เบร็กซิท : นายกฯ พ่ายซ้ำในสภาฯ ส.ส.รัฐบาลจับมือฝ่ายค้านผ่าน ก.ม. ห้ามประเทศออกจากอียูแบบไร้ข้อตกลง

Brexit promo image shows UK and EU flags with ? in the middle

BBC

รัฐบาลของนายบอริส จอห์นสัน พ่ายแพ้การลงคะแนนเสียงในสภาผู้แทนฯเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 24 ช.ม. หลัง ส.ส.รัฐบาลจับมือฝ่ายค้านผ่านร่างกฎหมายวาระแรกเพื่อสกัดไม่ให้รัฐบาลพาประเทศออกจากสหภาพยุโรป (อียู) แบบไร้ข้อตกลง หรือที่เรียกว่า no-deal Brexit

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 4 ก.ย. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ จำนวนหนึ่งร่วมมือกับส.ส.จากพรรคฝ่ายค้านผ่านร่างกฎหมายนี้ ด้วยคะแนน 329 ต่อ 300 เสียง

สภาผู้แทนฯ มีกำหนดลงมติร่างกฎหมายนี้ในวาระ 2 ในเวลา 19.00 น. ตามเวลาในสหราชอาณาจักร ก่อนส่งให้วุฒิสภาพิจารณาในวันที่ 5 ก.ย. นี้

เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ย. ส.ส. ของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ จำนวนหนึ่งร่วมมือกับส.ส.จากพรรคฝ่ายค้าน ผ่านร่างการควบคุมวาระการประชุมในสภาผู้แทนราษฎร ไปด้วยคะแนน 301 ต่อ 328 เสียงส่งผลให้ ส.ส.สามารถเสนอกฎหมายยับยั้งไม่ให้รัฐบาลนำประเทศออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลงตามเส้นตายวันที่ 31 ต.ค.นี้ได้

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้ส่งผลให้ สภาผู้แทนฯ มีอำนาจกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรได้ โดยมีเป้าหมายหลักในการผ่านกฎหมายใหม่ที่จะบังคับให้นายกรัฐมนตรีเลื่อนกระบวนการถอนตัวออกจาก อียู ออกไปก่อน หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใหม่เรื่องเบร็กซิทกับอียูได้

อย่างไรก็ตาม นายจอห์นสันยืนกรานว่า จะประกาศให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 15 ต.ค. หากถูกกดดันให้ต้องเจรจาขอขยายกำหนดเส้นตายการถอนตัวออกจากอียู

ขณะนี้เหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือนก่อนถึงกำหนดที่สหราชอาณาจักรจะต้องถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 31 ต.ค. และนี่คือรูปการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในมหากาพย์เบร็กซิทที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนนี้

เบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง 31 ต.ค.

ตามกำหนดเดิม สหราชอาณาจักรจะต้องแยกตัวออกจากอียูในเวลา 23.00 น.ตามเวลาท้องถิ่นของวันที่ 31 ต.ค.นี้

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ระบุว่า เขาต้องการทำข้อตกลงใหม่กับอียูในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการแยกตัว แต่ยืนกรานว่าเบร็กซิทจะเกิดขึ้นในวันที่ 31 ต.ค.อย่างแน่นอน แม้จะไม่มีข้อตกลงใด ๆ ก็ตาม

การออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง หมายความว่า สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพศุลกากร และการเป็นตลาดเดียวกับสหภาพยุโรป (ซึ่งเป็นข้อตกลงที่ออกแบบมาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการค้าของสมาชิก) ในทันที

นักการเมืองและนักธุรกิจหลายคน ระบุว่า นี่จะสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจประเทศ แต่บางส่วนบอกว่าความเสี่ยงเหล่านี้เป็นการพูดขยายเกินจริง

ส.ส. พยายามผ่านกฎหมายเพื่อสกัดเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง

ที่ผ่านมา ส.ส. เคยลงคะแนนเสียงเกินกว่าหนึ่งครั้งเพื่อบอกว่าพวกเขาคัดค้านการออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง และขณะนี้ ส.ส.ลูกพรรคคอนเซอร์เวทีฟบางคนพยายามจะผลักดันให้มีการผ่านกฎหมายใหม่เพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้

แต่การตัดสินใจของรัฐบาลในการพักการประชุมสภาหลายสัปดาห์ตั้งแต่ 9 ก.ย.นี้ หมายความว่า ส.ส.จะเหลือเวลาไม่มากในการขัดขวางเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง

ขณะนี้ ส.ส.ได้เข้าควบคุมวาระการประชุมในสภาแล้ว และพยายามผลักดันให้ผ่านกฎหมายใหม่เพื่อให้รัฐบาลเจรจากับอียูขอเลื่อนกำหนดเบร็กซิทออกไปเป็นวันที่ 31 ม.ค.ปีหน้า

หากผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา ร่างกฎหมายจะถูกนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่สอง เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และประกาศใช้เป็นกฎหมายในวันจันทร์ที่ 9 ก.ย.นี้

1

BBC

เลือกตั้งก่อนกำหนด

นายกรัฐมนตรีจอห์นสัน ต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนดในวันที่ 15 ต.ค. ซึ่งเขาจำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. 2 ใน 3 จึงจะทำได้

ในทางทฤษฎี นายจอห์นสันยังมีทางอื่นในการบรรลุเป้าหมายนี้

การออกกฎหมายฉบับใหม่ที่ระบุวันเลือกตั้งก่อนกำหนดเอาไว้อย่างแน่นอนสามารถทำได้ด้วยคะแนนเสียงข้างมากแบบทั่วไป ไม่จำเป็นต้องได้รับเสียง 2 ใน 3

หากกำหนดวันเลือกตั้งไว้ก่อนวันที่ 31 ต.ค.นี้ ก็จะทำให้อนาคตเรื่องเบร็กซิทขึ้นอยู่กับผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น

ลงมติไม่ไว้วางใจ

หากความพยายามผ่านกฎหมายเพื่อขัดขวางเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงล้มเหลว ส.ส.ยังสามารถจัดให้มีการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ ซึ่งนายเจเรมี คอร์บิน หัวหน้าพรรคเลเบอร์ ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลักเคยระบุว่าอาจใช้วิธีนี้

หาก ส.ส.ส่วนใหญ่สนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจ ก็จะมีกรอบเวลา 14 วันให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือชุดใหม่ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีใหม่ ในการเอาชนะการลงมติไม่ไว้วางใจ

รัฐบาลชุดใหม่ที่ได้รับการแต่งตั้งด้วยวิธีนี้อาจดำเนินการขอเลื่อนกำหนดเบร็กซิท หรือจัดการเลือกตั้งใหม่ หรือจัดการลงประชามติรอบใหม่

หากไม่มีรัฐบาลใดชนะการลงมติไว้วางใจ ซึ่งจะนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ โดยที่นายจอห์นสันยังอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เขาก็อาจเลือกที่จะจัดการเลือกตั้งหลังวันที่ 31 ต.ค. ซึ่งสหราชอาณาจักรได้พ้นจากการเป็นสมาชิกกลุ่มอียูไปแล้ว

ผ่านข้อตกลงภายใน 31 ต.ค.

หากรัฐบาลต้องการทางเลือกที่จะป้องกันเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลง สามารถทำได้โดยให้รัฐสภาให้สัตยาบันข้อตกลงเบร็กซิทที่ทำกับอียูก่อนสิ้นเดือน ต.ค.

แต่ข้อตกลงที่มีอยู่ในปัจจุบันที่อดีตนยกรัฐมนตรีเทรีซา เมย์ ทำไว้กับอียู ถูกสภาผู้แทนราษฎรปฏิเสธมาหลายครั้ง และนายจอห์นสันเองได้ระบุว่าข้อตกลงนี้ได้ตายไปแล้ว

รัฐบาลของนายจอห์นสันหวังว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงใหม่กับอียูได้ หรือปรับแก้ข้อตกลงที่มีอยู่เดิมแต่ให้ตัดประเด็นเกี่ยวกับแผนรับมือ หรือ backstop ออกไป เพราะเป็นข้อตกลงที่รัฐบาลของนายจอห์นสันไม่เห็นด้วย

Backstop คือ การจะไม่มีด่านพรมแดนด่านศุลกากรที่ชายแดนสาธารณรัฐไอร์แลนด์ (ประเทศสมาชิกในอียู) กับไอร์แลนด์เหนือ (ส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร) แม้สหราชอาณาจักรออกจากอียูแล้ว

ด้านอียูระบุว่าอาจพิจารณาข้อเสนอใหม่ของสหราชอาณาจักร แต่ย้ำว่าเรื่อง backstop คือส่วนสำคัญในข้อตกลง

ชะลอเบร็กซิทออกไป

แม้ฝ่ายคัดค้านเบร็กซิทแบบไร้ข้อตกลงจะประสบความสำเร็จในการทำให้รัฐบาลขอเลื่อนเส้นตายการถอนตัวออกจากอียูออกไป แต่สหราชอาณาจักรไม่สามารถตัดสินใจเรื่องนี้ได้ฝ่ายเดียว เพราะจะต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นเอกฉันท์จากชาติสมาชิกอียูทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่บรรดาภาคีอียูจะให้ความเห็นชอบ หากชาติเหล่านี้เล็งเห็นว่าทางเลือกอื่นคือ การที่สหราชอาณาจักรจะต้องออกจากอียูโดยไร้ข้อตกลง

ยกเลิกเบร็กซิท

ยังมีทางเลือกทางกฎหมายที่จะยกเลิกเบร็กซิท นั่นคือการยกเลิกมาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งกำหนดกรอบเวลา 2 ปีในการถอนตัวจากอียูนับแต่เริ่มใช้มาตรานี้ โดยในกรณีของสหราชอาณาจักรนั้น อดีตนายกรัฐมนตรีเมย์ได้ใช้มาตรา 50 เมื่อปลายเดือน มี.ค.2017 ซึ่งหมายความว่าสหราชอาณาจักรจะออกจากอียูช่วงปลายเดือน มี.ค.2019 แล้วขอเลื่อนมาเป็น 31 ต.ค. ปีนี้

แต่ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่รัฐบาลชุดปัจจุบันต้องการทำ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลชุดใหม่

บทความก่อนหน้านี้โรคใหม่การเมืองกลัวธนาธร อนาคตใหม่ของพลังประชารัฐ
บทความถัดไปရွှေတွေအလုခံရတယ်ဆိုတဲ့ ကျောက်တော် ဆိုင်ရှင်တွေရဲ့ တိုင်ကြားမှုကို ရဲက မကူညီဘူးလို့ဆို