วาฬสีน้ำเงินหัวใจเต้นเชื่องช้า แค่นาทีละ 2 ครั้ง ขณะดำน้ำหาอาหาร

Getty Images วาฬสีน้ำเงินมีหัวใจขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์โลก โดยมีความกว้าง 1.5 เมตร หนักกว่า 180 ก.ก.

วาฬสีน้ำเงินหัวใจเต้นเชื่องช้า แค่นาทีละ 2 ครั้ง ขณะดำน้ำหาอาหาร – BBCไทย

วาฬสีน้ำเงิน (Blue whale) ได้ชื่อว่ามีโครงสร้างร่างกายและขนาดของหัวใจใหญ่ที่สุดในบรรดาสัตว์โลก แต่ความน่าอัศจรรย์ของยักษ์ใหญ่แห่งท้องทะเลยังไม่หมดลงแค่นั้น เมื่อล่าสุดนักวิทยาศาสตร์สามารถตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจของวาฬสีน้ำเงินในธรรมชาติได้เป็นครั้งแรก และพบว่าในขณะที่ดำน้ำลึกหาอาหาร หัวใจของพวกมันเต้นช้าอย่างเหลือเชื่อเพียง 2 ครั้งต่อ 1 นาทีเท่านั้น

ทีมนักชีววิทยาจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดของสหรัฐฯ ได้ทดลองติดเครื่องตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ตรงบริเวณใกล้ครีบของวาฬสีน้ำเงินตัวหนึ่ง ขณะที่มันโผล่ขึ้นหายใจเหนือผิวน้ำ แล้วเฝ้าติดตามสัญญาณจากเครื่องมือดังกล่าว ซึ่งจะส่งข้อมูลการเต้นของหัวใจวาฬมาจากขั้วไฟฟ้าที่แนบชิดติดกับผิวหนังวาฬด้วยถ้วยดูดสุญญากาศ

ผลการตรวจวัดที่มีขึ้นเป็นครั้งแรกนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับวงการชีววิทยาทางทะเล เนื่องจากอัตราการเต้นของหัวใจวาฬในระดับต่ำสุดที่พบนั้น ยังต่ำกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ที่ 15 ครั้งต่อนาทีอย่างมาก

ทีมนักชีววิทยาได้เฝ้าติดตามวาฬตัวดังกล่าว ซึ่งกำลังแหวกว่ายและดำน้ำหาอาหารในอ่าวมอนเทอเรย์ของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเวลาเกือบ 9 ชั่วโมง และได้บันทึกอัตราการเต้นของหัวใจวาฬที่ 2-8 ครั้งต่อนาที ซึ่งเกิดขึ้นหลายร้อยครั้งในระหว่างนั้น

ดร. เจเรมี โกลด์บอเกน ผู้นำทีมวิจัยบอกว่า “การที่วาฬสีน้ำเงินสามารถลดอัตราการเต้นของหัวใจลงได้ต่ำขนาดนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าทึ่งอย่างมาก เพราะวาฬต้องใช้พลังงานมหาศาลในการค้นหาและกินอาหาร โดยต้องกลืนน้ำทะเลในระดับที่สูงกว่าปริมาตรของตัวมันเอง เพื่อกรองกินแพลงก์ตอน”

วาฬสีน้ำเงินหัวใจเต้นเชื่องช้า

Getty Images

โดยปกติแล้ววาฬจะดำน้ำนานราว 16.5 นาทีต่อครั้ง โดยสามารถดำดิ่งถึงระดับความลึกสูงสุด 184 เมตร ก่อนจะกลับขึ้นมาหายใจที่ผิวน้ำเป็นเวลา 1-4 นาที อัตราการเต้นของหัวใจวาฬจะอยู่ในระดับต่ำสุดขณะดำน้ำลึก แต่จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อกลับขึ้นสู่ผิวน้ำ ซึ่งจะมีอัตราการเต้นสูงสุดราว 37 ครั้งต่อนาที

ทีมผู้วิจัยยังชี้ด้วยว่า การที่วาฬสีน้ำเงินลดอัตราการเต้นของหัวใจลงอย่างมากขณะดำน้ำลึก จะช่วยให้ร่างกายสามารถจ่ายเลือดอิ่มออกซิเจนจากหัวใจ ไปยังกล้ามเนื้อที่ต้องใช้งานขณะดำน้ำได้เพิ่มขึ้นเป็นการชั่วคราว ซึ่งแสดงถึงกลไกที่มีความยืดหยุ่นอย่างน่าอัศจรรย์ในการควบคุมการเต้นของหัวใจและการไหลเวียนเลือด

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่” ร่ายยาว ปมเศรษฐกิจทรุด โอด มีแต่ทุกข์ ไม่เคยเสวยสุข อย่างที่ใครว่ามา
บทความถัดไปฟิล์ม ธนภัทร ตอบแล้ว หายหน้าไปไหน รับกระแสแผ่ว หลังจบเมีย 2018