สงครามโลกครั้งที่ 2 : บันทึกลับของ “แอนน์ แฟรงค์ แห่งโปแลนด์” ตีพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว

สงครามโลกครั้งที่ 2 : บันทึกลับของ “แอนน์ แฟรงค์ แห่งโปแลนด์” ตีพิมพ์เป็นหนังสือแล้ว

บันทึกลับของ เรเนีย สปีเกล วัยรุ่นหญิงชาวโปแลนด์ที่ถูกนาซีสังหารเมื่อปี 1942 ตีพิมพ์เป็นหนังสือให้คนทั่วโลกได้อ่านกันแล้วช่วงกลางเดือน ก.ย.นี้ หลังจากสมุดบันทึกเล่มดังกล่าวถูกเก็บรักษาไว้ในห้องนิรภัยของธนาคารนานกว่า 70 ปี

Renia’s Diary: A Young Girl’s Life in the Shadow of the Holocaust ถูกนำมาตีพิมพ์หลังได้รับอนุญาตจากครอบครัวของเธอ โดยเป็นบันทึกฉบับเต็มความยาว 90,000 คำ และมีกำหนดจะวางจำหน่ายในสหราชอาณาจักรวันที่ 19 ก.ย.นี้

หนังสือบันทึกของเรเนีย ถูกเปรียบว่าเป็นเหมือน “บันทึกลับของ แอนน์ แฟรงค์” ที่เขียนบันทึกเรื่องราวชีวิตระหว่างหลบหนีการประหัตประหารของนาซี ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

เอลิซาเบธ น้องสาวของเรเนียกล่าวว่า “ฉันได้อ่านไปเพียงบางส่วนเท่านั้นเพราะฉันมักร้องไห้ออกมาตลอด”

เอลิซาเบธซึ่งมีชื่อเดิมว่าอาเรียนา ยังจดจำได้ดีว่าพี่สาวของเธอเป็น “เด็กสาวที่เงียบ ๆ และมองโลกในแง่ดีมาก” เธอเล่าให้รีเบคกา โจนส์ ผู้สื่อข่าวสายศิลปะของบีบีซีฟังว่าพี่สาวเปรียบเสมือน “แม่อีกคน” ของเธอ

“เธอเป็นคนฉลาดมาก เธอเคยเป็นหัวหน้าโครงการวรรณคดีที่โรงเรียน เธอใจดีและมีน้ำใจกับผู้อื่นมาก ๆ”

เรเนียเป็นชาวยิวจากเมืองปแชมึชล์ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของโปแลนด์ เริ่มเขียนไดอารีตอนอายุ 15 ปี โดยบอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตวัยรุ่น ตั้งแต่เรื่องโรงเรียน มิตรภาพ ความรัก รวมทั้งความหวาดกลัวต่อสงครามที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น ประสบการณ์ที่ต้องเผชิญการโจมตีทางอากาศของกองทัพนาซี การหลบซ่อนตัว และการหายตัวไปของครอบครัวชาวยิวคนอื่น ๆ

แม้จะตกอยู่ท่ามกลางสถานการณ์อันน่าหวาดกลัว แต่เรเนีย ซึ่งใฝ่ฝันอยากเป็นกวี ได้เขียนบรรยายเรื่องราวการตกหลุมรักครั้งแรกกับเด็กหนุ่มที่ชื่อ ซิกมุนต์ ชวารเซอร์ ซึ่งทั้งสองได้สัมผัสจูบแรกของกันและกันเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่กองทัพนาซีจะรุกคืบถึงเมืองของเธอ

เรเนียถูกทหารเยอรมันยิงเสียชีวิตในเดือน ก.ค.ปี 1942 ขณะมีอายุ 18 ปี เมื่อทหารพบเธอแอบอยู่ในห้องใต้หลังคาของบ้านหลังหนึ่ง หลังจากที่เธอหลบหนีออกจากเขตที่อยู่อาศัยของชาวยิว


บันทึกวันที่ 7 มิ.ย. 1942

ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่การนองเลือด มันคือการสังหารหมู่ชาวยิวที่น่าสะพรึงกลัว มีแต่การเข่นฆ่าสังหารกัน พระผู้เป็นเจ้า ลูกวิงวอนขอพระองค์จงช่วยคุ้มครองพวกเรา พระเจ้า ได้โปรดให้พวกเรามีชีวิตรอด ลูกขอวิงวอนพระองค์ ลูกอยากมีชีวิตอยู่ ลูกได้ใช้ชีวิตมาเพียงน้อยนิด ลูกยังไม่อยากตาย ลูกกลัวที่จะต้องตาย ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องงี่เง่า เล็กน้อย และไม่สลักสำคัญอะไรเลย วันนี้ลูกกลัวว่าจะไม่สวย แต่พรุ่งนี้ลูกอาจจะหยุดคิดไปตลอดกาลก็ได้


หลังจากเรเนียเสียชีวิตลง ซิกมุนต์ หวานใจของเธอได้เก็บสมุดบันทึกไว้แล้วเขียนข้อความสุดท้ายในสมุดบันทึกเล่มนี้

จากนั้น เขาถูกส่งตัวไปยังค่ายกักกันเอาชวิทซ์ แต่รอดจากค่ายมรณะมาได้ และต่อมาได้เป็นแพทย์ทหารในกองทัพสหรัฐฯ โดยในปี 1950 เขาพบเอลิซาเบธ น้องสาวของเรเนีย และโรซา แม่ของเธอในนครนิวยอร์ก เขาจึงนำไดอารีเล่มดังกล่าวคืนให้พวกเธอ

“มันเป็นความรู้สึกช็อกมากที่ได้เห็นบันทึกของเรเนีย” เอลิซาเบธเล่า “มันเป็นครั้งแรกที่แม่และฉันได้เห็นมัน…เราคือผู้รอดชีวิตเพียง 2 คนในครอบครัว”

เอลิซาเบธกับแม่ต่างรู้สึกเสียใจเกินกว่าจะอ่านบันทึกของเรเนียได้จนจบ พวกเธอจึงตัดสินใจเก็บรักษามันไว้ที่ห้องนิรภัยของธนาคาร

“แม่ของฉันไม่เคยทำใจได้กับการตายของเรเนีย”

การตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้เริ่มขึ้นเมื่อ อเล็กซานดรา เบลลัก ลูกสาวของเอลิซาเบธ ได้นำบันทึกของเรเนียไปให้คนแปลจากภาษาโปแลนด์เป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้สามารถอ่านเรื่องราวของป้าได้

“ฉันไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรเนียเพื่อประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น แต่คิดว่าทุกคนควรได้รับรู้เรื่องนี้เช่นกัน”

บทความก่อนหน้านี้ผ่าตัดลดหน้าอก สาวเอะใจสีหน้าหมอ ช็อก หัวนมหาย ยับเยิน คลินิกปัดรับผิดชอบ
บทความถัดไปสื่อแฉ ป๊อกบา เกือบย้ายซบเปแอสเชแล้ว แต่มีประเด็นติดขัดจึงชวด