แก้รัฐธรรมนูญ : เพราะเหตุใดข้อเสนอแก้ไข รธน. มาตรา 1 จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว

แก้รัฐธรรมนูญ : เพราะเหตุใดข้อเสนอแก้ไข รธน. มาตรา 1 จึงถูกมองว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว – BBCไทย

คำอภิปรายช่วงหนึ่งของ ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตร ในเวทีเสวนาเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2562 มีการพูดถึงการแก้ไขมาตรา 1 ของรัฐธรรมนูญ

แม้จะเป็นการให้ความเห็นเพียงสั้น ๆ แต่กลับกลายเป็นประเด็นที่หลายฝ่ายเชื่อว่าเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ส่วนหน้า ฟ้องร้องดำเนินคดีแกนนำพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการรวม 12 คนที่ขึ้นเวทีในวันนั้น ในข้อหายุยงปลุกปั่นตามกฎหมายอาญา มาตรา 116

บีบีซีไทยสัมภาษณ์ รศ.มานิตย์ จุมปา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งอธิบายถึงนัยสำคัญของ “มาตรา 1” ของรัฐธรรมนูญไทย มีประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้

ความสำคัญและความหมายของมาตรา 1

ประการที่ 1 กฎหมายใดก็ตาม ถ้ามีเนื้อหาเป็นมาตรา 1 และอยู่ในบททั่วไป โดยหลักกฎหมายถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ตำแหน่งของมันที่ถูกวางไว้เป็นมาตราแรก แสดงให้เห็นว่ามีความสำคัญ

ประการที่ 2 รัฐธรรมนูญมาตรานี้รับรองเรื่องรูปแบบของรัฐว่า ประเทศไทยจะต้องมีรูปแบบเป็นรัฐเดียวเท่านั้น ไม่มีสิทธิที่จะเป็นมลรัฐหรือสหพันธรัฐฯ

ประการที่ 3 มาตรา 1 มีคำว่า “ราชอาณาจักร” หมายถึงอาณาจักรที่มีประมุขของรัฐเป็นพระมหากษัตริย์

การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 1

หากมีข้อเสนอเรื่องการแก้ไขมาตรา 1 ก็จะต้องไปดูเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีการเขียนล็อกไว้ในมาตรา 255 ที่ระบุว่า “การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่เป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้” คำว่า “รูปแบบของรัฐ” นี่แปลว่าจะแก้มาตรา 1 ไม่ได้ แค่คิดว่าจะเสนอแก้ก็แก้ไม่ได้แล้วเพราะติดล็อกตามมาตรา 255

โดยปกติแล้ว หมวด 1 และ 2 ของรัฐธรรมนูญจะไม่มีการแตะต้อง โดยเฉพาะมาตรา 1 ซึ่งในภาษาเทคนิคเรียกว่าเป็น “บทนิรันดร์” หรือ eternity clause เป็นเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่แสดงไว้ว่าต่อไปในภาคหน้าห้ามแตะเรื่องนี้ ในต่างประเทศก็มีบทบัญญัติทำนองนี้เหมือนกัน ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย บทนิรันดร์ในรัฐธรรมนูญเป็นเหมือนจิตวิญญาณร่วมกันของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ๆ

ในความเห็นของผม การแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประเทศไทยเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นนั้น มาตรา 1 ไม่น่าจะเป็นสาระสำคัญ

มาตรา 1 กับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องเริ่มจากการวิเคราะห์ว่าปัญหาภาคใต้มีสาเหตุมาจากอะไร ซึ่งมีหลากหลายทฤษฎี แต่ถ้าพูดถึงรูปแบบการปกครองแบบพิเศษ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันก็มีมาตรา 249 ว่าด้วยเรื่องการปกครองส่วนท้องถิ่น

เพราะฉะนั้น ถ้าพูดถึงการแก้ปัญหาของภาคใต้ด้วยการให้มีรูปแบบการปกครองแบบพิเศษขึ้นมาก็สามารถทำได้โดยไม่ต้องไปแตะมาตรา 1 เลย คำตอบในทางรัฐธรรมนูญมีให้อยู่แล้วในมาตรา 249 วรรค 2 ที่ระบุว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 1 ให้มีการจัดการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักแห่งการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ทั้งนี้ ตามวิธีการและรูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่กฎหมายบัญญัติ การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดให้คำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่นและความสามารถในการปกครองตนเองในด้านรายได้ จำนวนและความหนาแน่นของประชากร และพื้นที่ที่ต้องรับผิดชอบ ประกอบกัน”

จะเห็นได้ว่ามาตรา 249 มีข้อความที่เขียนล็อกไว้ว่า “ภายใต้บังคับมาตรา 1” แปลว่าไม่ว่าจะออกแบบการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบใดก็ตาม ห้ามขัดต่อหลักการในมาตรา 1

จังหวัดชายแดนภาคใต้

Getty Images

การเสนอเรื่องนี้ถือว่ามีความผิดหรือไม่

สิ่งที่รัฐธรรมนูญรับรองคือเสรีภาพในทางวิชาการ ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ในมาตรา 34 ว่า “บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น การจำกัดเสรีภาพดังกล่าวจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ตราขึ้นเฉพาะเพื่อรักษาความมั่นคงของรัฐ เพื่อคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือเพื่อป้องกันสุขภาพของประชาชน เสรีภาพทางวิชาการย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่การใช้เสรีภาพนั้นต้องไม่ขัดต่อหน้าที่ของปวงชนชาวไทยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และต้องเคารพและไม่ปิดกั้นความเห็นต่างของบุคคลอื่น”

ถ้าข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปภายใต้บทบัญญัตินี้ คือ ใช้เสรีภาพทางวิชาการอยู่และไม่ได้มีการบิดเบือนบุคคลก็ย่อมได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ


ดร.ชลิตาเสนออะไรเรื่อง “มาตรา 1”

ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์ ได้ถอดคำพูดของเธอในเวทีวันที่ 28 ก.ย.และนำมาเผยแพร่ในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยเนื้อหาส่วนที่พูดถึงมาตรา 1 นั้น อยู่ในช่วงท้ายสุดของการอภิปราย ซึ่งเธอกล่าวว่า

“สรุปสุดท้าย ดิฉันเห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้น ในบริบทของจังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดว่าเราสามารถใช้เวทีรัฐธรรมนูญมาถกเถียงถึงใจกลางของปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ ที่ผ่านมามีงานวิชาการหลายชิ้นที่บอกว่าปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่จริงแล้วเป็นปัญหาเรื่องอำนาจอธิปไตยของรัฐไทยในแบบปัจจุบัน ที่ไม่สามารถเผชิญกับความแตกต่างทางศาสนาและชาติพันธุ์ได้ ฉะนั้นเราต้องการรัฐที่มีความแยกย่อย ยืดหยุ่น มีการใช้อำนาจอธิปไตยที่จะโอบรับความแตกต่างหลากหลายได้ สามารถจินตนาการถึงการเมืองประเภทต่าง ๆ ได้ เช่น ประเทศไทยอาจจะไม่จำเป็นต้องมีรัฐเดี่ยวหรือแบบรวมศูนย์ ดิฉันหวังว่าในกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญ เราจะมีพื้นที่จะสามารถอภิปรายเรื่องนี้ได้ เราจะต้องทำให้เป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เราจะถกเถียงกันในมาตราต่าง ๆ ในรัฐธรรมนูญที่เราจะแก้ไข (ปัญหาชายแดนใต้) ได้โดยตรง ซึ่งอาจจะรวมถึงมาตราที่ 1 ด้วยก็ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร”


บทความก่อนหน้านี้กระบะ หมุนคว้าง ฟาดกำแพงบ้าน คนขับสาหัส สลดซ้ำ แฟนสาวนั่งข้าง ดับคาซาก
บทความถัดไปเร่งกู้ซาก 6ช้างป่า ตก เหวนรก อีก 2ตัว ที่รอดชีวิต หายตัวเข้าป่า เจ้าหน้าที่เตรียมค้นหา