ประยุทธ์ 2 : รู้จักตำแหน่ง ผช.รมต. เครื่องมือบริหารความพอใจ “พรรคจิ๋ว”

บรรดา “พรรคจิ๋ว” ที่พลาดหวังจากโควตารัฐมนตรี ต้อง “รอเก้อ” อีกครั้ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่มีมติแต่งตั้งพวกเขาเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ผช.รมต.) หลังมีรายงานข่าวว่าพรรคแกนนำรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” เตรียมใช้ตำแหน่งนี้เป็นเครื่องมือ “บริหารการเมือง” และ “บริหารความพึงพอใจ” ให้แก่พรรคร่วมรัฐบาล

ที่ประชุม ครม. ที่มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม เป็นประธาน มีมติ “เห็นชอบ” ให้แต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองรวม 36 ตำแหน่ง และกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี (ผช.รมต.) รวม 6 ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏชื่อของตัวแทน “พรรคจิ๋ว” ได้เข้าไปดำรงตำแหน่ง ผช.รมต. แต่อย่างใด หลังมีรายงานข่าวปรากฏทางสื่อบางสำนักว่าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ยอมเฉือนโควตาของพรรคอย่างน้อย 5 ตำแหน่ง เพื่อจัดสรรให้แก่ 5 “พรรคจิ๋ว” หลังออกมาขู่ถอนตัวจากการเข้าร่วมรัฐบาลไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ หัวหน้าพรรคประชาภิวัฒน์ ที่ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. แบบบัญชรายชื่อ เพราะหวังจะแต่งตัวรอเป็น ผช.รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้เมื่อ 6 ส.ค. ครม. มีมติเห็นชอบให้แต่งตั้งข้าราชการการเมืองไปแล้ว 27 ตำแหน่ง และ ผช.รมต. อีก 5 ตำแหน่ง

พล.อ. ประยุทธ์ เปิดเผยภายหลังการประชุม ครม. ว่า จะทยอยแต่งตั้งไปเรื่อย ๆ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ขอให้มองว่าเป็นการตั้งคนเพื่อเข้าไปทำงาน ไปช่วยงานที่กระทรวงและช่วยงานรัฐมนตรี ซึ่งความจริงแล้วตำแหน่งเหล่านี้เป็นตำแหน่งของนายกฯ แต่ได้มอบหมายให้ทุกกระทรวงเพื่อช่วยติดตามงานและรายงานกลับมาที่นายกฯ ว่าได้ทำอะไรไปบ้าง

“ขออย่าไปดูถูกว่าเป็นตำแหน่งที่ไม่มีความสำคัญ หรือเป็นตำแหน่งต่างตอบแทน ตำแหน่งเทกระโถน จะไปดูถูกคนแบบนี้ไม่ได้ ถ้าดูถูกกันแบบนี้ ก็คงไม่มีใครอยากไปทำงานให้” พล.อ. ประยุทธ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวได้ถามถึงความชัดเจนของการไปร่วมงานกับ พปชร. พล.อ. ประยุทธ์ ตอบเพียงว่า “โนคอมเมนท์” (ไม่มีความคิดเห็น)

ประยุทธ์ งดกินข้าว “พรรคจิ๋ว” ส่ง ธรรมนัส เคลียร์แทน

สำหรับ “พรรคจิ๋ว” หรือพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบบัญชีรายชื่อเพียง 1 คน โดยเข้าสภาได้เพราะการ “ปัดเศษทศนิยม” ทั้งที่มีคะแนนมหาชนไม่ถึงเกณฑ์มี “ส.ส. พึงมีได้” ตามสูตรคำนวณ ส.ส. มีจำนวนทั้งหมด 10 พรรค เป็นกลุ่มแรก ๆ ที่ประกาศสนับสนุนพรรคอันดับ 2 อย่าง พปชร. เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลในช่วงเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ก่อนที่ พปชร. จะปิดดีลตั้งรัฐบาลผสม 19 พรรคได้ในที่สุด

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ เคยกล่าวว่า พรรคเล็กเป็นกลุ่มแรกที่ทำให้รัฐบาลมีเสียงเกิน 126 เสียง ซึ่งถือเป็นการ “เปิดสวิตช์ประเทศไทย” แต่เมื่อแต่งตั้ง ครม. แล้ว พรรคเหล่านี้กลับได้รับการตอบสนองค่อนข้างต่ำ

ด้าน ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคเหนือ พปชร. ว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้ตนเป็นผู้พูดคุยกับพรรคเล็ก และจะไม่มีการนัดกินข้าวกับพรรคเล็กเพื่อพูดคุยกันอย่างที่มีกระแสข่าวออกมา

กราฟิก สภาผู้แทนราษฎรไทย 2562

BBC

รู้จักตำแหน่ง ผช.รมต.

ตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี หรือใช้คำภาษาอังกฤษว่า “Vice Minister” เกิดขึ้นครั้งแรกในยุครัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคไทยรักไทย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ “บริหารการเมือง” ภายในพรรค เนื่องจากมีบุคลากรการเมืองล้นหลามจากปฏิบัติการ “ดูด” ส.ส. นักวิชาการ นักธุรกิจ และอดีตข้าราชการเข้ามาอยู่ในสังกัดจำนวนมาก ขณะที่ตำแหน่งใน ครม. ลดลงเหลือ 36 คนตามรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 จากเดิมมี 49 คน จึงมีการเปิดตำแหน่งใหม่รวม 30 ตำแหน่งเพื่อรองรับคนเหล่านี้ นอกเหนือจากตำแหน่งเลขานุการและที่ปรึกษารัฐมนตรี

รัฐบาลนายทักษิณ ได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ลงวันที่ 6 ก.พ. 2546 กำหนดคุณสมบัติ และอำนาจหน้าที่ของ ผช.รมต. หลัก ๆ คือคอย “ประสานงาน” ตามที่นายกฯ หรือ รมต. มอบหมาย และ “เป็นผู้แทน” รมต. ไปรับฟังเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจากประชาชน รวมถึงเข้าร่วมประชุมและเจรจาความต่าง ๆ แต่ต้อง “ไม่ก่อให้เกิดพันธะทางกฎหมายผูกมัด รมต.”, “ไม่นับเป็นองค์ประชุม” และ “ไม่มีสิทธิออกเสียงลงมติ”

แรกเริ่มเดิมที ผช.รมต. ไม่มีเงินเดือน ได้แต่ค่าเบี้ยประชุมเท่านั้น ก่อนมีการกำหนดให้ได้รับเงินเดือน 63,800 บาท/เดือน หรือเทียบเท่าตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในเวลานั้น

ต่อมารัฐบาล “ประยุทธ์ 1” ได้แก้ไขระเบียบใหม่ โดยเพิ่มจำนวน ผช.รมต. เป็น 40 คน แต่ลดอัตราเงินเดือนเหลือ 50,000 บาท ตามมติ ครม. เมื่อ 16 ก.ย. 2559 นั่นหมายความว่าประชาชนต้องจ่ายเดือนละ 2 ล้านบาทเป็นเงินเดือนให้แก่คนกลุ่มนี้

  • ผช.รมต. ไม่ใช่ “ข้าราชการการเมือง” ตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากไม่ใช่สถานะที่กำหนดให้มีขึ้นตามกฎหมาย แต่เป็น “ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง” หมายถึง ผู้ดำรงตำแหน่งที่มีหน้าที่อำนวยการบริหารประเทศหรือควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน โดยรวมถึงบรรดาผู้ที่รับผิดชอบงานด้านการเมืองทั้งหมด
  • ผช.รมต. ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
  • ผช.รมต. ไม่สามารถร่วมงานพระราชพิธี, อนุมัติงบประมาณ, แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ, ชี้แจงร่างกฎหมายหรือตอบกระทู้ในสภา, ชี้แจงกรรมาธิการสภา
  • ผช.รมต. มีอาวุโสเป็นอันดับที่ 3 เท่ากับตำแหน่งที่ปรึกษารัฐมนตรี รองจากอันดับ 1 รัฐมนตรีว่าการ (รมว.) อันดับ 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการ (รมช.) จึงถือว่าอาวุโสเหนือกว่าปลัดกระทรวง
  • ผช.รมต. ได้รับค่าเดินทาง/ค่าเครื่องบินไปต่างประเทศ เทียบเท่าข้าราชการระดับปลัดกระทรวง

ที่มา : บีบีซีไทยสืบค้นและสรุปจาก “การชี้แจงนโยบายและแนวทางปฏิบัติงานของคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี” ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2546

บทความก่อนหน้านี้เชิญร่วมฟังสัมมนาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ! เติมความรู้ ‘ค้าขายออนไลน์-บิ๊กดาต้า’ ยุคดิจิทัล AIS Academy For Thais to the Region บุก #ขอนแก่น
บทความถัดไป16 ส.ค. ดีเดย์ กสทช.คืนเงินเยียวยา 3 ช่องทีวีดิจิตอล 1,377.39 ล้านบาท