ชายที่พบไททานิค เริ่มค้นเกาะในแปซิฟิก เพื่อไขปริศนาการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของ อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต ขณะบินรอบโลก

Getty Images อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต นักบินผู้สร้างตำนานและเรื่องราวลึกลับมาจนถึงทุกวันนี้

ชายที่พบไททานิค เริ่มค้นเกาะในแปซิฟิก เพื่อไขปริศนาการสูญหายอย่างไร้ร่องรอยของ อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต ขณะบินรอบโลก – BBCไทย

การหายตัวไปของอะมีเลีย แอร์ฮาร์ต เป็นที่สนใจของผู้คนทั่วโลกมานานหลายทศวรรษ และมีหลากหลายทฤษฎีที่พยายามอธิบายเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอ

ในปี 1937 แอร์ฮาร์ต นักบินชาวอเมริกัน สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย ขณะพยายามทำการบินรอบโลก

ล่าสุด ปฏิบัติการค้นหาซากเครื่องบินและร่องรอยของเธอได้เริ่มขึ้นอีกครั้งที่เกาะนิกุมาโรโร (Nikumaroro) เกาะเล็ก ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก

คณะสำรวจนำโดยบุคคลในตำนานอีกคนหนึ่งคือ โรเบิร์ต บัลลาร์ด ชายผู้ค้นพบซากเรือไททานิค

เขาจะทำภารกิจนี้สำเร็จหรือไม่ หลังจากที่มีผู้ล้มเหลวมาแล้วจำนวนมาก

แม้ว่า นายบัลลาร์ด จะดูมีความหวัง แต่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแอร์ฮาร์ตหลายคน ยังคงไม่มั่นใจว่า เขาจะสามารถเปิดเผยเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอได้

ปริศนา

อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต ไม่เพียงแต่เป็นบุคคลที่โด่งดังในวงการการบินของโลก แต่เธอยังเป็นผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมด้วย ในฐานะนักบินยุคบุกเบิก เธอกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่หยุดพักเพียงลำพังได้สำเร็จในปี 1932 อีก 5 ปีต่อมา เธอเริ่มภารกิจบินรอบโลก ซึ่งหากสำเร็จคงจะกลายเป็นตำนานระดับโลก

การเดินทางของเธอ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก มีสื่อจากทุกประเทศที่เธอเดินทางผ่านติดตามรายงานข่าวเธอ ทำให้เธอกลายเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก

ดอโรธี ค็อกรัน ภัณฑารักษ์ที่แผนกการบิน พิพิธภัณฑ์การบินและอวกาศแห่งชาติสมิธโซเนียน (Smithsonian National Air and Space Museum) ของสหรัฐฯ กล่าวว่า “แอร์ฮาร์ต เป็นหนึ่งในผู้หญิงที่ได้รับความชื่นชอบมากที่สุดในช่วงทศวรรษ 1930”

“เธอเป็นนักบินที่สร้างสถิติ และเป็นผู้หญิงประสบความสำเร็จในการทำอาชีพในวงการการบิน ในฐานะที่เป็นผู้หญิงที่อยู่ในวงการที่เต็มไปด้วยผู้ชาย”

เธอออกเดินทางจากชายฝั่งทางตะวันตกของสหรัฐฯ ไปยังบราซิล บินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก แอฟริกา ตะวันออกกลาง อินเดีย อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และไปถึงปาปัวนิวกินี จากจุดนั้นเธอเหลือเพียงข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกเท่านั้น

เธอต้องหยุดแวะเติมเชื้อเพลิงอีก 1 ครั้ง แล้วเธอก็จะเดินทางถึงฮาวาย จากนั้นก็จะเดินทางกลับถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐฯ แต่หลังจากที่เธอบินขึ้นจากเมืองเล (Lae) ในปาปัว เธอก็ไปไม่ถึงจุดหมายต่อไปของเธอบนเกาะฮาวแลนด์ (Howland) ในแปซิฟิก

Map of Earhart's flight route

BBC

ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์เรื่องราวที่เกิดกับเธอได้

“การสูญหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเธอ ยังคงเป็นหนึ่งในเรื่องราวลึกลับที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่ง” ค็อกรัน กล่าว

ชายผู้ค้นพบไททานิค

โรเบิร์ต บัลลาร์ด เป็นนักสมุทรศาสตร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง การค้นพบซากเรือไททานิกไม่ใช่ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ครั้งเดียวของเขา ชายวัย 77 ปี ผู้นี้ยังเคยค้นพบเรือบิสมาร์ก (Bismarsck) เรือในตำนานของนาซีในมหาสมุทรแอตแลนติก และซากเรืออีกนับไม่ถ้วนทั่วโลก

นายบัลลาร์ด ระบุผ่านทางเว็บไซต์ที่เผยแพร่เรื่องราวการออกเดินทางด้วยเรือนอติลุส (Nautilus) ของเขาว่า “ผมสนใจเรื่องราวของ อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต มาโดยตลอด เพราะว่าเธอได้ทำให้ผู้คนทั่วโลกตกตะลึงด้วยการทำในสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ เหมือนกับที่ผมได้พยายามทำมาตลอดอาชีพของผมในฐานะ นักสำรวจทะเลลึก”

การสำรวจ ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้รับการสนับสนุนโดยช่องเนชันแนลจีโอกราฟฟิก (National Geographic) และจะถูกทำเป็นสารคดีออกอากาศทางโทรทัศน์ ทางช่องหวังว่า การสำรวจนี้จะค้นพบสิ่งที่ผู้คนเฝ้ารอกันมานาน และเป็นผลงานชิ้นเอกทางโทรทัศน์

ชายที่พบไททานิค

Getty Images
โรเบิร์ต บัลลาร์ด กล่าว่า เขาสนใจเรื่องราวการหายตัวไปของ อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต มาโดยตลอด

“ผมเป็นนักล่า คุณต้องทำตัวเป็นเหยื่อที่คุณกำลังล่า” นายบัลลาร์ด กล่าวกับทางช่องเนชันแนลจีโอกราฟฟิก “ผมเข้าไปนั่งในห้องนักบิน และเริ่มทำตัวเป็นอะมีเลีย”

เกาะในแปซิฟิก

แล้วจะเริ่มตามหาแอร์ฮาร์ตและเครื่องบินของเธอจากที่ไหน ภารกิจนี้มุ่งหน้าไปที่เกาะนิกุมาโรโร เกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกลางมหาสมุทรแปซิฟิก

แอร์ฮาร์ตมีกำหนดเดินทางถึงเกาะฮาวแลนด์ในวันที่ 2 ก.ค. 1937 เพื่อเติมเชื้อเพลิง เรือของยามชายฝั่งสหรัฐฯ ลำหนึ่ง ที่ถูกส่งออกไปเพื่อให้ความช่วยเหลือเธอ กำลังรออยู่แล้วตามเวลา แต่เครื่องบินล็อกฮีด อิเล็กทรา (Lockheed Electra) ของเธอก็ไม่ปรากฏมาบนท้องฟ้า

ตอนนั้นแอร์ฮาร์ตกำลังบินมาพร้อมกับ เฟร็ด นูนาน ผู้นำทางที่ทุ่มเทกับภารกิจนี้ ทั้งสองคนส่งข้อความบอกว่า พวกเขากำลังเข้าใกล้ แต่น้ำมันกำลังจะหมด

ข้อความทางวิทยุข้อความสุดท้ายพวกเขาระบุว่า พวกเขากำลังบินอยู่เหนือเส้นทางการบินไปตามแนวที่เกาะฮาวแลนด์ตั้งอยู่ จากนั้นก็เงียบหายไป

แต่ในเส้นทางบินเดียวกันนั้น ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ จะไปถึงเกาะนิกุมาโรโร ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะฮาวแลนด์ราว 648 กิโลเมตร ทำให้มีการคาดกันว่า พวกเขาอาจจะเลยเกาะฮาวแลนด์ไป และลงจอดบนแนวปะการังของเกาะนิกุมาโรโร ในช่วงที่น้ำลด

ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง พวกเขามีเวลาเพียงแค่ 2-3 วันเท่านั้น บนเกาะเล็ก ๆ นั้นไม่มีน้ำจืด แล้วพวกเขาก็คงจะเสียชีวิตจากการติดเกาะ

ทฤษฎีและการคาดเดา

การสูญหายของแอร์ฮาร์ต ทำให้มีปฏิบัติการค้นหาขึ้นทันที โดยมีกองทัพเรือสหรัฐฯ และหน่วยงานยามชายฝั่งสหรัฐฯ เข้าร่วม แต่ไม่พบร่องรอยใด ๆ ผู้ที่เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแอร์ฮาร์ตมากที่สุดหลายคนเห็นตรงกันว่า เครื่องบินตกลงในทะเลที่ไหนสักแห่งใกล้กับเกาะฮาวแลนด์

แต่ถ้าเครื่องบินไม่ได้ตกล่ะ

ยังมีอีกหลายทฤษฎีเกี่ยวกับเรื่องนี้ บางเรื่องก็ดูค่อนข้างแปลกประหลาด แต่ผู้ที่ค้นหาแอร์ฮาร์ตไม่ให้ความเชื่อถือกับทฤษฎีเหล่านี้

ทฤษฎีหนึ่งบอกว่า แอร์ฮาร์ตเดินทางเลี้ยงกลับขึ้นเหนือแล้วก็ไปลงที่เกาะมาร์แชลล์ ซึ่งเธอถูกญี่ปุ่นจับตัวไว้ แล้วก็อาจจะถูกบังคับให้ทำงานโฆษณาชวนเชื่อต่อต้านสหรัฐฯ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ในปี 2017 มีภาพที่ระบุว่า เป็นแอร์ฮาร์ตและนูนานอยู่ที่ท่าเรือบนเกาะมาร์แชลล์ กลายเป็นข่าวใหญ่หลายแหล่ง แต่เบาะแสนั้นก็ดูลางเลือนจนไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานอันนำไปสู่ข้อสรุปของเหตุการณ์ได้ นอกจากนี้ก็ไม่มีหลักฐานใด ๆ จากทางญี่ปุ่นสนับสนุนข้อกล่าวอ้างนี้

ส่วนอีกทฤษฎีหนึ่ง ระบุว่า แอร์ฮาร์ต เดินทางกลับไปยังสหรัฐฯ น่าจะหลังจากที่ถูกญี่ปุ่นควบคุมตัวไว้ช่วงหนึ่ง แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างสงบโดยใช้ชื่อปลอม อยู่ที่ไหนสักแห่งในรัฐนิวเจอร์ซีย์ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่น่าเชื่อถือสนับสนุนทฤษฎีนี้เช่นกัน

ทฤษฎีที่ว่าเดินทางมายังเกาะนิกุมาโรโร ดูเหมือนจะมีผู้เชื่อถือมากกว่า โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทฤษฎีดูเหมือนจะน่าเชื่อถือมากขึ้น หลังจากปรากฎภาพลางเลือนของสิ่งที่ดูเหมือนชิ้นส่วนของเครื่องบินอยู่บนแนวปะการัง จุดตั้งแคมป์ที่ถูกทิ้งร้าง และกระดูกมนุษย์ที่บางคนเชื่อว่า อาจจะเป็นของแอร์ฮาร์ต

กระดูกดังกล่าวซึ่งถูกพบในช่วงทศวรรษ 1940 ตอนแรกถูกวิเคราะห์ว่า เป็นกระดูกของผู้ชาย จากนั้นกระดูกเหล่านี้ได้สูญหายไป เหลือแต่เพียงภาพถ่าย ซึ่งการวิเคราะห์ภาพถ่ายเหล่านี้ของทางนิติเวชระบุว่า กระดูกน่าจะเป็นของผู้หญิงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของชาวยุโรป นั่นหมายความว่า อาจจะตรงกับรูปร่างของอะมีเลีย แอร์ฮาร์ต

ริก กิลเลสปี หัวหน้ากลุ่มกู้เครื่องบินประวัติศาสตร์ระหว่างประเทศ (The International Group for Historic Aircraft Recovery–TIGHAR) สนับสนุน ทฤษฎีเกาะนิกุมาโรโร อย่างชัดเจน

เขาเคยไปที่เกาะแห่งนี้ด้วยตัวเองหลายครั้ง และบอกกับบีบีซีว่า กลุ่มของเขาพบ “หลักฐานที่บ่งบอกว่า มี ผู้หญิงอเมริกันในช่วงทศวรรษ 1930”

เขาบอกด้วยว่า มีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือหลายครั้งเกิดขึ้นในพื้นที่นี้ หลังจากที่แอร์ฮาร์ตหายตัวไป ซึ่งเขาเชื่อว่า สัญญาณเหล่านั้นน่าจะมาจากแอร์ฮาร์ตและนูนาน


ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการค้นหาขนานใหญ่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งในทะเลรอบ ๆ เกาะฮาวแลนด์ แต่ก็ไม่พบเครื่องบิน

นายกิลเลสปี อธิบายว่า “ความพยามในการไขปริศนาได้รับความสนใจจากสื่อเป็นธรรมดาอยู่แล้ว”

“แต่ละครั้งที่ ความพยายามเหล่านั้นหาหลักฐานที่จับต้องได้ไม่พบ ปริศนานี้ก็ยิ่งโด่งดังและดึงดูดให้มีคนที่อยากจะเป็นคนที่ค้นพบอะมีเลียเพิ่มขึ้น มันคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ที่น่าสนใจมาก”

โอกาสในการไขปริศนา

นายบัลลาร์ด จะเป็นผู้นำในปฏิบัติการค้นหาครั้งใหญ่นี้

กลุ่มหนึ่งจะปูพรมค้นหาเบาะแสต่าง ๆ บนเกาะนี้ รวมถึง จุดตั้งแคมป์ที่เป็นไปได้ กระดูก หรือวัตถุอื่น ๆ กลุ่มที่สอง นำโดยนายบัลลาร์ดเอง จะค้นหาเครื่องบินในทะเล

ถ้าเครื่องบินของแอร์ฮาร์ตและนูนาน แล่นลงกระแทกกับแนวปะการัง เครื่องบินของพวกเขาก็น่าจะถูกพัดออกสู่ทะเลในเวลาไม่นาน หลังจากน้ำขึ้น

ภารกิจนี้จะใช้เทคโนโลยีที่นำสมัยที่สุดในการร่างแผนที่ท้องทะเล ในจำนวนเทคโนโลยีเหล่านั้น นายบัลลาร์ดจะใช้เรือดำน้ำที่ไม่ใช้คนขับที่สามารถลงไปสำรวจได้ถึงระดับความลึก 3,962 เมตร

แต่ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแอร์ฮาร์ตหลายคน เกรงว่า ภารกิจใหญ่ของนายบัลลาร์ดอาจจะจบลงตั้งแต่ตอนเริ่มต้น

ซูซาน บัตเลอร์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับแอร์ฮาร์ต และผู้เขียนชีวประวัติของเธอ กล่าวกับบีบีซีว่า “ฉันไม่คิดว่า เครื่องบินอยู่ใกล้กับเกาะนิกุมาโรโร”

“เครื่องบินที่ทะยานขึ้นจากเรือยูเอสเอสโคโรลาโด บินผ่านเกาะนั้นในช่วง 2-3 วัน หลังจากที่เธอจะหายตัวไป นักบินไม่เห็นกิจกรรมใด ๆ เกิดขึ้นที่นั่น”

อะมีเลีย แอร์ฮาร์ต และเฟร็ด นูนาน บนเครื่องบินล็อกฮีด

Getty Images
นูนานและแอร์ฮาร์ต ถ่ายภาพกับเครื่องบินล็อกฮีด ของพวกเขา

เธอกล่าวถึงทฤษฎีเกาะนิกุมาโรโรของนายกิลเลสปีอย่างตรงไปตรงมาว่า เป็นเรื่องไร้สาระ “เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการยอมรับจากสาธารณชน เนชันแนลจีโอกราฟฟิก ก็เชื่อเขาทุกครั้ง เหมือนกับหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ”

ผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ เห็นด้วยว่า แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ แอร์ฮาร์ต จะไปถึงเกาะเล็ก ๆ แห่งนั้น

ค็อกรัน จากสมิธโซเนียน บอกว่า “ตอนที่เธอเข้าใกล้เกาะฮาวแลนด์ สัญญาณวิทยุของเธอชัดเจนขึ้น”

“เธอน่าจะอยู่ภายในระยะ 50 ไมล์ (ประมาณ 80 กิโลเมตร) เธอและนูนาน คิดว่า พวกเขาเข้าใกล้เรือของยามชายฝั่งสหรัฐฯ แล้ว”

เธอสรุปว่า “พวกเขาก็เลยใช้เชื้อเพลิงจนหมดในช่วงที่เข้าใกล้เกาะฮาวแลนด์”

เธอบอกว่า นายกิลเลสปี และ TIGHAR “แทบไม่พบหลักฐานว่า มีคนหรือสิ่งของต่าง ๆ รอบเกาะนิกุมาโรโร และอันที่จริงแล้ว มีคนอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนี้ในหลายช่วงเวลา และเรือหลายลำก็เคยอับปางใกล้กับเกาะนี้ด้วย”

“อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่เคยพบหลักฐานที่เกี่ยวกับแอร์ฮาร์ต นูนาน หรือเครื่องบินของพวกเขาเลย ฉันไม่เข้าใจว่า ทำไม ‘การค้นพบ’ หรือภาพถ่ายของพวกเขา จึงมีน้ำหนักกว่าบันทึกของทางการ”

บทความก่อนหน้านี้ตายยกคัน3ศพ! ชาย 2 หญิง 1 ซ้อนสามบิดจยย.เสยท้ายรถทัวร์จอดโครมสนั่น(คลิป)
บทความถัดไปสยองยิ้มมือปืนนอร์เวย์ ขึ้นศาลคดีกราดยิงมัสยิด – ฆ่าน้องบุญธรรม