คดีจำนำข้าว : ศาลพิพากษาในชั้นอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก บุญทรง อีก 6 ปี รวมเป็น 48 ปี

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาชั้นวินิจฉัยอุทธรณ์ คดีร่วมกันทุจริตโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) โดยให้จำคุกนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ เพิ่มขึ้นอีก 6 ปี รวมจำคุกเป็นเวลา 48 ปี

เวลา 11.00 น. ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาชั้นอุทธรณ์ โดยมีการเบิกตัวนายบุญทรง กับพวก ออกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพ เพื่อเข้าฟังคำพิพากษาด้วย ซึ่งศาลได้ใช้เวลานานถึง 7 ชั่วโมงในการอ่านคำพิพากษา

องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์พิพากษายืนว่า “จำเลยไม่สามารถทำได้เฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการร่วมกันทุจริตระหว่างนักการเมือง ข้าราชการประจำ และนักธุรกิจ การกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงเป็นความผิดตามฟ้อง”

คดีนี้ อัยการสูงสุด (อสส.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชน รวม 28 ราย ตั้งแต่ 17 มี.ค. 2558 โดยศาลฎีกาฯ ใช้เวลาไต่สวนนานกว่า 2 ปี ก่อนมีคำพิพากษาเมื่อ 25 ส.ค. 2560 ให้จำคุกจำเลยรวม 15 ราย นำโดยนายบุญทรง และนายภูมิ สาระผล อดีต รมช. พาณิชย์ เป็นเวลาตั้งแต่ 4-48 ปี และยกฟ้องจำเลย 8 ราย เนื่องจากพยานหลักฐานที่ไต่สวนมาไม่เพียงพอให้รับฟังว่าจำเลยรายเกี่ยวข้องกับการกระทำ

นอกจากนี้ ศาลฎีกาฯ ยังมีคำสั่งให้บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด, นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง และลูกน้องคนสนิท ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายให้กับกระทรวงการคลังเป็นเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี และสั่งให้บริษัท กีธาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด และบุตรสาวเสี่ยเปี๋ยง ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 1,294 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามจำเลยเกือบทุกคน และโจทก์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา ทำให้ต้องมีการแต่งตั้งองค์คณะขึ้นมาไต่สวนพิจารณาคดี ก่อนมีคำวินิจฉัยอุทธรณ์แก้เป็น สั่งจำคุกนายบุญทรงรวมเป็นเวลา 48 ปี

ส่วนกลุ่มบริษัทโรงสี 8 ราย ที่ศาลเคยพิพากษายกฟ้องไป ก็มีการกลับคำพิพากษาใหม่ โดยสั่งจำคุก 3 ราย เป็นเวลา 4-8 ปี โดยที่พฤติการณ์จำเลยกลุ่มนี้นั้น “เห็นสมควรให้รอลงอาญาไว้คนละ 3 ปี” พร้อมสั่งปรับจำเลยในกลุ่มนี้ 7 คน เป็นเงินตั้งแต่ 25,000-50,000 บาท

องค์คณะวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ออกหมาย “จำคุกคดีถึงที่สุด” ของจำเลยแต่ละคนตามคำพิพากษาแล้ว พร้อมออกคำสั่งบังคับการชดใช้ค่าเสียหายในส่วนแพ่งให้กับกระทรวงการคลังตามคำพิพากษาด้วย

ขณะที่จำเลย 2 คนที่หลบหนีออกนอกประเทศไป ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาลับหลังเมื่อ 28 พ.ค. 2562 ให้จำคุก 50 ปี และ 32 ปี และไม่อยู่ในคำพิพากษาวันนี้แต่อย่างใด

เปรียบเทียบโทษทางอาญาผู้ต้องหาคดีจีทูจี ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562

กลุ่มนักการเมือง 2 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

นายภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ จำเลยที่ 1

ผิด 2 กระทง จำคุก 36 ปี

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว. พาณิชย์ จำเลยที่ 2

ผิด 3 กระทง จำคุก 42 ปี

ผิดเพิ่มอีก 1 กระทง จำคุก 48 ปี

กลุ่มข้าราชการ 3 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

นายมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 4

ผิด 4 กระทง จำคุก 10 ปี

นายทิฆัมพร นาทวรทัต อดีตรองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 5

ผิด 4 กระทง จำคุก 32 ปี

นายอัครพงศ์ ช่วยเกลี้ยง หรือทีปวัชระ อดีตเลขานุการกรมการค้าต่างประเทศ จำเลยที่ 6

ผิด 4 กระทง จำคุก 24 ปี

กลุ่มเอกชน 2 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

นายอภิชาต จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง เจ้าของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 14

ผิด 4 กระทง จำคุก 48 ปี

นายนิมล รักดี หรือโจ พนักงานของบริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 15

ผิด 4 กระทง จำคุก 32 ปี

กลุ่มจำเลย 5 ราย ผิดฐานสนับสนุนการทำผิด พ.ร.บ. ฮั้วประมูล

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

นายสมคิด เอื้อนสุภา จำเลยที่ 7

ผิด 3 กระทง จำคุก 12 ปี

นายรัฐนิธ โสจิระกุล จำเลยที่ 8

ผิด 2 กระทง จำคุก 8 ปี

นายลิตร พอใจ จำเลยที่ 9

ผิด 1 กระทง จำคุก 4 ปี

น.ส. รัตนา แซ่เฮ้ง จำเลยที่ 11

ผิด 4 กระทง จำคุก 16 ปี

น.ส. เรืองวัน เลิศศลารักษ์ จำเลยที่ 12

ผิด 4 กระทง จำคุก 16 ปี

กลุ่มจำเลย 3 ราย ผิดฐานสนับสนุนการทำผิด ป. อาญา มาตรา 151 และ พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ มาตรา 123/1

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

น.ส. สุทธิดา หรือสุธิดา ผลดี หรือจันทะเอ จำเลยที่ 13

จำคุก 4 ปี

นางสุนีย์ จันทร์สกุลพร ญาตินายอภิชาต จำเลยที่ 17

จำคุก 4 ปี

นายกฤษณะ สุระมนต์ จำเลยที่ 18

จำคุก 4 ปี

กลุ่มโรงสี ซึ่งศาลยกฟ้อง 8 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

นายสมยศ คุณจักร สามีของญาตินายอภิชาต จำเลยที่ 19

ยกฟ้อง

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22

ยกฟ้อง

ปรับ 25,000 บาท

นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23

ยกฟ้อง

ผิด 2 กระทง จำคุก 8 ปี (รอลงอาญา) ปรับ 50,000 บาท

บริษัท กิจทวียโสธรไรซ์ จำกัด จำเลยที่ 24

ยกฟ้อง

ปรับ 25,000 บาท

บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25

ยกฟ้อง

ปรับ 25,000 บาท

นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท ชัยมงคลรุ่งเรืองการเกษตร จำกัด จำเลยที่ 26

ยกฟ้อง

จำคุก 4 ปี (รอลงอาญา) ปรับ 25,000 บาท

บริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27

ยกฟ้อง

ปรับ 25,000 บาท

นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 28

ยกฟ้อง

จำคุก 4 ปี (รอลงอาญา) ปรับ 25,000 บาท

กลุ่มคนที่หลบหนีคดีไป 2 ราย ต่อมาศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาลับหลัง

จำเลย

คำพิพากษา 28 พ.ค. 2562

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

พ.ต.นพ.ดร. วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ หรือหมอโด่ง อดีตเลขานุการ รมว. พาณิชย์ จำเลยที่ 3

ผิด 4 กระทง จำคุก 50 ปี

นายสุธี เชื่อมไธสง คนสนิทของนายอภิชาติ จำเลยที่ 16

ผิด 4 กระทง จำคุก 32 ปี

เปรียบเทียบโทษปรับผู้ต้องหาคดีจีทูจี ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562

กลุ่มที่ถูกสั่งปรับ 3 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10

สั่งปรับเป็นเงิน 1 ล้านบาท

บริษัท กีธาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัด หรือบริษัท สิราลัย จำกัด จำเลยที่ 20

สั่งปรับเป็นเงิน 25,000 บาท

น.ส. ธันยพร หรือบงกร จันทร์สกุลพร ลูกสาวนายอภิชาต จำเลยที่ 21

สั่งปรับเป็นเงิน 40,000 บาท

เปรียบเทียบการสั่งชำระค่าเสียหายทางแพ่ง ตามคำพิพากษาปี 2560 กับคำพิพากษาแก้ปี 2562

กลุ่มที่ถูกสั่งให้ชำระค่าเสียหายทางแพ่งปรับ 3 ราย

จำเลย

คำพิพากษา 25 ส.ค. 2560

คำพิพากษา 6 ก.ย. 2562

บริษัท สยามอินดิก้า จำกัด จำเลยที่ 10, นายอภิชาต จันทร์สกุลพร จำเลยที่ 14, นายนิมล รักดี หรือโจ จำเลยที่ 15

ร่วมกันชำระเงิน 16,912 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

ร่วมกันชำระเงิน 20,057ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

บริษัท กีธาพร็อพเพอร์ตี้ จำกัดจำเลยที่ 20,น.ส. ธันยพร จันทร์สกุลพรจำเลยที่ 21

ร่วมกันชำระเงิน1,294 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

ร่วมกันชำระเงิน 2,135 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

ห้างหุ้นส่วนจำกัด โรงสีกิจทวียโสธร จำเลยที่ 22,นายทวี อาจสมรรถ หุ้นส่วนผู้จัดการ จำเลยที่ 23

ร่วมกันชำระเงิน 27 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

บริษัท เค.เอ็ม.ซี. อินเตอร์ไรซ์ (2002) จำกัด จำเลยที่ 25,นายปกรณ์ ลีศิริกุล กรรมการบริษัท ชัยมงคลรุ่งเรืองการเกษตร จำกัด จำเลยที่ 26

ร่วมกันชำระเงิน 15 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

บริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 27,นางประพิศ มานะธัญญา กรรมการบริษัท เจียเม้ง จำกัด จำเลยที่ 28

ร่วมกันชำระเงิน 55 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยอัตรา 7.5% ต่อปี

บทความก่อนหน้านี้น้องมะม่วง เมียเกาหลี อ้วน รังสิต ตื่นเต้นเล่นละครครั้งแรก โอดแก่แล้ว มีลูกยาก
บทความถัดไปผอ.โยธินบูรณะ แจงน้ำรั่ว ฝ้าถล่ม ยันอาคารแข็งแรง เร่งตรวจสร้างความมั่นใจ