ศาลรัฐธรรมนูญชี้ หัวหน้า คสช. “ไม่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่ขาดคุณสมบัตินายกฯ

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ หัวหน้า คสช. “ไม่เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” พล.อ.ประยุทธ์จึงไม่ขาดคุณสมบัตินายกฯ – BBCไทย

วันนี้ (18 ก.ย.) ศาลรัฐธรรมนูญมีมติว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เนื่องจากตำแหน่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ถือว่าเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ”

ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ที่ขอให้พิจารณาคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เหตุเพราะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

โดยศาลวินิจฉัยว่า ตำแหน่งหัวหน้า คสช. มาจากการยึดอำนาจการปกครองประเทศ การแต่งตั้ง หัวหน้า คสช. เป็นผลสืบเนื่องมาจากการยึดอำนาจและเป็นการใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ อีกทั้งไม่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหน่วยงานใด และ มีอำนาจหน้าที่เป็นการเฉพาะชั่วคราวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ดังนั้นตำแหน่ง หัวหน้า คสช. จึงไม่มีสถานะ ตำแหน่งหน้าที่ หรือลักษณะงานทำนองเดียวกับหน่วยงานอื่น และไม่ใช่เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

ด้วยเหตุนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้ถูกร้องจึงไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) ของรัฐธรรมนูญ ความเป็นรัฐมนตรีของผู้ถูกร้องจึงไม่สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

Getty Images

ย้อนรอยกรณี “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” กับคุณสมบัตินายกฯ

8 ก.พ.

พล.อ. ประยุทธ์ ตอบรับคำเชิญของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เป็นแคนดิเคตนายกฯ

15 ก.พ.

วิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งคัดค้านการประกาศชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. เนื่องจากก่อนและหลังการประกาศพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง 2562 พล.อ.ประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ รับเงินเดือนและมีตำแหน่งบริหารในหลายองค์กร ซึ่งมีค่าตอบแทนจากงบประมาณแผ่นดิน

6 มี.ค.

ศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ส่งศาลปกครองให้วินิจฉัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ประกอบมาตรา 98 (15) บัญญัติห้ามไว้หรือไม่

20 มี.ค.

กกต. พิจารณาคำร้องของนายวิญญัติ และมีมติเอกฉันท์ว่า การประกาศชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีชอบด้วยกฎหมาย เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 88 และมาตรา 89 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. พ.ศ.2561 มาตรา 13 และมาตรา 14

6 มิ.ย.

ในการประชุมร่วม 2 สภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นแคนดิเดตนายกฯ ส่งผลให้ ส.ส.บางส่วนหยิบยกประเด็นคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ มาอภิปราย หนึ่งในนั้นคือประเด็นที่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สามารถเป็นนายกฯ ได้เพราะหัวหน้า คสช. ถือเป็น “เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ” ซึ่งรัฐธรรมนูญมาตรา 160 (6) ซึ่งระบุว่ารัฐมนตรีจะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 ซึ่งในมาตรา 98 (15) ระบุว่า ต้องไม่เป็น “พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจหรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ”

26 มิ.ย.

ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน 7 พรรค ยื่นหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้ตรวจสอบความเป็นรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ว่ามีลักษณะต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เหตุเพราะเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ

5 ก.ค.

เลขานุการประธานสภาฯ เปิดเผยว่านายชวนได้ตรวจสอบคำร้องและเอกสารประกอบของ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน และได้ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยแล้ว

19 ก.ค.

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของที่ขอให้พิจารณาคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วินิจฉัย และให้ผู้ถูกร้องยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วัน แต่ไม่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สั่งให้ พล.อ. ประยุทธ์หยุดปฏิบัติหน้าที่


บทความก่อนหน้านี้สวยแต่เด็ก! พาไปดูพัฒนาการความสวยของ ใบเฟิร์น พิมพ์ชนก หน้าแบบนี้แต่เด็กเลยจ้า
บทความถัดไปสยาม ทาคาชิมายะ เอาใจหนุ่มสาวชาวแฟชั่นนิสต้า รวบรวมแบรนด์แฟชั่นญี่ปุ่นชื่อดังสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่งตรงจากรันเวย์ญี่ปุ่นถึงไทย พร้อมเผยโฉมคอลเล็กชั่นใหม่ล่าสุด Autumn/Winter 2019