บิลลี่ : องค์กรสิทธิฯ ชี้ ย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ กระทบคดี เสนอให้คุมการสอบสวนต่อเป็นกรณีพิเศษ

บิลลี่ : องค์กรสิทธิฯ

บิลลี่ : องค์กรสิทธิฯ ชี้ ย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ กระทบคดี เสนอให้คุมการสอบสวนต่อเป็นกรณีพิเศษ – BBCไทย

กันยายน 2562 พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ แถลงข่าวการพบกระดูกของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือ “บิลลี่” แกนนำนักปกป้องสิทธิมนุษยชนชาวกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งนับเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ที่บิลลี่หายตัวไป

ความคืบหน้านี้ทำให้ครอบครัวของบิลลี่และองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างมีความหวังขึ้นมาบ้างว่าผู้ที่เกี่ยวข้องกับการสูญหายและการตายของนักสิทธิมนุษยชาวกะเหรี่ยงวัย 30 ปี จะถูกนำตัวมาลงโทษ

แต่ไม่ถึง 2 เดือนหลังจากนั้น คณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ 15 ต.ค. ย้าย พ.ต.ท.กรวัชร์ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

แม้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะรีบออกมาชี้แจงว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นการเลื่อนตำแหน่งให้สูงขึ้น ถือเป็นการ “ให้รางวัล” ไม่ใช่ “การเด้ง” ขณะที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ บอกว่าการโยกย้ายจะไม่กระทบกับการทำคดีบิลลี่ และ พ.ต.ท.กรวัชร์ยังคงเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษให้คำแนะนำได้

THAI NEWS PIX
คำบรรยายภาพ
พ.ต.ท.กรวัชร์ แถลงข่าวเมื่อ 3 ก.ย. เรื่องการค้นพบกระดูกของบิลลี่ในถังน้ำมันใต้อ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน

แต่การที่ พ.ต.ท.กรวัชร์ จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่อีกต่อไปก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้ครอบครัวและผู้ที่ติดตามคดีเกิดความสงสัยและความไม่สบายใจว่าการสอบสวนคดีอาจจะสะดุดลง

ชาวบ้านอยากให้ทำคดีจนจบ

พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่เชื่อว่าคดีจะเดินหน้าต่อไปได้แม้ พ.ต.ท.กรวัชร์จะไม่ได้ดูแลคดีนี้โดยตรงแล้วก็ตาม

“ท่านทำดีได้เลื่อนตำแหน่งก็ดีแล้ว ถึงแม้ท่านจะเลื่อนตำแหน่งใหม่ ก็ยังมีท่านอธิบดี (พ.ต.อ.ไพสิฐ) อยู่ทั้งคน” เธอให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยทางโทรศัพท์

แม้ว่าเธอจะยังเชื่อมั่นในการทำงานของดีเอสไอ ว่าจะสามารถปิดคดีและหาตัวผู้กระทำผิดได้ตามที่เคยพูดไว้ แต่มึนอยอมรับว่าสมาชิกคนอื่น ๆ ในครอบครัว รวมทั้งชาวบ้านในชุมชนกะเหรี่ยงแก่งกระจานหลายคนรู้สึกกังวลว่าการโยกย้ายครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด

“เห็นว่าท่านเป็นคนดีที่ช่วยเหลือสังคม ที่เราไปขอความช่วยเหลือท่านก็เข้ามาช่วย ส่วนชาวบ้านก็ยังต้องการให้ท่านอยู่ดูแลคดีบิลลี่ให้จบ แล้วค่อยเลื่อนตำแหน่งใหม่” มึนอกล่าว

เปลี่ยนขุนพลกลางสนามรบ

สุรพงษ์ กองจันทึก ประธานมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ซึ่งติดตามการทำคดีของเจ้าหน้าที่ในคดีนี้มาโดยตลอดเสนอให้กระทรวงยุติธรรมมอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ต่อไปเป็นกรณีพิเศษ เพื่อความต่อเนื่องในการทำงาน

“การที่จะมาเปลี่ยนขุนพลกลางสนามรบเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ แล้วงานนี้เป็นงานใหญ่ มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศ และความยุติธรรมของไทย ต้องให้ พ.ต.ท.กรวัชร์อยู่ต่อ ไม่ได้หมายความว่าท่านอื่น ๆ ไม่มีความสามารถนะครับ แต่ท่านจับงานนี้มานาน ก็จะมีความเชี่ยวชาญเข้าใจในรายละเอียด ทีมงานก็ทำกันมา 5 ปีแล้ว” นายสุรพง์กล่าว

“พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นผู้นำทีมค้นหาชิ้นส่วนร่างของบิลลี่จนเจอ ทำให้เกิดการตื่นตัว ทั้งในแง่ของดีเอสไอและสังคม เราได้เห็นความก้าวหน้าในกระบวนการยุติธรรมของไทย การสืบสวนสอบสวนก็มีความคืบหน้าเรื่อย ๆ เป็นภาพลักษณ์ที่ดี และเป็นความหวังของกลุ่มชาติพันธุ์” เขาระบุ

แม้อธิบดีดีเอสไอจะบอกว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ยังเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษให้ดีเอสไอได้ แต่นายสุรพงษ์มองว่า “ที่ปรึกษากับหัวหน้าทำงานโดยตรงความรับผิดชอบก็ต่างกัน หน้าที่ก็ต่างกัน ถ้าเกิดรับผิดชอบโดยตรงก็จะรู้ในรายละเอียดมากกว่า”

หวั่นคดีหยุดชะงัก

นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ มีความเห็นสอดคล้องกับนายสุรพงษ์ว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ ควรรับผิดชอบคดีบิลลี่ต่อไป อย่างน้อยจนกว่าจะมีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยในการฆาตกรรมบิลลี่และสรุปสำนวนส่งฟ้องศาล

ก่อนหน้านี้ กระทรวงยุติธรรมและดีเอสไอขีดเส้นไว้ว่าคดีนี้ต้องสรุปให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 ธ.ค. ซึ่งเหลือระยะเวลาเพียงเดือนกว่า ๆ นางอังคณาจึงเห็นว่าถ้า พ.ต.ท.กรวัชร์ รับผิดชอบคดีนี้ต่อไปจะทำให้การทำงานมีความต่อเนื่อง

เธอตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนหน้านี้คดีการหายตัวไปของบิลลี่ซแทบไม่มีความคืบหน้าเมื่ออยู่ในมือของตำรวจท้องที่ แต่เมื่อดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษ ก็มีความคืบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

เธอยอมรับว่าคดีนี้เป็นคดีที่ยาก โดยเฉพาะเมื่อไทยยังไม่มีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย

“ถ้าเรามีกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับสูญหาย เจ้าหน้าที่แค่พิสูจน์ได้ว่าใครมีความเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของบิลลี่ ก็สามารถเอาผิดเขาได้แล้วฐานทำให้บุคคลสูญหาย แต่พอเรายังไม่มีกฎหมายนี้ ดีเอสไอก็ต้องหาศพ โดยการสอบสวนในทางลับ จนพบชิ้นส่วนกระดูกจึงสรุปว่าบิลลี่เสียชีวิต และต้องหาต่อว่าแล้วใครเป็นคนทำให้เสียชีวิต ซึ่งตรงนี้ไม่ง่าย”

“แม้จะบอกว่า พ.ต.ท.กรวัชร์ เป็นที่ปรึกษาดีเอสไอได้ แต่ตำแหน่งที่ปรึกษาก็เป็นที่รู้กันอยู่ว่าถ้าไม่มีใครมาปรึกษาก็ไปให้ความเห็นไม่ได้ หรือว่าลงไปทำด้วยตัวเองก็ไม่ได้” นางอังคณาให้ความเห็น


ย้อนเหตุการณ์ “บิลลี่” หายตัว

17 เม.ย. 2557: นายพอละจี หรือบิลลี่ หายตัวไปที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตหัวหน้าอุทยานฯ ยอมรับว่าเขาได้ควบคุมตัวบิลลี่ไว้ด้วยข้อหาครอบครองน้ำผึ้งป่าอย่างผิดกฎหมาย แต่ได้ปล่อยตัวไปแล้วในวันเดียวกัน

ก.ค. 2557: พิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ มึนอ ภรรยาของบิลลี่ร่วมกับเครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้มีการไต่ส่วนฉุกเฉินการหายตัวไปของบิลลี่ ทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกายกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ

เม.ย. 2559: ครบ 2 ปีการหายตัวไปของบิลลี่ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม เขตงานตะนาวศรี ร้องทุกข์กล่าวโทษนายชัยวัฒน์ อดีตหัวหน้าอุทยานฯ แก่งกระจาน ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวหรือกระทำการให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย

28 มิ.ย. 2561: ดีเอสไอรับคดีการหายตัวไปของบิลลี่เป็นคดีพิเศษ

10 ก.ค. 2562: ดีเอสไอรายงานความคืบหน้าการสอบสวนว่า เจ้าหน้าที่ยังคงพยายามสืบหาข้อมูลพยานหลักฐาน และเผยว่ากำลังหาพยานหลักฐานสำคัญซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยืนยันว่าได้มีการส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวเข้าไปในพื้นที่เพื่อเก็บข้อมูลสำคัญ ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่ประเทศไทยยื่นขอขึ้นทะเบียนป่าแก่งกระจานเป็นมรดกโลก โดยผู้เชี่ยวชาญได้หยิบประเด็นว่าด้วยการละเมิดสิทธิชุมชนชาวกะเหรี่ยงแก่งกระจานมาพูดถึงด้วย

27 ส.ค. 2562: ภรรยาของบิลลี่ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดเพชรบุรี ขอให้ศาลสั่งให้บิลลี่เป็นบุคคลสาบสูญ หลังจากหายตัวไป 5 ปี โดยมีพยานหลักฐานน่าเชื่อถือได้ว่า บิลลี่ถูกบังคับให้หายสาบสูญโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ศาลกำหนดนัดไต่สวนวันที่ 28 ต.ค. นี้

3 ก.ย. 2562: ดีเอสไอเปิดเผยหลักฐานสำคัญเชื่อมโยงการหายตัวไปของบิลลี่ คือ กระดูกกะโหลกมนุษย์ในถังขนาด 200 ลิตรที่จมอยู่ใต้น้ำ บริเวณสะพานแขวนเหนืออ่างเก็บน้ำเขื่อนแก่งกระจาน การตรวจสอบพบว่ากระดูกที่พบมีสารพันธุกรรมหรือดีเอ็นเอตรงกับนางโพเราะจี รักจงเจริญ มารดาของบิลลี่ จึงอนุมานเบื้องต้นได้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว

15 ต.ค. 2562 : คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง พ.ต.ท.กรวัชร์ รองอธิบดีดีเอสไอและหัวหน้าชุดสืบสวนคดีบิลลี่ ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม

บทความก่อนหน้านี้อลังการในไทย อุปรากรจีนแต้จิ๋ว : ข่าวสดสตรี
บทความถัดไปต้านมะเร็งเต้านมสากล ‘วาโก้-สถาบันมะเร็ง’จัดกิจกรรม : รายงานสุขภาพ