช่วยกันวาดขึ้น

ถ้ำหลวง : 1 ปีผ่าน

AFP

บุคคลในภาพที่เป็นหัวแรงสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนั้น นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงราย บอกบีบีซีไทยว่าน้ำใจและความเสียสละของคนในชุมชนคือหัวใจของความสำเร็จ

“สำหรับผมฮีโร่ตัวจริงคือทุกคนที่มีส่วนช่วยในภารกิจไม่ว่าจะเป็นจากทางการ หรือจากเอกชน อีกทั้งยังมีจิตอาสาที่เข้ามาช่วยทำอาหาร ซักผ้า และช่วยเหลืองานบริการต่าง ๆ ให้ผ่านไปได้ด้วยดี”

ชุมชนโป่งผาวันนี้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวไทยและต่างประเทศกับเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์ใจที่เกิดขึ้นจริงและเรื่องที่เป็นตำนาน

บทความก่อนหน้านี้ชวดชัยกลับบ้าน! ชบาแก้ว พ่าย ชิลี กอดคอตกรอบฟุตบอลโลก
บทความถัดไปสุดเจ๋ง! ชาวบ้านอมก๋อย เก็บเห็ดถอบช่วงหน้าฝน ขายได้ 15 ล้าน เผยเคล็ดลับ ทำให้ป่าสมบูรณ์