แผ่นดินไหวในลาว : เขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเสี่ยงได้รับผลกระทบแค่ไหน

แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกิดขึ้นในประเทศลาว ก่อนเช้าตรู่วันนี้ (21 พ.ย.) มีจุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวห่างจากชายแดนไทยที่ จ.น่าน ราว 20 กิโลเมตร คนไทยในหลายจังหวัดรวมถึงผู้อยู่ในตึกสูงใน กทม. รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้

แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้นตามมาอีกหลายครั้งในช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้น กรมทรัพยากรธรณี ระบุว่าเกิดจากการเคลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนปัว ซึ่งเป็นแนวรอยเลื่อนเปลือกโลกบริเวณรอยต่อของประเทศไทย และลาว

มีรายงานความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ที่เกิดกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนหงสาในเมืองหงสา แขวงไซยะบุรี ประเทศลาว การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นผู้ลงทุนโครงการระบุว่า ต้องหยุดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าอย่างน้อย 2 วัน ส่วนในไทยปรากฏภาพความเสียหายของอาคารบางแห่งใน จ.น่าน

ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของแขวงไซยะบุรีของลาว ประมาณ 49 กิโลเมตร ขณะที่เขื่อนไซยะบุรี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองไซยะบุรีราว 40 กิโลเมตร แม้ครั้งนี้ บริษัทซีเค พาวเวอร์ ผู้ลงทุนก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีระบุว่า โครงสร้างหลักของตัวเขื่อนไม่ได้รับผลกระทบ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา บอกกับบีบีซีไทยว่า พื้นที่แขวงไซยะบุรี ยังมีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่

แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะอะไร และมีความเสี่ยงกับสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่อย่างเขื่อนไซยะบุรี ที่กั้นขวางลำน้ำโขงและอยู่ในบริเวณที่ใกล้เคียงกับรอยเลื่อนที่ทำให้เกิดแผ่นดินไหวหรือไม่ บีบีซีไทยคุยกับ ศ.ดร.ปัญญา จารุศิริ ที่ปรึกษากรมทรัพยากรธรณี และอดีตอาจารย์ ประจำภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศ.ดร.ปัญญา ชี้ว่าพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรีเป็นบริเวณที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจาก แผ่นดินไหว เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับแนวรอยเลื่อนมีพลัง

Construction workers gather in front of a construction site after tremors from a 6.1 magnitude earthquake, which hit northern Thailand, were felt, in Bangkok, Thailand, 21 November 2019

EPA
ภาพจากพื้นที่ก่อสร้างอาคารในจังหวัดน่าน ถ่ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย.2562

รับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ เพราะเป็นแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นไม่ลึก

ศ.ดร.ปัญญา อธิบายว่าในทางธรณีวิทยา บริเวณทางตอนใต้ของจีน เวียดนาม และลาว มีรอยเลื่อนแขนงใหญ่ที่เรียกว่ารอยเลื่อนเดียนเบียนฟูซึ่งเป็นรอยเลื่อนที่ลากเส้นต่อจากแม่น้ำแดงของจีน รอยเลื่อนนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นรอยเลื่อนมีพลัง

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาผู้นี้ ระบุว่าจากข้อมูลที่มีชี้ว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของ สปป.ลาว มีรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่อย่าง “ชุกชุม” แต่ยังไม่มีการสำรวจพิสูจน์ได้ครบทั้งหมด ขณะที่รอยเลื่อนหลายแห่งลากเส้นต่อเนื่องเข้ามาในพื้นที่ของไทย

สำหรับรอยเลื่อนที่อยู่ในบริเวณ จ.น่าน เรียกว่ารอยเลื่อนอุตรดิตถ์ เป็นรอยเลื่อนที่ลากผ่านมาทาง เมืองหลวงพระบาง ส่วนอีกรอยเลื่อนอีกหนึ่งแห่งคือรอยเลื่อนไซยะบุรี ซึ่งลากเส้นต่อเนื่องมายัง จ.เพชรบูรณ์ ของไทย

ศ.ดร. ปัญญา กล่าวว่าสาเหตุที่แผ่นดินไหวในลาวครั้งนี้ สามารถรับรู้แรงสั่นสะเทือนได้ มากในไทยเป็นเพราะเกิดขึ้นในระดับไม่ลึกและเกิดในบริเวณที่มีรอยเลื่อนเชื่อมต่อกัน

กรมอุตุนิยมวิทยาของไทยระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 6.4 ที่เกิดขึ้นในลาวครั้งนี้ มีความลึกจากผิวดิน 3 กิโลเมตร

ที่ตั้้งเขื่อนไซยะบุรีเสี่ยงได้รับผลกระทบแผ่นดินไหวหรือไม่

เมื่อปี 2557 ศ.ดร. ปัญญา เคยออกมาเตือนในเรื่องอันตรายที่จะเกิดกับเขื่อนที่ก่อสร้างใกล้รอยเลื่อน ที่มีพลัง

เขายังคาดการณ์ในปีนั้นว่า มีโอกาสราว 30 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดกลางบริเวณ พื้นที่ก่อสร้างเขื่อนในอีก 30 ปีข้างหน้า และมีโอกาสราว 10 เปอร์เซ็นต์ ที่จะเกิดแผ่นดินไหว รุนแรงมากถึงขนาด 7 และชี้ชัดว่าไม่ควรสร้างเขื่อนไซยะบุรี ในบริเวณดังกล่าว

A handout intensity shake map made available by the US Geological Survey (USGS) on 21 November 2019 shows a shake map of the magnitude 6.1 earthquake that struck at a depth of 10km, near near the district of Muang Nan in northern Thailand, 21 November 2019.

EPA
ภาพจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ

ศ.ดร. ปัญญา บอกกับบีบีซีไทยว่า แม้ที่ตั้งของเขื่อนไซยะบุรีตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่เป็นหินแข็ง เป็นรอยเลื่อนที่ตายแล้วไม่มีพลัง แต่สิ่งที่น่ากังวลคือบริเวณใกล้เคียง เช่น ตัวเมืองไซยะบุรี เคยมีศึกษาแล้วว่ายังปรากฏรอยเลื่อนที่มีพลังอยู่ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวก็อาจส่งผลกระทบต่อตัวเขื่อนได้

“รอยเลื่อนมีพลังมีโอกาสใกล้เคียงที่จะเกิดขึ้น คือขนาด 6 แต่ไม่ถึง 7 เราตรวจสอบเชิงพื้นที่ได้ แต่ไม่สามารถตรวจสอบเชิงเวลาได้” ศ.ดร. ปัญญา กล่าว “มันเหมือนโดมิโน ถึงต้องเฝ้าระวัง เพราะหากมีผลกระทบอาจทำให้เขื่อนมีปัญหา เช่น การตัดสโลป แลนด์สไลด์ หรือโครงสร้าง”

ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา เห็นว่าความที่ลาวมีโครงการก่อสร้างเขื่อนในอนาคตอีกหลายแห่ง จึงควรสำรวจความเสี่ยงการแผ่นดินไหวในบริเวณที่จะก่อสร้างเขื่อนทุกแห่ง

เคยเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ในบริเวณเดียวกัน

เมื่อเดือน ก.พ. 2554 เคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.7 ที่แขวงไซยะบุรี ส่วนบริเวณรอยต่อของประเทศไทย และ สปป. ลาว อธิบดีกรมกรมทรัพยากรธรณี ระบุว่าเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาด 6.5 เมื่อปี 2478 เชื่อว่าเป็นอิทธิพลของการเลื่อนตัวของ “รอยเลื่อนปัว”

นายสมหมาย เตชวาล อธิบดีกรมกรมทรัพยากรธรณี แถลงว่า แผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวของกลุ่มรอยเลื่อนปัว โดยรอยเลื่อนดังกล่าวเป็นรอยเลื่อนปกติ มีทิศทางการวางตัวในแนวเหนือ-ใต้ แนวของรอยเลื่อนเริ่มตั้งแต่บริเวณรอยต่อของประเทศไทยและ สปป.ลาว เรื่อยลงมาในพื้นที่ของ อ. ทุ่งช้าง อ.เชียงกลาง อ.ปัว และต่อเนื่องไปยัง อ.สันติสุข ของ จ.น่าน มีความยาวรวมทั้งหมดประมาณ 110 กิโลเมตร

ซีเค พาวเวอร์ แจงไม่กระทบโรงไฟฟ้าไซยะบุรีและน้ำงึม 2 ส่วนเอ็นจีโอนักวิชาการ ชี้ต้องมีแผนรับมือฉุกเฉิน

บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) ในเครือ ช.การช่าง บริษัทไทยในฐานะผู้ลงทุน และดำเนินการเขื่อนและโรงไฟฟ้าไซยะบุรีในลาว และเขื่อนน้ำงึม 2 ระบุในแถลงการณ์ที่แจกสื่อมวลชนว่า จากการสำรวจเบื้องต้น โครงสร้างหลังของโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่ง ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวใน สปป.ลาว เมื่อเวลา 04.03 น.

แถลงการณ์ระบุอีกว่า โรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งยังคงเดินเครื่องผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับ กฟผ. และรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาวตามสัญญาได้อย่างต่อเนื่องตามปกติ นอกจากนี้โครงสร้างและอุปกรณ์ ทุกส่วนของโรงไฟฟ้าทั้งสองแห่งเป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

เกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยและความเสี่ยงจากภัยพิบัติสืบเนื่องจากเขื่อนนี้ ดร. ไชยณรงค์ เศรษฐเชื้อ อาจารย์ประจำภาควิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ ม. มหาสารคาม ให้ความเห็นบนเฟซบุ๊ก Chainarong Setthachua ว่า เขื่อนไซยะบุรีต้องมีคือแผนเผชิญเหตุสิ่งแวดล้อมฉุกเฉิน (environmental emergency response plan)

เขายกตัวอย่างเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตกที่ลาวเมื่อปีที่แล้วว่า ไม่มีแผนดังกล่าว ส่งผลให้เมื่อเกิดภัยพิบัติเขื่อนแตกทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

“เราไม่รู้ข้อมูลเลยว่าเขื่อนแห่งนี้ได้ออกแบบเพื่อต้านทานแผ่นดินไหวได้เท่าไหร่”

สอดคล้องกับ เพียรพร ดีเทศน์ ผอ. รณรงค์ประเทศไทย องค์กรแม่น้ำนานาชาติ (International Rivers) ที่ระบุว่า กฟผ. และบริษัทซีเค พาวเวอร์ ต้องเปิดเผยแผนรับมือฉุกเฉินต่อความเสี่ยงหากเกิดภัยพิบัติ

เอกสารสารสนเทศของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ ที่ปรากฏบนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุเกี่ยวกับความปลอดภัยไว้ว่า ได้ออกแบบและก่อสร้างประตูระบายนํ้าล้นและประตูระบายตะกอน ที่มีขนาดใหญ่ เพื่อรองรับแผ่นดินไหวและภัยธรรมชาติอย่างเหมาะสม

บทความก่อนหน้านี้ผู้หญิงหน้าสวย ส่องความน่ารัก น้องแอลลี่ ออร่าแรงมาก!
บทความถัดไปช็อกในช็อก! เจ้าของร้านสังฆภัณฑ์สะดุ้ง แผ่นดินไหว ตื่นลงมาดูหัวใจแทบวาย เงินหาย 1.5 หมื่น