โบราณคดี : เทคนิคใหม่ช่วยเผยว่าโครงกระดูก “คู่รักแห่งโมเดนา”เป็นผู้ชายทั้งคู่

Archeomodena โครงกระดูกจากสมัยจักรวรรดิโรมันคู่นี้ กุมมือกันมานานราว 1,600 ปีแล้ว

โบราณคดี : เทคนิคใหม่ช่วยเผยว่าโครงกระดูก “คู่รักแห่งโมเดนา”เป็นผู้ชายทั้งคู่ – BBCไทย

ทีมนักวิจัยในอิตาลีใช้เทคนิคใหม่ทางวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเปิดเผยว่า โครงกระดูก “คู่รักแห่งโมเดนา” ( Lovers of Modena) ซึ่งโด่งดังไปทั่วโลกในฐานะสัญลักษณ์แห่งความรักที่เป็นอมตะ แท้ที่จริงแล้วเป็นโครงกระดูกของผู้ชายทั้งคู่ ไม่ใช่คู่รักหญิงชายแบบที่เชื่อกันก่อนหน้านี้

โครงกระดูกจากสมัยจักรวรรดิโรมันคู่นี้ถูกยกให้เป็น สัญลักษณ์แห่งความรักชั่วนิรันดร เพราะโครงกระดูกทั้งสองถูกพบอยู่ในลักษณะกุมมือกันจวบจนวาระสุดท้ายของชีวิตนั่นเอง

ตอนที่มีการขุดค้นพบในเมืองโมเดนา ของอิตาลี เมื่อปี 2009 ทีมนักวิจัยยังไม่สามารถระบุเพศของโครงกระดูกทั้งสองได้ เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์ โดยคาดว่าโครงกระดูกมีอายุราว 1,600 ปี

แต่ความก้าวหน้าทางวิทยาการในปัจจุบันช่วยให้ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยโบโลญญา นำเทคนิคใหม่ในการตรวจสอบเพศโดยใช้โปรตีนจาก เคลือบฟัน (enamel)

Skeletons

Archeomodena
คู่รักแห่งโมเดนา

Archeomodena

ทีมนักวิจัยระบุว่า โครงกระดูกของชายในวัยผู้ใหญ่ทั้งสองถูกฝังไว้โดยจงใจให้อยู่ในท่ากุมมือกัน อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบชัดเจนถึงความสัมพันธ์ของทั้งคู่

เฟเดอริโก ลุคลี หนึ่งในทีมวิจัยระบุว่า มีข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ถึงความสัมพันธ์ของชายทั้งสอง เช่น พี่ชายน้องชาย ลูกพี่ลูกน้อง หรือ ทหารที่เสียชีวิตด้วยกันในการสู้รบ

They were found in an Italian Late Antiquity cemetery (4th‒6th century, Ciro Menotti, Modena)12, together with other eleven individuals.

Archeomodena
นอกจากโครงกระดูกทั้งสองแล้ว ยังพบโครงกระดูกอื่นอีก 11 โครง ถูกฝังไว้บริเวณนั้น

นักวิจัยระบุว่า บริเวณที่พบเป็นสุสานยุคโบราณตอนปลาย ช่วงปี ค.ศ. 4-6 โดยนอกจากโครงกระดูกทั้งสองแล้ว ยังพบโครงกระดูกอื่นอีก 11 โครง ถูกฝังไว้บริเวณนั้น ซึ่งโครงกระดูกบางส่วนมีร่องรอยของการบาดเจ็บรุนแรง ซึ่งบ่งชี้ว่าอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากความรุนแรงในสงครามการสู้รบ

นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังตั้งข้อสันนิษฐานว่าจุดที่พบโครงกระดูกอาจเคยเป็นสุสานฝังผู้เสียชีวิตจากสงคราม พร้อมชี้ว่า การค้นพบครั้งนี้ช่วยให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการทำความเข้าใจธรรมเนียมปฏิบัติในการฝังศพของผู้คนที่อาศัยอยู่ในยุคสมัยนั้น

บทความก่อนหน้านี้နမ့်ဆန် တောင်ရိုးဘုရားအနားမှာ တိုက်ပွဲတွေ ထပ်ဖြစ်အပါအဝင် မနက်ခင်း သတင်းများ
บทความถัดไปชุมชนทรายขาว อะเมซิ่งปัตตานี