ไฟใต้ : เสียงสะท้อนจาก ชรบ. หลังเหตุสังหารหมู่ 15 ศพที่ยะลา

ไฟใต้ : เสียงสะท้อนจาก ชรบ.

ไฟใต้ : เสียงสะท้อนจาก ชรบ. หลังเหตุสังหารหมู่ 15 ศพที่ยะลา – BBCไทย

“เจ็บปวด” นางสมใจ ชูชาติ ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในพื้นที่หมู่ 3 ต.บ้านนอก อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี บรรยายความรู้สึกสั้น ๆ ต่อการเสียชีวิตของ ชรบ. 15 คน ซึ่งถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมที่จุดตรวจใน ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อคืนวันที่ 5 พ.ย.

แม้จะอยู่คนละจังหวัด คนละพื้นที่ แต่ด้วยความเป็น ชรบ. เหมือนกัน มีภารกิจในการดูแลความปลอดภัยของชุมชนเหมือนกัน นางสมใจจึงมีความรู้สึกร่วมกับเหตุการณ์ครั้งนี้มาก และยอมรับว่าเหตุโจมตีที่ลำพะยาส่งผลกระทบต่อจิตใจ ชรบ. และคนในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างรุนแรง

แต่อย่างน้อย ความสูญเสียครั้งนี้ก็ทำให้สังคมหันมาสนใจการทำงานของ ชรบ. และหากเป็นไปได้ ผู้ใหญ่สมใจก็หวังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนการสนับสนุนการทำงานของ ชรบ. มากขึ้น

ขณะที่ตัวแทนภาคประชาสังคมจังหวัดชายแดนใต้มองว่า ชรบ. ตกเป็นเป้าการโจมตีมาโดยตลอดเพราะฝ่ายผู้เห็นต่างจากรัฐมองว่า ชรบ. เป็น “คนของรัฐไทย” จึงมีความชอบธรรมที่จะโจมตี

“เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา”

นางสมใจ เป็นผู้ใหญ่บ้านมานานเกือบ 15 ปีแล้ว เธอผ่านการฝึกอบรมด้านการรักษาความปลอดภัยชุมชนจากกระทรวงมหาดไทย และทำหน้าที่เป็น ชรบ. ควบคู่ไปด้วย

นางสมใจให้ข้อมูลว่า ชรบ. ที่บ้านหมู่ 3 ต.บ้านนอก อ.ลำพะยา อ.ปานาเระ มีอยู่ทั้งหมด 30 คน แต่ไม่มีการจัดเวรยามประจำจุดตรวจ เนื่องจากประชากรในหมู่บ้านมีจำนวนไม่มากและผู้ใหญ่เห็นว่าการให้ ชรบ. อยู่เวรยามประจำจุดนั้นมีความเสี่ยงและยังไม่มีความจำเป็น

“ชรบ. เป็นแค่ชาวบ้าน เราไม่มีอะไรเลย ไม่ได้เป็นทหาร ไม่ได้เป็นกองอาสารักษาดินแดน (อส.) หมู่บ้านเราจึงมอบหมายให้ ชรบ. แต่ละคนอยู่ที่บ้านและรับผิดชอบละแวกบ้านของตัวเอง เรามีจุดตรวจก็จริง แต่ไม่ได้มีคนประจำการตลอดจะรวมตัวกันเฉพาะกรณีพิเศษเท่านั้น” ผู้ใหญ่สมใจให้ข้อมูล

ยิงถล่ม ชรบ.

ประมวลภาพเหตุยิงถล่มจุดตรวจของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา เมื่อเวลาประมาณ 23:20 น. เมื่อคืนนี้ (5 พ.ย.)

โพสต์โดย บีบีซีไทย – BBC Thai เมื่อ วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2019

ในฐานะผู้ใหญ่บ้านที่ดูแลหน่วย ชรบ. และปฏิบัติหน้าที่เป็น ชรบ. เองด้วย นางสมใจระบายความรู้สึกว่าหน้าที่และภารกิจที่รัฐมอบหมายให้ ชรบ. นั้น “ถ้ามากเกินไปก็ไม่ถูกต้องเหมือนกัน”

“ชรบ. อาจจะไม่ถึงต้องกับอยู่เวรยาม แต่เราดูแลกันเองเป็นหลัก ถ้ามีเหตุการณ์ก็แจ้งเจ้าหน้าที่ เพราะเราไม่ใช่หน่วยทหารที่จะมาติดอาวุธ เราเป็นแค่ชาวบ้าน เป็นอาสาสมัคร ไม่มีเงินเดือน มีแค่เงินสำหรับซื้อน้ำชากาแฟและอาหาร 2 หมื่นบาท เป็นสินน้ำใจที่กระทรวงมหาดไทยเคยให้มา” ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 กล่าว

อย่าปล่อยให้ ชรบ. ดูแลกันเอง

นางสมใจบอกว่า ประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านของ ชรบ. นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามีการติดอาวุธให้พร้อมขนาดไหน แต่อยู่ที่ความแม่นยำของการข่าวและความสามัคคีของชาวบ้านที่ช่วยกันเป็นหูเป็นตา

“เหตุที่ยะลา เจ้าหน้าที่บอกว่ามีผู้ก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 10 คน ก็น่าสงสัยว่าทำไมถึงไม่มีการข่าวแจ้งเตือนมาก่อน” เธอตั้งข้อสังเกตและให้ความเห็นว่า หัวใจของการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านอยู่ที่ความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของชาวบ้าน การข่าว และการประสานงานที่ดีระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่

“อยากฝากเจ้าหน้าที่ว่าขอให้มีส่วนช่วยเหลือ ชรบ. ด้วย อย่ามองว่าพื้นที่ไหนมี ชรบ. แล้วก็ให้ดูแลกันเอง จริงอยู่ว่า ชรบ. บางพื้นที่อาจไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ก็ควรมาพูดคุยรับฟังว่าแต่ละหมู่บ้านต้องการให้สนับสนุนหรือปรับอย่างไรบ้าง ชรบ. บางคนก็ไม่อยากมานั่งเวรยามเหมือนกัน” นางสมใจกล่าว

นอกจากนี้ เธอเรียกร้องให้มีการตรวจสอบที่ตั้งจุดตรวจ หรือป้อม ชรบ. ที่อยู่ในจุดที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกโจมตี

อึ้งและเจ็บปวด

ผู้ใหญ่บ้านหญิงแห่ง อ.ปานาเระ บอกว่า เหตุโจมตีจุดตรวจ ชรบ. เมื่อวันที่ 5 พ.ย. กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่สามจังหวัดอย่างมาก

“มันอึ้งและเจ็บปวด เราพยายามทำทุกอย่างให้ดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังเกิดเหตุ เหตุการณ์นี้กระทบจิตใจของประชาชนทุกคนในพื้นที่ทั้งชาวพุทธและมุสลิม ทุกคนเจ็บปวดเหมือนกันหมด” เธอว่า

เธอฝากบอกถึง ชรบ. ว่าในการปฏิบัติหน้าที่ต้องระวังตัวเองให้มากที่สุด

“เรารักถิ่นเกิดของเรา แต่เราก็ต้องระวังตัวเองด้วย ต้องคิดถึงคนข้างหลัง การที่เราอาสามาเป็น ชรบ. เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยง ชรบ. ทำงานเต็มร้อยเพราะเราอยากให้ชาวบ้านรู้สึกปลอดภัย”

ชรบ. ถูกมองว่าเป็นคนของรัฐ

อุสตาซอับดุลชะกูร บิน ซาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) กรรมการประชาสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ระดมกำลังออกเก็บประวัติและเก็บดีเอ็นเอของชาวบ้านในหลายพื้นที่ ซึ่งอาจมีผู้ที่อึดอัดและไม่พอใจที่ถูกกระทำราวกับเป็นผู้ต้องสงสัย

ส่วนประเด็นที่ ชรบ. ตกเป็นเป้าโจมตีนั้น อุสตาซอับดุลสุโกมองว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ชรบ. ถูกผู้ก่อความไม่สงบมองว่าเป็นสายให้ทหารและตำรวจ

“คนเห็นต่างจากรัฐที่ใช้อาวุธ มองว่ามีความชอบธรรมที่จะต่อสู้กับ ชรบ. เพราะชรบ. มีอาวุธ เขาไม่ได้มองว่า ชรบ. เป็นชาวบ้านธรรมดา แต่ผู้ก่อเหตุเห็นว่า ชรบ. เป็นคนของรัฐ ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เป็นกลุ่มคนที่เข้าไปอยู่ในความขัดแย้งแล้ว จึงมีความชอบธรรมที่จะต่อสู้” เขาให้ความเห็น

“แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าการโจมตีก็ต้องดูว่า ชรบ. เขาต่อสู้หรือเปล่า ถ้าเขาเฝ้าเวรยามอยู่ในจุดตรวจของเขา ผู้ก่อเหตุก็ไม่มีความชอบธรรมที่ไปต่อสู้” อุสตาซอับดุลสุโกกล่าวเพิ่มเติม

ด้าน น.ส.รุ่งรวี เฉลิมศรีภิญโญรัช นักวิชาการอิสระด้านการจัดการความขัดแย้ง อธิบายว่า ชรบ. เป็นมวลชนจัดตั้งติดอาวุธที่รัฐสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นมวลชนของรัฐในการต่อสู้กับกลุ่มก่อความไม่สงบหลังเหตุรุนแรงปะทุในปี 2547

“ฐานคิดน่าจะมาจากวิธีรบในช่วงปราบปรามคอมนิวนิสต์ที่มีการจัดตั้งมวลชนฝ่ายรัฐ ชรบ. ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย โดยมีทั้งมุสลิมและพุทธเข้าร่วม โดยสถานะแล้วก็ทำให้ ชรบ. เป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตีในมุมของฝ่ายขบวนการ” น.ส.รุ่งรวีระบุ

“ชรบ. เป็นเป้าหมายการโจมตีมาโดยตลอด ซึ่งก็กระทำได้ง่ายว่าทหาร ตำรวจ เพราะอาวุธที่มีเป็นเพียงแค่ปืนลูกซอง ไม่ใช่ปืนสงคราม พวกเขาเป็นหนังหน้าไฟ รัฐเองก็ไม่ไว้ใจ ชรบ. อย่างเต็มที่นัก” เธอให้ความเห็นเพิ่มเติม พร้อมกับอ้างถึงเหตุการณ์ตากใบที่ปะทุขึ้นจากการที่เจ้าหน้าที่จับตัว ชรบ. 6 คนในข้อหาส่งมอบปืนให้พวกขบวนการฯ นำมาซึ่งการชุมนุมประท้วงของชาวบ้านที่สถานีตำรวจเพื่อให้ปล่อยตัว ชรบ. ทั้ง 6 คน

เหตุกราดยิง ชรบ.

Reuters

ชรบ. คือใคร ?

เหตุกราดยิงจุดตรวจ ชรบ. ต.ลำพะยา อ.เมือง ยะลา กลางดึกวันที่ 5 พ.ย. ทำให้เกิดคำถามว่า ชรบ. คือใคร ?

บีบีซีไทยตรวจสอบ “คู่มือปฏิบัติงานผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ผรส.) และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.)” จัดทำโดยส่วนกิจการมวลชน สำนักกิจการความมั่นคงภายใน กรมการปกครอง ก่อนสรุปเรื่องราวของ ชรบ. มาไว้ ดังนี้

ชรบ. คือ ราษฎรอาสาสมัครที่ผ่านการฝึกอบรมตามหลักสูตรที่กำหนดโดยกรมการปกครอง และได้รับแต่งตั้งจากนายอำเภอให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน และอยู่ในฐานะผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ

ในพื้นที่ จ. ยะลา นราธิวาส ปัตตานี และ 4 อำเภอของ จ. สงขลา จะมี ชรบ. ประจำการหมู่บ้านละ 30 คน ซึ่งถูกเรียกขานว่า “กองกำลังประชาชน”

  • 5 คุณสมบัติ

คุณสมบัติพื้นฐานของเหล่า ชรบ. มี 5 ข้อ ได้แก่ มีสัญชาติไทย, สุขภาพแข็งแรง, มีภูมิลำเนาในหมู่บ้านนั้น ๆ ไม่น้อยกว่า 3 เดือน, เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และมีความประพฤติดี

อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกคนที่มีคุณสมบัติครบจะสมัครเข้ารับการฝึกอบรมเป็น ชรบ. ได้ เพราะจะมีคณะกรรมการคัดเลือก-คัดกรอง จนได้บุคคลที่มีคุณสมบัติย่อยอีก 5 ข้อ ได้แก่ เข้มแข็ง, เสียสละ, มีพัฒนาการทางยุทธวิธี, มีขีดความสามารถและมีจิตใจรุกรบพร้อมที่จะทำการต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม และไม่มีประวัติข้องแว้งยาเสพติดและผู้มีอิทธิพล

  • จัดโครงสร้าง 3 ระดับ

การจัดหน่วยของ ชรบ. แบ่งโครงสร้าง 3 ระดับคือ 1) ระดับอำเภอ มี “กองพันหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” มีนายอำภอเป็น ผบ. กองพัน 2) ระดับตำบล มี “กองร้อย ชรบ.” มีปลัดอำเภอประจำตำบลเป็น ผบ.กองร้อย 3) ระดับหมู่บ้าน มี “หมวด ชรบ.” มีผู้ใหญ่บ้านเป็น ผบ. หมวด และให้แบ่งสายบังคับบัญชาออกเป็น “หมู่ ชรบ.” อย่างน้อย 2 หมู่ เรียกว่า หมู่ ชรบ. ที่ 1, หมู่ ชรบ. ที่ 2… โดยมีผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็น ผบ. หมู่ ชรบ. มีลูกหมู่ 7-15 คน

  • หน้าที่ 10 ประการ

กรมการปกครองกำหนดให้ ชรบ. มีหน้าที่ 10 ประการ ซึ่งทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าพวกเขามีหน้าที่ “ป้องกัน” และ “ป้องปราม” ไม่ให้เกิดเหตุร้ายรายวันในพื้นที่ชายแดนใต้ อาทิ อยู่เวรยาม, ตรวจตระเวนรักษาความสงบ, หาข่าว, เฝ้าระวังรักษาสถานที่สำคัญ ตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ตรวจสอบบุคคลและยานพาหนะที่, จับผู้กระทำความผิดซึ่งหน้า ฯลฯ ภายใต้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย นำมาสู่การกำหนดภารกิจหลักและรอง

  • ไม่มีเงินเดือน มีแต่ปืน

ขึ้นชื่อว่า “ราษฎรอาสา” จึงไม่มีเงินเดือน เบี้ยเลี้ยง ค่าตอบแทน ค่าล่วงเวลาใด ๆ เว้นแต่ถูกสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามแผนยุทธการ แล้วปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบ จนเกิดกรณีบาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็จะได้รับสวัสดิการ อาทิ กรณีเสียชีวิตได้รับเงินช่วยเหลือจาก 4 หน่วยงานสูงสุด 406,000 บาท ไม่รวมทุนการศึกษาและเงินยังชีพของบุตร กรณีทุพพลภาพได้รับเงินช่วยเหลือจาก 3 หน่วยงาน อย่างน้อย 310,000 บาท ไม่รวมเงินช่วยเหลือรายเดือนอื่น ๆ

ส่วนสิ่งกรมการปกครองจัดให้ ชรบ. มี 3 อย่างคือ 1) ให้งบหมู่บ้านละ 20,000 บาท/เดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์การอยู่เวรยาม 2) เครื่องแบบ ชรบ. เป็นเสื้อกั๊ก รองเท้าผ้าใบ และรองเท้าจังเกิ้ลบูท 3) อาวุธปืนลูกซอง ซึ่งปกติจัดจัดให้หมู่บ้านละ 15 กระบอก กระสุนปืนกระบอกละ 15 นัด แต่อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันตามสภาพพื้นที่

บทความก่อนหน้านี้ดีเอ็นเอยัน100% โครงกระดูกนายพลฝรั่งเศส ตายในสงครามนโปเลียนบุกรัสเซีย
บทความถัดไปเอมิเรตส์ : ผู้โดยสารลด รายได้หด แต่กำไรสุทธิเพิ่มเกือบ 4 เท่า ช่วงครึ่งแรกของปีงบประมาณ