Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 14 ส.ค. 2563

ไข้เลือดออก : กรมควบคุมโรคย้ำหากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก

17 ก.ค. 2562 - 00:43 น.

ไข้เลือดออก : กรมควบคุมโรคย้ำหากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก - BBCไทย

กระทรวงสาธารณสุขสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของ น.ส.หัทยา หงษ์ชารี นักเรียนหญิงวัย 19 ปี ที่ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ จากโรคไข้เลือดออก หลังจากพ่อของผู้เสียชีวิตข้องใจขั้นตอนการวินิจฉัยและการรักษาของโรงพยาบาล

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรคให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงการเสียชีวิตของผู้ป่วยไข้เลือดออกรายล่าสุด พร้อมกับให้ข้อมูลที่ควรรู้เพื่อป้องกันตัวเองจากไข้เลือดออกที่กำลังระบาดในช่วงนี้

สำหรับกรณีของ น.ส.หัทยานั้น นายสมบูรณ์ หงษ์ชารี พ่อของผู้เสียชีวิตให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในงานศพของลูกสาวเมื่อวันที่ 14 ก.ค. 2562 ว่า น.ส.หัทยา ป่วยตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. จึงได้พาไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ หมอที่คลินิกบอกว่าเธอมีไข้และติดเชื้อ พร้อมให้ยามาทานและบอกว่าหากอาการไม่ดีขึ้นให้พาไปโรงพยาบาล

วันที่ 10 ก.ค. ลูกสาวอาการไม่ดีขึ้น เขาจึงพาไปหาหมอที่โรงพยาบาลหนองกุงศรี หลังจากเจาะเลือดไปตรวจแล้วได้กลับมาพักที่บ้านแต่อาการแย่ลง มีไข้สูงและอาเจียน จึงพาไปโรงพยาบาลอีกครั้งในเวลา 04.00 น.

จากคำบอกเล่าของนายสมบูรณ์ พยาบาลทำการวัดไข้และความดันผู้ป่วยและบอกว่าไม่มีอะไรน่ากังวล ให้กลับบ้านไปก่อนแล้วค่อยมาโรงพยาบาลอีกครั้งในเวลาทำการปกติ คือช่วง 08.00-09.00 น.

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลอีกครั้งในเวลาประมาณ 09.00 น. นายสมบูรณ์บอกว่าลูกสาวมีอาการช็อก ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวไปที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งแพทย์แจ้งว่าเป็นไข้เลือดออก น.ส.หัทยาพักรักษาตัวอยู่ 1 คืน ก่อนถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.ศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และเสียชีวิตลงในวันที่ 13 ก.ค.

ยุงลาย
Getty Images

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวกับบีบีซีไทยว่า กระทรวงสาธารณสุขรับทราบกรณีดังกล่าวแล้ว และ นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพที่ 7 ซึ่งดูแล จ.กาฬสินธุ์ และสำนักงานป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ไปสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว

"ขณะนี้เรากำลังสอบสวนข้อเท็จเพื่อให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขอยืนยันว่าทางกระทรวงฯ ได้กำชับบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในทุกจังหวัดให้ปฏิบัติตามแนวทางการวินิจฉัยและรักษาโรคไข้เลือดออกอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้สื่อสารกับโรงพยาบาลเอกชนและร้านขายยาให้ปฏิบัติตามแนวทางเดียวกันด้วย" นพ.สุวรรณชัยกล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรคอธิบายเพิ่มเติมว่า การสอบสวนจะครอบคลุมสถานพยาบาลทุกจุดที่ น.ส.หัทยาเข้ารับการรักษา โดยจะตรวจสอบทั้งเรื่องการซักประวัติ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการคัดกรองผู้ป่วย การตรวจร่างกายว่าทำอย่างครบถ้วนและเป็นไปตามแนวทางปฏิบัติหรือไม่ การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ รวมทั้งการดูแลรักษาและให้คำปรึกษาของบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนี้ นพ.สุวรรณชัยยังได้ให้ข้อมูล 5 ประการที่ประชาชนควรรู้เกี่ยวกับไข้เลือดออก

1.หากมีไข้สูงติดต่อกันนานเกิน 2 วันให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก

เนื่องจากอาการของโรคไข้เลือดออกกับไข้หวัดใหญ่มีความคล้ายคลึงกัน บางครั้งผู้ป่วยและญาติจึงแยกไม่ออก

แม้ทั้งสองโรคจะมีไข้สูงเหมือนกัน แต่ไข้หวัดใหญ่จะมีน้ำมูกและไอร่วมด้วย และไข้จะลดลงเมื่อได้นอนพักผ่อน ขณะที่ไข้เลือดออกจะมีไข้สูงลอย และอาจมีอาการปวดท้อง อาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย ดังนั้นในช่วงหน้าฝนซึ่งเป็นฤดูระบาดของไข้เลือดออกเช่นนี้ หากมีไข้สูงนานกว่า 2 วัน และอาการไม่ดีขึ้น ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก และรีบไปพบแพทย์

ไข้หวัด
Getty Images

2.ไข้เลือดออกไม่มีสายพันธุ์ใหม่และไม่ได้กลายพันธุ์

"ขอยืนยันอีกครั้งว่าไข้เลือดออกไม่มีสายพันธุ์ใหม่" นพ.สุวรรณชัยกล่าว

เชื้อไวรัสไข้เลือดออกมีอยู่ 4 สายพันธุ์ เรียกว่าสายพันธุ์ที่ 1 2 3 และ 4 ซึ่งทำให้เกิดอาการรุนแรงต่างกัน โดยผู้ป่วยที่มีอาการหนักส่วนใหญ่จะติดเชื้อไข้เลือดออกชนิดรุนแรงสายพันธุ์ที่ 1 และ 2 และถ้าเป็นการติดเชื้อครั้งที่ 2 โดยติดเชื้อต่างสายพันธุ์จากครั้งแรก อาการก็จะยิ่งรุนแรง ดังนั้นความรุนแรงของโรคไข้เลือดออกจะสัมพันธ์กับจำนวนครั้งที่ติดเชื้อ สายพันธุ์ของเชื้อไวรัส และภูมิต้านทานของตัวผู้ป่วยเอง ไม่ใช่เพราะมีสายพันธุ์ใหม่หรือเชื้อกลายพันธุ์

3.ไข้เลือดออกไม่ได้เป็นเฉพาะเด็กเล็ก

หลายคนยังเข้าใจว่าไข้เลือดออกมักเป็นในเด็กเล็ก แต่จริง ๆ แล้วทุกคนมีโอกาสติดเชื้อนี้ได้ ความเข้าใจผิดนี้ทำให้ผู้ป่วยบางคนที่เป็นเด็กโต คนวัยทำงานและผู้สูงอายุ เมื่อมีไข้ก็ไม่คิดว่าตัวเองเป็นไข้เลือดออก นพ.สุวรรณชัยยอมรับว่า บางครั้งแม้แต่ผู้ให้บริการทางการแพทย์บางคนก็ไม่ได้นึกถึงข้อนี้ ทำให้ผู้ป่วยไม่ได้รับการวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่น ๆ

4.อันตรายจากการซื้อยาลดไข้มากินเอง

อธิบดีกรมควบคุมโรคระบุว่า ในจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกจำนวนกว่า 60 รายในปีนี้ มีอย่างน้อย 6 รายที่มีประวัติว่าได้รับยาจากคลินิกหรือซื้อยาลดไข้จากร้านขายยาที่เป็นยาลดไข้กลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) ซึ่งมีผลทำให้ภาวะเลือดออกรุนแรงขึ้น แม้ว่ากระทรวงสาธารณสุขจะพยายามสื่อสารกับคลินิกและร้านขายยามาตลอดว่า ห้ามจ่ายยากลุ่มนี้แก่ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก แต่ก็ยังมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากการได้รับยากลุ่มนี้อยู่

ไข้เลือดออก
Getty Images

5.ตระหนักแต่อย่าตระหนก

โรคไข้เลือดออกเป็นโรคประจำถิ่นที่ระบาดหนักในช่วงหน้าฝน เพราะมีแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายอยู่มาก ดังนั้นหากตัวเลขผู้ป่วยหรือผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่ก็ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงเพื่อป้องกันตัวเองและคนรอบข้างจากโรคนี้ด้วยการป้องกันไม่ให้ถูกยุงกัด โดยเฉพาะยุงลายที่หากินในเวลากลางวัน และการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำ

พ่นยากำจัดยุงลาย
Getty Images

กรมควบคุมโรครายงานว่าระหว่างเดือนม.ค.- 9 ก.ค.มีผู้ป่วยไข้เลือดออกแล้ว 44,671 คน เสียชีวิต 62 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 ถึงเกือบสองเท่า

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นภาคที่มีอัตราป่วยไข้เลือดออกสูงสุด คือ 90.40 ต่อประชากรแสนคน ส่วนหนึ่งเพราะเป็นภาคที่มีประชากรอยู่มาก รองลงมา คือ ภาคใต้ ภาคกลางและภาคเหนือ

จังหวัดที่มีอัตราป่วยสะสมสูงสุด 10 อันดับแรกในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมาได้แก่ อุบลราชธานี ตราด เลย นครราชสีมา ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด จันทบุรี เพชรบูรณ์ สระแก้ว ยะลา

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไข้เลือดออก : กรมควบคุมโรคย้ำหากมีไข้สูงเกิน 2 วัน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นไข้เลือดออก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง