อวกาศ : หุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ของจีน พบวัตถุประหลาดคล้ายเจลที่ด้านไกลของดวงจันทร์

อวกาศ : หุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ของจีน พบวัตถุประหลาดคล้ายเจลที่ด้านไกลของดวงจันทร์ – BBCไทย

องค์การบริหารกิจการอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) แถลงว่าหุ่นยนต์ตระเวนสำรวจดวงจันทร์ด้านไกล “อวี้ทู่-2” (Yutu-2) หรือ “กระต่ายหยก” ได้พบวัตถุประหลาดคล้ายเจลที่สะท้อนแสงเป็นมันวาว ในแอ่งหลุมแห่งหนึ่งที่เพิ่งเกิดจากการชนของอุกกาบาตเมื่อไม่นานมานี้

แม้ทางการจีนจะยังไม่เปิดเผยว่าวัตถุดังกล่าวคืออะไร แต่บรรดานักวิทยาศาสตร์จากต่างประเทศส่วนหนึ่งคาดว่า น่าจะเป็นแก้วหลอมละลาย ซึ่งเกิดจากความร้อนหลังการพุ่งชนของอุกกาบาตดังกล่าว

การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าตรงกับวันที่ 8 ของเดือนใหม่ตามการนับวันเวลาบนดวงจันทร์ เนื่องจากการหมุนรอบตัวเองและรอบโลกที่เชื่องช้ากว่า ทำให้ 1 วันของดวงจันทร์นั้นยาวนานเท่ากับ 2 สัปดาห์บนโลก

ในช่วงใกล้เที่ยงของวันดังกล่าว ทีมนักวิทยาศาสตร์จีนผู้ควบคุมยานฉางเอ๋อ-4 และหุ่นยนต์สำรวจอวี้ทู่-2 กำลังเตรียมสั่งให้อุปกรณ์สำรวจ “นอนกลางวัน” ซึ่งหมายถึงหยุดพักการทำงานชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากอุณหภูมิสูงในช่วงที่ดวงอาทิตย์อยู่เหนือศีรษะโดยตรง

แต่ในขณะนั้นเอง สมาชิกของทีมควบคุมผู้หนึ่งได้สังเกตเห็นวัตถุประหลาดในแอ่งหลุมที่อยู่ใกล้เคียง จึงระงับคำสั่งพักการทำงานช่วงเที่ยงเอาไว้ก่อน และให้หุ่นยนต์สำรวจเคลื่อนเข้าไปตรวจสอบ โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของสารจากการดูดกลืนและสะท้อนแสงย่านใกล้อินฟราเรด (VNIS)

อวกาศ : หุ่นยนต์สำรวจดวงจันทร์ของจีน
CNSA คำบรรยายภาพ บริเวณหลุมอุกกาบาตที่พบวัตถุประหลาดคล้ายเจล

บันทึกการตระเวนสำรวจของหุ่นยนต์อวี้ทู่-2 ระบุว่าวัตถุดังกล่าวแตกต่างจากพื้นผิวดวงจันทร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่นละออง (regolith) อย่างมาก ทั้งรูปร่าง สีสัน และผิวสัมผัส แต่ยังไม่มีการสรุปผลว่ามันคืออะไรกันแน่

นักวิทยาศาสตร์ต่างชาติบางส่วนแสดงความเห็นว่า พื้นผิวของดวงจันทร์นั้นออกจะแห้งผากขาดความชื้น ทำให้โอกาสที่วัตถุดังกล่าวจะคงสภาพเป็นเจลอยู่ได้มีน้อยมาก หากเป็นแก้วหลอมละลายจริงก็น่าจะแข็งตัวขึ้นแล้วในขณะนี้

ส่วนที่มีผู้แสดงความเห็นว่าวัตถุดังกล่าวน่าจะเป็นร่องรอยของสิ่งมีชีวิตต่างดาวหรือเอเลียน หรือแม้กระทั่งหมีน้ำทาร์ดิเกรดที่เป็นข่าวว่าอาจอยู่รอดได้บนดวงจันทร์ก่อนหน้านี้ นักวิทยาศาสตร์หลายคนบอกว่าไม่น่าจะเป็นไปได้

บทความก่อนหน้านี้กลับสู่อ้อมอกอีกครั้ง แม่ดีใจสุดกลั้นน้ำตา พบลูกสาวถูกลักพาตัว20ปีก่อน
บทความถัดไปชาวโพธาราม ร่วมบริจาค เงิน-สิ่งของ ช่วยเหลือ เหยื่อพายุ ที่ยโสธร-ร้อยเอ็ด