Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 29 ก.ย. 2563

เบร็กซิท : เศรษฐกิจจะหดตัว หนี้ภาครัฐจะเพิ่ม 2 เท่า หากสหราชอาณาจักรออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง

19 ก.ค. 2562 - 11:37 น.

เบร็กซิท : เศรษฐกิจจะหดตัว หนี้ภาครัฐจะเพิ่ม 2 เท่า หากสหราชอาณาจักรออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง - BBC

องค์กรอิสระที่จับตามองงบประมาณภาครัฐของสหราชอาณาจักร ระบุว่า หนี้สาธารณะอาจเพิ่มเป็น 2 เท่าในปีหน้า ถ้าสหราชอาณาจักรออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป (เบร็กซิท) โดยไร้ข้อตกลง

สำนักความรับผิดชอบด้านงบประมาณ (The Office for Budget Responsibility--OBR) ระบุว่า หนี้สาธารณะของสหราชอาณาจักรจะเพิ่มเป็นเกือบ 6 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 2.3 ล้านล้านบาท ถ้าเกิดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง แต่ถ้าตกลงกันได้หนี้สาธารณะจะอยู่ที่ประมาณ 2.93 หมื่นล้าน หรือราว 1.13 ล้านล้านบาท

OBR ระบุว่า กรณีหนี้เพิ่มนี้อยู่บนสมมุติฐานที่ว่า สหราชอาณาจักรจะเผชิญกับการถดถอยทางเศรษฐกิจจากเบร็กซิทที่ไร้ข้อตกลง

สหราชอาณาจักรมีกำหนดที่จะออกจากสหภาพยุโรปวันที่ 31 ต.ค. นี้

ขณะนี้โอกาสที่จะเกิดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงเพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่ผู้สมัครแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟทั้ง 2 คน ต่างบอกว่า ยินดีที่จะออกจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลง

OBR ตั้งขึ้นในปี 2010 เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์การใช้จ่ายภาครัฐอย่างเป็นอิสระ

ในการประเมินครั้งแรกเกี่ยวกับผลกระทบต่อเศรษฐกิจกรณีที่เกิดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง ทาง OBR ได้ใช้การวิเคราะห์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund --IMF) ซึ่งคาดว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร จะหดตัวลงราว 2% ในปี 2020 ก่อนที่จะฟื้นตัวในปี 2021

โดยการฟื้นตัวจะเกิดขึ้นจากการบังคับใช้กำแพงภาษีสินค้าที่มาจากสหภาพยุโรป 4% เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ไม่มีการเก็บภาษี โดย IMF ไม่คาดว่าจะเกิดปัญหาความวุ่นวายขึ้นที่พรมแดน

ในกรณีดังกล่าว OBR ระบุว่า "ความไม่แน่นอนเพิ่มสูงขึ้น และความเชื่อมั่นที่ลดต่ำลง" จะส่งผลกระทบต่อการลงทุน ขณะที่อุปสรรคการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นกับสหภาพยุโรปจะ "เพิ่มแรงกดดันต่อการส่งออก"

เจเรมี ฮันต์ และ บอริส จอห์นสัน
Getty images/Reuters
ทั้ง เจเรมี ฮันต์ และ บอริส จอห์นสัน ระบุว่า พวกเขาเตรียมพร้อมที่จะออกจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลง

"ปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ จะผลักดันให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย ราคาสินทรัพย์และค่าเงินปอนด์จะตกลงอยางรุนแรง" OBR ระบุ

นอกจากนี้ยังระบุว่า ปัญหาดังกล่าวจะทำให้เงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น และรายได้ที่แท้จริงลดต่ำลง ส่งผลกระทบต่อรายรับจากภาษี ทำให้ต้องมีการกู้ยืมของภาครัฐเพิ่ม ซึ่งจะทำให้หนี้สาธารณะสูงขึ้นอีก 12% ในปี 2024

OBR ระบุเพิ่มเติมว่า นี่ "อาจไม่ใช่กรณีที่มีโอกาสเกิดขึ้นมากที่สุด" แต่ "เป็นกรณีที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นได้"

นอกจากนี้ยังเตือนว่า ผู้สมัครแข่งขันเป็นหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟทั้ง 2 คนได้ "มีข้อเสนอที่ต้องใช้เงินมหาศาลหลายอย่าง ในการตัดลดภาษีและเพิ่มการใช้จ่าย ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง น่าจะทำให้ภาครัฐต้องกู้ยืมเงินเพิ่มขึ้นหลายหมื่นล้านปอนด์"

การคาดการณ์ของ OBR รุนแรงน้อยกว่าของธนาคารกลางอังกฤษ และกระทรวงการคลัง

โดยในเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว ธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า เบร็กซิทที่ไร้ข้อตกลงจะทำให้ค่าเงินปอนด์ดิ่งลง และทำให้เกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายกว่าสมัยวิกฤตการเงินปี 2008

ธนาคารกลางอังกฤษระบุว่า เศรษฐกิจอาจหดตัวลงทันที 8% ถ้าไม่มีช่วงเปลี่ยนผ่าน

ด้านกระทรวงการคลังของอังกฤษ คาดว่า เศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรจะได้รับผลกระทบคิดเป็นมูลค่า 9 หมื่นล้านปอนด์ หรือราว 3.47 ล้านล้านบาท ไปจนถึงปี 2035 แต่ผู้ที่ต่อต้านสหภาพยุโรปเห็นแย้งในเรื่องนี้

ในบทความของหนังสือพิมพ์เดอะเทเลกราฟ (The Telegraph) ที่ตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้ เจค็อบ รีส-ม็อกก์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคคอนเซอร์เวทีฟ เรียกการประเมินทางเศรษฐกิจดังกล่าวว่า "เหลวไหล" และระบุว่า กรณีที่เกิดเบร็กซิทโดยไร้ข้อตกลงกลับจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่า 8 หมื่นล้านปอนด์ หรือ 3 ล้านล้านบาท แทน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายฟิลิป แฮมมอนด์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า "รายงานที่ OBR ตีพิมพ์เผยให้เห็นว่า แม้ในกรณีที่เลวร้ายน้อยที่สุดของการออกโดยไร้ข้อตกลง ก็จะยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักรอย่างมีนัยสำคัญอยู่ดี"

"แต่ในกรณีที่เลวร้ายน้อยที่สุดนั้น ไม่ใช่กรณีที่มีการพูดคุยกันในหมู่ผู้สนับสนุนเบร็กซิทคนสำคัญในตอนนี้ พวกเขากำลังพูดถึงกรณีที่เลวร้ายกว่านี้มาก ที่อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายมากกว่านี้มาก"

นางเทรีซา เมย์
Getty Images

จอห์น แม็กดอนเนลล์ รัฐมนตรีเงากระทรวงการคลังของพรรคเลเบอร์ กล่าวว่า "เรารู้ว่า เบร็กซิทที่ไร้ข้อตกลงจะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักร และการใช้จ่ายภาครัฐ เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่เสียหายจากแนวทางเศรษฐกิจที่ล้มเหลวในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา"

"คำเตือนนี้ ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทั่วทั้งสภาสนับสนุนการแก้ไขข้อตกลงในวันนี้มากขึ้น เพื่อพยายามที่จะปิดโอกาสที่นายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะปิดรัฐสภาเพื่อผลักดันเบร็กซิทที่ไร้ข้อตกลงให้เกิดขึ้น"

ชูกา อูมูนนา โฆษกด้านการคลังและเศรษฐกิจของพรรคฝ่ายค้าน ลิเบอรัลเดโมแครต กล่าวว่า "การจงใจดำเนินนโยบายที่องค์กรเฝ้าระวังทางเศรษฐกิจที่เป็นอิสระของรัฐบาลบอกว่า จะส่งผลให้เกิดการถดถอยทางเศรษฐกิจ จะเป็นการเพิ่มความกังวลและความเครียดให้กับครัวเรือนต่าง ๆ ซึ่งเผชิญกับความยากลำบากอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้"

โอกาสที่จะตกลงกันไม่ได้ดูเหมือนจะเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้สมัครทั้งสองคนที่จะขึ้นมาทำหน้าที่แทนนางเทรีซา เมย์ มีจุดยืนที่แข็งกร้าวมากขึ้นในเรื่อง แผนกั้นหลัง หรือ แบ็กสต็อป (backstop) บนเกาะไอร์แลนด์ ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ นโยบายนี้เป็นการรับประกันว่า จะไม่เกิดการกั้นพรมแดนขึ้นบนเกาะไอร์แลนด์ หลังจากเบร็กซิท

นายมิเชล บานิเยร์ หัวหน้าผู้เจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป แถลงที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม
Getty Images
นายมิเชล บานิเยร์ หัวหน้าผู้เจรจาฝ่ายสหภาพยุโรป แถลงที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม

เจเรมี ฮันต์ และบอริส จอห์นสัน ต่างกล่าวว่า แบ็กสต็อป "ตายแล้ว" แต่สหภาพยุโรป ระบุว่า จะไม่สนับสนุนข้อตกลงใด ๆ ที่ไม่มีแบ็กสต็อป

ในการให้สัมภาษณ์กับรายการพานอรามา (Panorama) ของบีบีซี เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มมีการกระบวนการเลือกผู้นำพรรคคอนเซอร์เวทีฟคนใหม่ นายมิเชล บาร์นิเยร์ หัวหน้าผู้เจรจาข้อตกลงฝ่ายสหภาพยุโรป กล่าวว่า สหราชอาณาจักรจะต้อง "เผชิญกับผลที่ตามมา" ถ้าเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรปโดยไร้ข้อตกลง

นายบาร์นิเยร์ กล่าวว่า ข้อตกลงถอนตัวออกจากสหภาพยุโรปที่นางเทรีซา เมย์ เป็นผู้เจรจา และถูกรัฐสภาปฏิเสธ 3 ครั้ง เป็น "หนทางเดียวในการออกจากสหภาพยุโรปด้วยความเรียบร้อย"

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เบร็กซิท : เศรษฐกิจจะหดตัว หนี้ภาครัฐจะเพิ่ม 2 เท่า หากสหราชอาณาจักรออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง