ข้าวเหนียวแพง น่ากังวลแค่ไหน รัฐบาลแก้ไขตรงจุดหรือไม่

Getty Images

ข้าวเหนียวแพง น่ากังวลแค่ไหน รัฐบาลแก้ไขตรงจุดหรือไม่ – BBCไทย

สถานการณ์ราคาข้าวเหนียวแพงเป็นประวัติการณ์ ไม่ได้สร้างความวิตกกังวลต่อแม่ค้าพ่อค้าและผู้บริโภคเท่านั้น แต่ดูเหมือนรัฐบาลก็วิตกกังวลต่อสถานการณ์นี้ไม่น้อย ในขณะที่ความรู้สึกว่าปัญหาเศรษฐกิจอื่น ๆ กำลังรุมเร้า

“ข้าวเหนียว 10 บาท มันลดปริมาณลงจากเดิมมาก” นี่คือคำบอกเล่าของลูกค้าประจำร้านข้าวเหนียวหมูปิ้งใน อ.เต่างอย จ.สกลนคร ที่ส่งมาถึงบีบีซีไทย

แม้ว่าภาครัฐจะดำเนินการหลายอย่างในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกมากำชับให้กรมการค้าภายในกำหนดให้โรงสี ผู้ประกอบการค้าข้าวเหนียวและภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง รายงานสต็อกข้าวเหนียวในครอบครองเพื่อป้องกันการกักตุนหรือการที่อธิบดีกรมการค้าภายในออกมาแนะประชาชนให้เลี่ยงการรับประทานข้าวเหนียวและหันมารับประทานข้าวเจ้าแทนไปก่อนในช่วงนี้

แต่ก็ยังไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของผู้บริโภคได้มากนัก ขณะที่ภาครัฐคาดว่าสถานการณ์ข้าวเหนียวแพงจะคลี่คลายลงในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า

จุดเริ่มต้นของข้าวเหนียวแพง

รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสจากสถาบันคลังสมองของชาติ บอกกับบีบีซีไทยว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ

ปัจจัยที่หนึ่ง-ภัยแล้งรุนแรง ซึ่งเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยเฉพาะในเขตภาคอีสานตอนบนและภาคเหนือตอนบน ส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวเหนียวอย่างมาก

สภาพการณ์ในปีนี้ ฤดูฝนมาล่าช้ากว่าปกติ กรมอุตุนิยมวิทยายังคาดการณ์อีกด้วยว่าปีนี้จะแล้งสุดในรอบ 10 ปี ยิ่งทำให้เกษตรกรไม่มีความมั่นใจในปริมาณผลผลิตที่จะเก็บเกี่ยวได้ในฤดูกาลหน้า

“ตั้งแต่เดือน มิ.ย. เกิดภาวะแล้งในช่วงฤดูฝน ทำให้เกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาตั้งแต่ปีก่อนรู้สึกกลัวว่าจะไม่ได้ผลผลิตใหม่เพียงพอ พวกเขาก็เลยไม่ยอมขายข้าวเหนียวในยุ้งฉางเพื่อเก็บไว้บริโภคในครอบครัว ก็เลยทำให้ข้าวเหนียวขาดตลาด” รศ.สมพร ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านข้าวอธิบาย

สถานการณ์ข้าวเหนียวแพง

BBC

ปัจจัยที่สอง-ราคาข้าวหอมมะลิปรับตัวสูงขึ้นตลอดระยะเวลา 8-10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชาวนาปรับพื้นที่การปลูกข้าว โดยเปลี่ยนที่นาส่วนหนึ่งที่เคยปลูกข้าวเหนียวมาปลูกข้าวหอมมะลิแทน ปัจจัยนี้ทำให้พื้นที่ปลูกข้าวเหนียวลดลงเกือบ 2 ล้านไร่เลยทีเดียว

“การปรับพื้นที่ปลูกข้าวซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในแถบภาคอีสานตอนบน ทำให้ผลผลิตข้าวหอมมะลิเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านตันเป็น 9 ล้านกว่าตัน ในขณะที่ผลผลิตข้าวเหนียวลดลงจาก 7 ล้านตันมาเป็น 6 ล้านตัน” รศ.สมพรกล่าว

ผลพวงจากทั้งสองปัจจัยดังกล่าว ทำให้ราคาข้าวเหนียวในปีนี้พุ่งสูงขึ้นกล่าวคือ ราคาข้าวเหนียวเปลือกเพิ่มขึ้นจากราว ๆ 11,000 บาท/ตัน เมื่อปีที่แล้วมาเป็นราว 20,000 บาท/ตันในปีนี้

คนไทยกินข้าวเหนียวเพิ่มขึ้นหรือไม่

กลุ่มคนที่บริโภคข้าวเหนียวคือประชาชนที่อยู่ในภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนบนเพราะการกินข้าวเหนียวเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต นอกจากนี้ ยังมีบรรดาลูกหลานของพวกเขาที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ แม้ว่าจะมีร้านอาหารอีสานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา แต่อัตราการบริโภคข้าวเหนียวก็เปลี่ยนไม่มากนัก

รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสจาก สถาบันคลังสมองของชาติ

BBC
รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโสจาก สถาบันคลังสมองของชาติ

“เมื่อพิจารณาอัตราการบริโภคข้าวเหนียวต่อคนต่อปีแล้ว จะเห็นได้ว่าอยู่ในภาวะหดตัวลง โดยในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา การบริโภคข้าวเหนียวในชนบทเคยสูงถึง 120 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ปัจจุบันลดลงต่ำกว่า 100 กิโลกรัมต่อคนต่อปี ส่วนคนใน กทม. ก็รับประทานกันราว 80 กิโลกรัมต่อคนต่อปี” เขาอธิบายพร้อมทั้งระบุว่าสาเหตุหนึ่งที่คนกินข้าวเหนียวน้อยลงคือมีอาหารประเภทอื่นที่สามารถบริโภคทดแทนข้าวเหนียวได้

เมื่อไหร่ข้าวเหนียวจะถูกลง

สถานการณ์ภัยแล้งเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อราคาข้าวเหนียวในขณะนี้ ทั้งทำให้แพงขึ้นหรือถูกลง ขณะนี้หลายฝ่ายกำลังจับตาดูว่าภัยแล้งจะลากยาวไปอีกนานแค่ไหน ขณะที่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวใหม่จะเริ่มต้นขึ้นในราวปลายเดือน ต.ค.-พ.ย. นี้แล้ว

รศ.สมพร มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่า สถานการณ์น่าจะคลี่คลายลง เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปีฤดูกาลใหม่จะเริ่มเข้าสู่ตลาด และจะทำให้ราคาข้าวเหนียวปรับตัวลง

ในขณะเดียวกันเกษตรกรซึ่งเดิมเก็บข้าวไว้เพื่อบริโภคในครัวเรือนในภาคเหนือตอนบนและภาคอีสานตอนบน คงจะทยอยนำข้าวออกมาขายบางส่วน หากพวกเขาประเมินแล้วว่าสถานการณ์ภัยแล้งคลี่คลาย

อย่างไรก็ตาม กรมการข้าวคาดว่าผลผลิตข้าวเหนียวจะลดลงกว่าที่ตั้งเป้าไว้ เพราะมีพื้นที่ปลูกข้าวบางส่วนที่ได้รับความเสียหายมากจากภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง เช่น ขอนแก่น ชัยภูมิ และเพชรบูรณ์

บทเรียนจาก “ข้าวเหนียวแพง”

นอกจากการทำความเข้าใจเรื่อง “กลไกตลาดของตลาดข้าวเหนียว” เช่น การที่เกษตรกรต้องเก็บข้าวเหนียวบ้างส่วนไว้สำหรับการบริโภคภายในครัวเรือนแล้ว กลุ่มโรงสี ก็เป็นกลไกหนึ่งในที่จะช่วยบรรเทาภาวะการขาดแคลนข้าวเหนียวในช่วงปลายฤดูกาลได้ เพราะกลุ่มโรงสีจะเริ่มทยอยขายข้าวเหนียวในสต็อกออกมาตามปกติ ซึ่งเป็นวิถีทางธุรกิจของพวกเขา

รศ.สมพร กล่าวสิ่งที่เป็นบทเรียนให้กับภาครัฐ คือ ต้องหันมาให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างการผลิตของอุตสาหกรรมข้าวไทย เน้นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อให้มีการลดต้นทุนและเพิ่มมูลค่าให้กับข้าวของไทย

ผลผลิตข้าวนาปี 2561

BBC

“เพื่อที่จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนและสร้างความมั่นคงทางอาหารของเกษตรกร สิ่งที่ภาครัฐต้องทำคือพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ทนแล้งหรือสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการพัฒนาพันธุ์ข้าวที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่แต่ละแห่ง” เขากล่าว

การที่รัฐเข้าไปแทรกแซงกลไกตลาดด้วยการจัดข้าวถุงมาขายหรือการตรวจเช็กสต็อกเพื่อเอาผิดโรงสี สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลยังไม่เข้าใจในเรื่องข้าวและราคาข้าว นักวิชาการรายนี้กล่าวทิ้งท้าย

บทความก่อนหน้านี้ฆ่าล้างคุก! เยเมนทะลุร้อยศพ ซาอุฯทิ้งระเบิดถล่มทางอากาศ
บทความถัดไปเปิดโผหมายเลขเสื้อ ฟ็อกซ์ฮันท์ รุ่น 3-4 ประเดิมสนามนัดแรกพบ ทีมเด็กสร้าง จิลลิ่งแฮม เอฟซี