ขยะ : เซี่ยงไฮ้นำร่องแยกขยะภาคบังคับ ฝ่าฝืนปรับเงิน แก้ปัญหาขยะล้นเมือง

Getty Images จีนกำลังจมใต้กองขยะ?

ขยะ : เซี่ยงไฮ้นำร่องแยกขยะภาคบังคับ ฝ่าฝืนปรับเงิน แก้ปัญหาขยะล้นเมือง – BBCไทย

กรุงเทพฯ จะเรียนรู้อะไรได้บ้างจากโครงการแยกขยะภาคบังคับของนครเซี่ยงไฮ้ ที่ตั้งเป้าจัดการปัญหาขยะวันละ 26,000 ตันที่กำลังล้นเมือง โดยผู้ที่ฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับวันละเกือบ 1,000 บาท

ปัจจุบันกรุงเทพมหานคร (กทม.) ยังไม่ได้กำหนดให้ประชาชนแยกขยะ เป็นเพียงการขอความร่วมมือเท่านั้น

ปกติแล้ว “เนี่ย เฟิ่ง” พนักงานบริษัทในนครเซี่ยงไฮ้ แทบไม่ต้องคิดอะไรเลยเรื่องการจัดการขยะ ทุกเช้าเธอแค่ออกจากห้องพัก เอาขยะไปทิ้งแล้วตรงไปทำงาน แต่ทุกวันนี้ เธอต้องเผื่อเวลาเพิ่มสำหรับการแยกขยะซึ่งกลายเป็น “หน้าที่” ที่เธอและทุกคนในเมืองต้องทำ

เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2562 เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ประกาศเริ่มโครงการแยกขยะและรีไซเคิลภาคบังคับ เพื่อนำร่องการแก้ปัญหาขยะล้นเมือง จากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นของประชากร

บริเวณจุดทิ้งขยะใกล้ที่พักของเนี่ย มีแผนภาพแนะนำการแยกขยะติดไว้บนฝาผนัง อธิบายว่าก้างปลาและกระดูกหมูต้องแยกออกจากกัน เวลาทิ้งเศษอาหารก็ต้องแยกจากถุงพลาสติกที่ใส่มาเสียก่อน

“เราต้องแยกขยะเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมือง แต่เราก็มีพลาดบ้าง” เธอให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพี ขณะที่กำลังง่วนอยู่กับการแยกขยะต่างชนิดลงในถังขยะแต่ละประเภท

“เราต้องแยกขยะให้ถูกต้อง ก่อนที่การเก็บค่าปรับจะเริ่มจริงจัง”

การแยกขยะเป็นหน้าที่ที่ชาวเซี่ยงไฮ้ต้องปฏิบัติตาม

Getty Images
การแยกขยะเป็นหน้าที่ที่ชาวเซี่ยงไฮ้ต้องปฏิบัติตาม

“การแยกขยะภาคบังคับ” กลายเป็นประเด็นที่หลายคนในเมืองพูดถึง ทั้งเรื่องความสับสนถึงการจำแนกขยะแต่ละประเภท เรื่องค่าปรับหากไม่ปฏิบัติตาม รวมถึงเรื่องที่มีอาสาสมัครหลายพันคนเข้าตรวจตราถังขยะของประชาชนในแต่ละวัน

โครงการแยกขยะในนครเซี่ยงไฮ้กำลังถูกจับตาจากคนทั่วประเทศ เพราะโครงการนี้เป็นโครงการนำร่องก่อนจะบังคับใช้ไปทั่วประเทศจีน ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะถือเป็นโครงการแยกขยะและรีไซเคิลที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ด้วยจำนวนผู้บริโภคกว่า 1,400 ล้านคน ประเทศจีนกำลังจมอยู่ใต้กองขยะ ยกตัวอย่างนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งมีประชากรราว 25 ล้านคน ผลิตขยะมากถึง 26,000 ตันต่อวัน หรือเท่ากับน้ำหนักของ “เทพีเสรีภาพ” ในสหรัฐฯ

ประชาชนบางส่วนไม่พอใจ

เมื่อไม่นานมานี้ ตำรวจปราบจลาจลต้องเข้าควบคุมผู้ประท้วงหลายพันคนในเมืองอู่ฮั่น ที่ออกมาชุมนุมต่อต้านการก่อสร้างเตาเผาขยะ เพราะกลัวว่าการเผาขยะจะก่อให้เกิดสารพิษอันตราย

รัฐบาลจีนทุ่มเงินหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างเตาเผาขยะแบบ ‘เปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน’ ทั่วประเทศ นำมาสู่การประท้วงหลายระลอกในหลายเมือง จนกระทั่งแผนการสร้างเตาเผาขยะในอู่ฮั่นต้องระงับไปไม่มีกำหนด

ขยะ : เซี่ยงไฮ้นำร่องแยกขยะภาคบังคับ

Getty Images
เศรษฐกิจยิ่งเติบโต จีนยิ่งมีขยะเพิ่มมากขึ้น

ข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่าปริมาณขยะในประเทศจีนเพิ่มขึ้นมหาศาล จาก 30 ล้านตันในปี 1980 เป็น 210 ล้านตันในปี 2017

แม้จะยังน้อยกว่าผู้ผลิตขยะรายใหญ่ที่สุดของโลกอย่างสหรัฐฯ ที่ผลิตขยะ 258 ล้านตันต่อปี แต่ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า ปริมาณขยะที่จีนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึง 500 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2030

เศรษฐกิจโต-ขยะเพิ่ม

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเพิ่มปริมาณขยะในจีนมีหลายประการ รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความพยายามของพรรคคอมมิวนิสต์จีนในการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาต่างประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซที่นำโดยอาลีบาบายังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อให้เกิดขยะจากบรรจุภัณฑ์หลายพันล้านชิ้นต่อปี

วิกฤตขยะล้นทำให้เมื่อปีที่แล้ว รัฐบาลจีนสั่งห้ามการนำเข้าขยะบางรายการจากต่างประเทศเพื่อมารีไซเคิล ซึ่งมาตรการนี้ได้ส่งผลกระทบต่อวัฏจักรการหมุนเวียนขยะของโลก

อลิเซ บุย์ส-สการ์ท ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการ บริษัทให้คำปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ซีโรเวสต์เซี่ยงไฮ้ (Zero Waste Shanghai) ชี้ว่า การแยกขยะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่จีนต้องทำ

“รัฐบาลจีนตระหนักดีว่าเราจำเป็นต้องช่วยกันผลักดันเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องเร่งด่วน” อลิเซกล่าว “ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญก็คือ โครงการแยกขยะนี้ทำอย่างเป็นระบบมากขึ้น และประสบความสำเร็จในการทำให้ทุกคนพูดถึงและมีส่วนร่วม”

ขยะล้นเมือง

ที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าวมองว่า การบังคับแยกขยะสร้างปัญหาให้ประชาชนที่มีตารางการใช้ชีวิตที่ไม่แน่นอน สื่อจีนบางสำนักรายงานว่ามีขยะจำนวนมากที่ยังไม่ถูกแยกก่อนทิ้ง

เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ปฏิเสธแสดงความเห็นต่อประเด็นเหล่านี้กับสำนักข่าวเอเอฟพี

“เซี่ยงไฮ้มีขยะมากเกินไป มีคนอาศัยอยู่ในเซี่ยงไฮ้มหาศาล ทุกวันจึงมีขยะเยอะมาก” โซว เฉินซู หญิงวัยเกษียณกล่าว เบื้องหลังเธอเป็นจุดทิ้งขยะของอาคารพักอาศัย มีป้ายระบุประเภทขยะอย่างชัดเจน

"เซี่ยงไฮ้มีขยะมากเกินไป"

Getty Images
“เซี่ยงไฮ้มีขยะมากเกินไป”

“แน่นอน มันกวนใจ การแยกขยะทำให้ไม่สะดวกอยู่บ้าง อย่างเช่นพอกินอาหารที่บ้านเสร็จ เราต้องแยกกระดาษเช็ดปากไปทิ้งในขยะแห้ง ส่วนเศษอาหารต้องแยกไปทิ้งเป็นขยะเปียก จากเดิมที่ทิ้งรวมในถุงเดียวกัน”

โซว เฉินซู ไม่พอใจกับการต้องแยกขยะในช่วงแรก ๆ แต่ปัจจุบัน ยินดีทำ เพราะเห็นผลดีจากแมลงวันและกลิ่นเหม็นที่ลดลง

เทศบาลนครเซี่ยงไฮ้ใช้มาตรการปรับเงินเพื่อรณรงค์ให้ประชาชนแยกขยะ ผู้ฝ่าฝืนจะต้องเสียค่าปรับ 200 หยวน หรือราว 900 บาท ส่วนภาคธุรกิจที่ไม่ปฏิบัติตามจะถูกปรับ 5 หมื่นหยวน หรือเกือบ 255,500 บาท แต่ในช่วงเริ่มแรก ทางการยังคงละเว้นการเก็บค่าปรับ

กรุงเทพฯ เรียนรู้อะไรได้

บ้างธนาคารโลกระบุว่ากรุงเทพฯ มีขยะเกือบ 4.2 ล้านตันต่อปี ขณะที่สำนักสิ่งแวดล้อม กทม. รายงานว่าระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2560 ถึง 31 มี.ค. 2561 กทม. มีปริมาณขยะมูลฝอยกว่า 1.9 ล้านตัน หรือเฉลี่ย 10,500 ตันต่อวัน

ปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ทำให้ กทม.ประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมการจัดเก็บขยะมูลฝอย โดยอัตราใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2562 ดังนี้

1. ค่าธรรมเนียมเก็บและขนมูลฝอย กรณีบ้านเรือนที่ผลิตขยะ ไม่เกิน 20 ลิตร/วัน จะมีอัตราค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น จากเดิมเดือนละ 20 บาท เป็นเดือนละ 40 บาท

2. ค่าธรรมเนียมกำจัดมูลฝอย ซึ่งเป็นส่วนที่กำหนดขึ้นใหม่ ตามกฎกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ผลิตขยะมีส่วนร่วมรับผิดชอบจัดการกับปัญหาขยะตามหลักการผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย โดยบ้านเรือนทั่วไปที่ผลิตขยะไม่เกิน 20 ลิตร/วัน จะเสียค่าธรรมเนียมกำจัดขยะ เดือนละ 40 บาท ดังนั้น เมื่อรวมค่าธรรมเนียมการเก็บขนและกำจัดขยะแล้ว บ้านเรือนทั่วไปจะต้องชำระค่าธรรมเนียมการจัดการมูลฝอยให้กับ กทม. เดือนละ 80 บาท

ทั้งนี้ การแยกขยะของคน กทม. ยังไม่ได้เป็นข้อบังคับเหมือนในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน โดย กทม. เน้นการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนแยกขยะก่อนทิ้ง ตามหลัก “3 ช” คือ ใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่

บทความก่อนหน้านี้‘โปรดราก้อน’ ผงาดแชมป์ กอล์ฟท็อปฟอร์ม วัน เดย์ ทัวร์ ครั้งที่ 11 ที่นครนายก
บทความถัดไปทำความเข้าใจวิกฤตความขัดแย้งอิหร่าน-สหรัฐฯ-อังกฤษ หลังเกิดเหตุการณ์หลายระลอกบริเวณอ่าวเปอร์เซีย