ตุรกีบุกซีเรีย : แอร์โดอัน และปูติน บรรลุข้อตกลงจัดการกับชาวเคิร์ดที่พรมแดนซีเรีย

ตุรกีบุกซีเรีย: แอร์โดอัน และปูติน บรรลุข้อตกลงจัดการกับชาวเคิร์ดที่พรมแดนซีเรีย – BBCไทย

ตุรกีและรัสเซีย เห็นชอบร่วมกันในสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายเรียกว่า เป็นข้อตกลง “ประวัติศาสตร์” ที่มีเป้าหมายในการรักษากองกำลังชาวเคิร์ดให้อยู่ห่างจากพรมแดนของซีเรียที่ติดกับตุรกี

การบรรลุข้อตกลงนี้เกิดขึ้น ในช่วงตุรกีพักการหยุดโจมตีเพื่อผลักดันชาวเคิร์ดให้ออกไปจากบริเวณใกล้กับพรมแดน เพื่อที่จะสร้าง “เขตปลอดภัย” ขึ้น

ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว กองกำลังของซีเรียและรัสเซียจะตรวจสอบการถอนกำลังของกองกำลังชาวเคิร์ดในทันที

ขณะที่นักรบชาวเคิร์ดซึ่งตุรกีถือว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ยังไม่ได้แสดงความเห็นในเรื่องนี้

นายวลาดิเมียร์ ปูติน (ซ้าย) ประธานาธิบดีรัสเซีย จับมือกับ นายเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ประธานาธิบดีตุรกี ในเมืองโซชิ ของรัสเซีย 22 ต.ค. 2019

Reuters
นายวลาดิเมียร์ ปูติน (ซ้าย) และ นายเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน สนับสนุนฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกันในสงครามกลางเมืองซีเรีย

ตามข้อตกลงนี้ ทหารของตุรกีและรัสเซียจะลาดตระเวนร่วมกันตามแนวพรมแดนในช่วงสัปดาห์หน้า

การประกาศข้อตกลงนี้เกิดขึ้นหลังจากเจรจากันนาน 6 ชั่วโมงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ระหว่างประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ของตุรกี และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ในเมืองโซชิ แหล่งท่องเที่ยวที่ติดกับทะเลดำ

ข้อตกลงหยุดยิงที่สหรัฐฯ เป็นตัวกลาง มีกำหนดสิ้นสุดลงในช่วงค่ำวันอังคาร และตุรกีได้ขู่ว่า จะเปิดฉากบุกโจมตีนักรบชาวเคิร์ดอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อมีการบรรลุข้อตกลงดังกล่าวแล้ว ตุรกีบอกว่า ตอนนี้ “ไม่จำเป็นแล้ว”

การโจมตีของตุรกี เริ่มขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ประกาศถอนกำลังทหารออกจากทางตอนเหนือของซีเรียอย่างฉับพลันโดยไม่มีใครคาดคิด นักวิเคราะห์ระบุว่า การทำเช่นนี้จะทำให้อิทธิพลของตุรกีและรัสเซียในภูมิภาคแข็งแกร่งขึ้น

ทหารสหรัฐฯ เคยให้การสนับสนุนนักรบชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นพันธมิตรในการสู้รบต่อต้านกลุ่มรัฐอิสลาม (Islamic State–IS) ในภูมิภาค

ตกลงเรื่องอะไรบ้างที่โซชิ

ในการบุกโจมตี ทำให้ตุรกียึดพื้นที่เป็นแนวยาวตามพรมแดนระหว่างเมืองราส อัล-อิน และ ทาล อับยาด รวมระยะ 120 กม. ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของตุรกีในการสร้าง “เขตปลอดภัย” ขึ้น เพื่อที่จะย้ายผู้ลี้ภัยชาวเคิร์ดราว 2 ล้านคนในตุรกีเข้ามาอยู่ที่นี่ และกำจัดนักรบชาวเคิร์ดออกไป

ภายใต้ข้อตกลงนี้ รัสเซียยอมให้ทหารตุรกียังคงกำลังในพื้นที่ที่ยึดได้ต่อไป และให้ตุรกีควบคุมแต่เพียงฝ่ายเดียว

ตุรกีบุกซีเรีย

BBC

กลุ่มนักรบชาวเคิร์ด มีเวลา 150 ชั่วโมง นับตั้งแต่เที่ยงวันของวันพุธ เพื่อถอยออกไป 30 กิโลเมตร เกือบตลอดแนวพรมแดน นับตั้งแต่บริเวณแม่น้ำยูเฟรติส ทางตะวันออกของเมืองมานบิจ ไปจนถึงพรมแดนอิรัก

กองกำลังของรัสเซียและซีเรียจะเคลื่อนเข้ามาตรวจสอบการถอนกำลังของชาวเคิร์ดในทันที

พื้นที่โดยรอบเมืองคามิชลี ซึ่งมีชาวเคิร์ดจำนวนมากอาศัยอยู่ ไม่รวมอยู่ในพื้นที่ชาวเคิร์ดต้องถอนกำลังออกไป และยังไม่มีรายละเอียดว่า จะเกิดอะไรขึ้นในพื้นที่นี้

เส้นตาย 150 ชั่วโมง จะสิ้นสุดลงในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ทหารของตุรกีและรัสเซีย จะเริ่มลาดตระเวนร่วมกันในพื้นที่ที่เรียกว่า “ทางตะวันตกและทางตะวันออกของพื้นที่” ที่ตุรกีบุก

ในแถลงการณ์จากรัสเซียและตุรกี ระบุด้วยว่า กองกำลังชาวเคิร์ด “จะถูกกำจัด” ออกไปจากเมืองมานบิจและเมืองทาล ริฟัต ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองมานบิจไปทางตะวันตกราว 50 กม. ทั้งสองเมืองนี้อยู่นอกพื้นที่ปฏิบัติการ

ขณะนี้ กลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด และนักการเมือง ยังไม่ได้แสดงความเห็นว่า พวกเขาเห็นด้วยกับเงื่อนไขนี้หรือไม่

ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด ของซีเรีย เคยแสดงความกังวลเกี่ยวกับ การแทรกแซงของต่างชาติในซีเรีย แต่รัฐบาลรัสเซียระบุว่า นายอัสซาด ได้ขอบคุณประธานาธิบดีปูติน และ “แสดงการสนับสนุนอย่างเต็มที่ที่ทำให้เกิดผลดังกล่าวขึ้น รวมถึงแสดงความพร้อมในส่งกำลังคุ้มกันชายแดนซีเรียพร้อมกับสารวัตรทหารของรัสเซียไปยังพรมแดนระหว่างซีเรียและตุรกี”

นักรบกลุ่มกบฏซีเรียที่ตุรกีให้การสนับสนุน ลาดตระเวนในเมืองทาล อับยาด ของซีเรีย บริเวณพรมแดน เมื่อ 21 ต.ค. 2019

Reuters
กบฏซีเรียทีตุรกีสนับสนุน ได้ยึดเมืองทาล อับยาด บริเวณพรมแดนไว้ได้

เรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

กองกำลังผสมที่นำโดยสหรัฐฯ พึ่งพากองกำลังที่นำโดยชาวเคิร์ด ในการสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลามทางตอนเหนือของซีเรียในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา แต่กองกำลังนี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มติดอาวุธหน่วยคุ้มครองประชาชนชาวเคิร์ด (Kurdish People’s Protection Units–YPG) ซึ่งตุรกีเห็นว่าเป็นองค์กรก่อการร้าย

ในช่วงกว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า เขาจะถอนกำลังทหารสหรัฐฯ ออกจากซีเรีย ไม่นานหลังจากนั้น ตุรกีก็ได้เปิดฉากบุกโจมตีชาวเคิร์ด

รัสเซียคงกำลังทหารไว้ใกล้บริเวณพรมแดน เพราะกังวลว่า กองกำลังต่างชาติจะรุกล้ำเข้ามาในดินแดนของซีเรีย

ตุรกี ยอมยุติการโจมตีชั่วคราวในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ตามการร้องขอของสหรัฐฯ ว่า จะ “อำนวยความสะดวกในการถอนกองกำลังวายพีจีออกจากเขตปลอดภัยที่ตุรกีควบคุมอยู่”

ข้อตกลงหยุดยิงในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้รับการปฏิบัติตาม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ระบุว่า “มีการปะทะกันเล็กน้อย”

ผลกระทบที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง

สหประชาชาติ ระบุว่า ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้พลัดถิ่นฐานมากกว่า 176,000 คน ซึ่งเป็นเด็กเกือบ 80,000 คน ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรีย ที่มีคนอยู่อาศัยอยู่ราว 3 ล้านคน

กลุ่มสังเกตการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (Syrian Observatory for Human Rights–SOHR) ซึ่งตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร ระบุว่า มีพลเรือนราว 120 คน เสียชีวิตในการสู้รบ เช่นเดียวกับนักรบชาวเคิร์ดอีก 259 คน กลุ่มกบฏซีเรียที่ตุรกีสนับสนุน 196 คน และทหารตุรกี 7 นาย

ส่วนเจ้าหน้าที่ทางการตุรกี กล่าวว่า มีพลเรือนตุรกี 20 คน เสียชีวิตจากการโจมตีของกลุ่มวายพีจีในดินแดนของตุรกี

บทความก่อนหน้านี้สถานทูตแจงด่วน! ปมหนุ่มแว่นหัวร้อน โดนอ้างเป็นลูกชายเลขานุการทูต
บทความถัดไปเผยผลเลือกตั้งซ่อม นครปฐม ชาติไทยพัฒนา นำลิ่ว 3.5 หมื่น ทิ้งห่างอนาคตใหม่ ปชป.รั้งท้าย