ทำไมหนุ่มอินเดียคนนี้ จึงต่อสู้เพื่อสถานะทางกฎหมายเพื่อการไม่นับถือพระเจ้า

ทำไมหนุ่มอินเดียคนนี้ จึงต่อสู้เพื่อสถานะทางกฎหมายเพื่อการไม่นับถือพระเจ้า – BBCไทย

ชายอินเดียกำลังต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ในการเชื่อว่า พระเจ้าไม่มีอยู่จริง แต่การร้องขอเอกสารของรวี กุมาร เพื่อให้สถานะของเขาได้รับการยอมรับตามกฎหมาย ทำให้เขาเผชิญปัญหากับทางการ กีตา ปันเดย์ ผู้สื่อข่าวบีบีซี รายงานจากหมู่บ้านโตฮานา ทางเหนือของอินเดีย

รอยสักขนาดใหญ่ 2 รอย ที่ประกาศตัวว่า เขาเป็น “ผู้ไม่นับถือพระเจ้า” ปรากฏอยู่บนแขนท่อนล่าง รวี กุมาร ชายวัย 33 ปี บอกว่า เขารู้ว่า พระเจ้าไม่มีอยู่จริง ตอนที่อายุเพียง 6-7 ขวบ

“ทุกปี ในช่วงดิวาลี (เทศกาลแห่งแสงสว่าง) พ่อของผมมักซื้อล็อตเตอรี แล้วก็ขอพระจากพระนางลักษมี แต่พ่อก็ไม่เคยถูกรางวัลที่ 1 เลย จากนั้น มีอยู่วันหนึ่ง มีเด็กชาย 4 คน มารุมตีผม ผมจึงขอพระกฤษณะให้ช่วย แต่พระองค์ก็ไม่เคยมาช่วยผมเลย” เขากล่าว

หนุ่มอินเดียไม่นับถือพระเจ้า

BBC

รวี ได้นำ “สมบัติล้ำค่า” ของเขามาแสดงให้ดู ขณะนั่งอยู่ภายในบ้านซึ่งมี 2 ห้อง ที่หมู่บ้านโตฮานา ห่างจากกรุงนิวเดลีไป 250 กิโลเมตร นั่นก็คือใบรับรองว่า เขา “ไม่มีชนชั้นวรรณะ ไม่มีศาสนา และไม่มีพระเจ้า”

ใบรับรองนี้ออกมาโดยมีหัวจดหมายของรัฐบาลรัฐหรยาณาเมื่อ 29 เม.ย. และมีเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นของหมู่บ้านโตฮานา ลงนาม

แต่โชคร้าย เจ้าหน้าที่ทางการได้เพิกถอนใบรับรองดังกล่าวในอีก 1 สัปดาห์ต่อมา พวกเขาบอกว่า พวกเขาได้ “กระทำเกินขอบเขตอำนาจ” และได้ขอให้รวีคืนใบรับรองนั้น

รวี กุมาร ปฏิเสธ และได้ยื่นฟ้องต่อศาลสูงรัฐปัญจาบและหรยาณา

ในเดือน ก.ย. ศาลสูงไม่รับฟ้อง ผู้พิพากษาระบุว่า มาตรา 258 ของรัฐธรรมนูญ ได้ให้ “สิทธิในการระบุว่า เขาเป็นผู้ไม่นับถือพระเจ้า” แต่ไม่มีข้อกำหนดทางกฎหมายในการออกใบรับรองดังกล่าว

รวี กุมาร แสดงใบรับรองของเขา

BBC

ชายหนุ่มที่เลิกเรียนวิทยาลัยกลางคัน และหาเลี้ยงชีพด้วยการวาดภาพ บอกว่า เขาไม่ล้มเลิกความตั้งใจ เขากำลังเตรียมการยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาลสูง และได้เขียนจดหมายขอความช่วยเหลือถึงประธานาธิบดีอินเดียด้วย

“ศาลสูงบอกว่า ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องได้รับใบรับรอง แต่มันจำเป็น” เขายืนกราน “เมื่อรัฐบาลออกใบรับรองชนชั้นวรรณะและศาสนาให้กับประชาชนได้ ผมก็มีสิทธิที่จะมีใบรับรองที่ระบุว่า ผมไม่นับถือพระเจ้า ผมก็เป็นพลเมืองของประเทศนี้เหมือนกัน”

ในอินเดีย คุณจำเป็นต้องมีใบรับรองศาสนา ในกรณีที่เปลี่ยนศาสนา และจะมีการออกใบรับรองชนชั้นวรรณะให้กับคนในกลุ่มด้อยโอกาสและผู้ที่ต้องการจะใช้โควตาเข้าทำงานภาครัฐหรือเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย

ครอบครัวของรวี กุมาร มาจากวรรณะด้อยโอกาส แต่เขาสาบานว่า เขาจะไม่ลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์ใด ๆ

เหตุผลที่เขาต้องการใบรับรองนี้คือ การประกาศตัวตน

เขาเริ่มกระบวนการทางกฎหมายในเดือน ก.ย. 2017 ด้วยการยื่นคำร้องต่อศาลท้องถิ่น ขอให้อนุญาตให้เขาใช้คำว่า ผู้ไม่นับถือพระเจ้า (atheist) ต่อท้ายชื่อของเขาได้

3 เดือน ต่อมา เมื่อวันที่ 2 ม.ค. 2018 ผู้พิพากษาพลเมืองตัดสินอนุญาตให้เขาทำได้ตามที่ร้องขอ คำสั่งศาลระบุว่า เขามีสิทธิ์ที่จะได้รับการระบุตัวตนว่า “รวี กุมาร ผู้ไม่นับถือพระเจ้า” ในบันทึกของทางการ

หลังจากที่เขาเปลี่ยนชื่อของเขาในใบรับรองออกจากโรงเรียน ใบสูติบัตร บัตรประจำตัวประชาชน และบัตรธนาคาร เขาได้ขอ “ใบรับรองไม่มีชนชั้นวรรณะ ไม่มีศาสนา ไม่มีพระเจ้า” จากทางการ

ในที่สุด เขาก็ได้มันมาครอบครอง

พ่อแม่ของรวี

BBC
พ่อแม่ของรวี บอกว่า พวกเขาไม่ไปวัดหรือปฏิบัติศาสนพิธีใด ๆ อีกต่อไป

แต่เมื่อโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ รายงานเรื่องของเขา เจ้าหน้าที่ทางการจึงตระหนักว่า พวกเขา “กระทำเกินขอบเขตอำนาจ” และระบุว่า พวกเขาไม่มีอำนาจที่จะบอกว่า พระเจ้ามีจริงหรือไม่

ทางการได้ขอให้เขาคืนเอกสารดังกล่าว และรับปากว่า จะออกเอกสารที่แก้ไขให้ใหม่ ซึ่งในนั้นจะระบุว่า เขาเป็นผู้ไม่นับถือพระเจ้าและไม่มีชนชั้น ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะส่งคืน

จากข้อมูลสำรวจประชากร พบว่า มีชาวอินเดีย 33,000 คน ระบุว่า พวกเขาไม่นับถือพระเจ้า ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนคนเพียงน้อยนิดในประเทศที่มีประชากร 1.3 พันล้านคน

ศาสนาและอัตลักษณ์ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาครอบงำชีวิตส่วนใหญ่ของผู้คนในอินเดีย โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีแนวคิดชาตินิยมฮินดูเพิ่มขึ้นมาก และผู้ไม่นับถือพระเจ้าส่วนใหญ่ก็ไม่เปิดเผยสถานะของตัวเอง การเปิดเผยอาจทำให้เกิดอันตรายขึ้นได้ หลายคนบอกว่า ไม่ได้รับการยอมรับจากเพื่อนและครอบครัว และในกรณีที่รุนแรงอย่างเช่นในปี 2017 ผู้ไม่นับถือพระเจ้าและผู้นิยมใช้เหตุผลคนหนึ่ง ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตทางตอนใต้ของอินเดีย

แต่รวี กุมาร เปิดเผยความเชื่อของตัวเอง คือ การที่เขาไม่เชื่อพระเจ้า บนแขนของตัวเอง ในรูปแบบของรอยสักและยังใช้คำว่า ผู้ไม่นับถือพระเจ้า ต่อท้ายชื่อตัวเองด้วย

เขาแสดงการท้าทายต่อการมีอยู่จริงของพระเจ้าอย่างเปิดเผย และเมื่อใดที่มีโอกาส เขาจะขอให้ผู้คนเลิกนับถือศาสนา

ป้ายชื่อติดอยู่ที่บ้านของรวี ผู้ไม่นับถือพระเจ้า

BBC
ป้ายชื่อด้านนอกประตูระว่า รวี ผู้ไม่นับถือพระเจ้า

“ไม่เคยมีใครสามารถพิสูจน์การมีอยู่จริงของพระเจ้าได้” เขากล่าว “เพราะไม่มีพระเจ้าอยู่จริง พระเจ้าคือสิ่งที่คนสร้างขึ้น พระเจ้าไม่มีอยู่จริง เป็นเพียงแค่คำพูด”

รวี กุมาร เติบโตมาในครอบครัวที่เคร่งศาสนาในระดับหนึ่ง พ่อแม่ของเขาและปู่ของเขา นับถือศาสนาฮินดู พวกเขาไปวัดและเข้าร่วมพิธีต่าง ๆ เมื่อมีเทศกาลทางศาสนา

“พ่อพาผมไปวัดด้วย ตอนเป็นเด็ก ผมไปวัด เพราะอยากรู้ว่า วัดมีอะไรบ้าง”

แม่ของเขา บอกเขาให้บูชาพระนางลักษมีในช่วงเทศกาลดิวาลี เพื่อที่พวกเขาจะได้เจริญรุ่งเรือง ปู่ของเขาซึ่งอ่านคัมภีร์ภควัทคีตา (Gita) ของศาสนาฮินดู บอกเขาว่า พระกฤษณะ จะช่วยเขาเมื่อเขาเผชิญอุปสรรค

เมื่อเขาโตขึ้น เขาเล่าว่า เขาเริ่มรู้ว่า “นักการเมืองและผู้นำทางศาสนาได้ใช้ความแตกต่างของชนชั้นวรรณะและศาสนา ในการหลอกลวงผู้คนและหาประโยชน์จากความอ่อนแอของพวกเขา”

เขาบอกว่า เขาไม่ได้ไปวัดมาเกือบ 20 ปีแล้ว และเห็นว่า เงินที่บริจาคให้กับวัด มัสยิด และสถานที่สำคัญทางศาสนาอื่น ๆ ควรจะถูกนำไปใช้สร้างโรงเรียนและโรงพยาบาลมากกว่า

เขาเล่าว่า การที่เขาไม่นับถือพระเจ้า ทำให้เขาถูกกลั่นแกล้งในช่วงที่เรียนอยู่ในโรงเรียนและวิทยาลัย และยังทำให้เขาเสียโอกาสในการทำงานหลายอย่างด้วย เพื่อนและญาติหลายคนรังเกียจเขา และเพื่อนบ้านเรียกเขาว่า บ้า เขาบอกว่า เขายังคงโสด เพราะไม่มีครอบครัวไหนต้องการยกลูกสาวให้แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่เชื่อในพระเจ้า และอยากจะแต่งงานแค่ตามกฎหมาย ไม่มีพิธีทางศาสนา

ดายาลา ราม ปู่ของรวี

BBC
ดายาลา ราม ปู่ของรวีบอกเขาว่า พระกฤษณะจะช่วยเขา เมื่อเขาเผชิญกับอุปสรรค

พ่อแม่ของเขาบอกว่า ตอนแรก พวกเขาพบว่า การที่ลูกไม่นับถือศาสนาเป็นเรื่องที่ไม่น่าพอใจ อินเดอร์ ลาล พ่อของเขา ซึ่งทำงานเป็นช่างไม้ที่โรงงานแห่งหนึ่ง บอกว่า เขารู้สึกเจ็บปวดและอับอายขายหน้าเมื่อผู้คนเรียกลูกชายของเขาว่า นาสติก (nastik) ซึ่งแปลว่า ผู้ไม่นับถือพระเจ้า “ครั้งหนึ่งผมรู้สึกโมโหมาก จนออกจากบ้านไปและคิดว่าจะฆ่าตัวตาย แต่แล้วผมก็เปลี่ยนใจและกลับบ้านมา”

แต่ตอนนี้ พ่อของเขาได้กลายเป็นผู้ที่ไม่นับถือพระเจ้าด้วย “ผมเข้าใจเขา ตอนนี้เราไม่ต้องทำพิธีทางศาสนาที่บ้าน เราเลิกไปวัดด้วย”

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เมื่อสื่อท้องถิ่นรายงานเรื่องราวการต่อสู้ของเขาเพื่อให้ได้รับการยอมรับตามกฎหมายว่า เป็นผู้ไม่นับถือพระเจ้า รวี กุมาร ก็ได้กลายเป็นคนดังเล็ก ๆ คนหนึ่ง

“ผู้คนจากที่ห่างไกลโทรมาหาผม หรือบางคนถึงกับมาหาผมเลย พวกเขาบอกว่า พวกเขาเป็นผู้ไม่นับถือพระเจ้าเหมือนกัน บางคนบอกว่า พวกเขาอยากจะใช้คำว่า ผู้ไม่นับถือพระเจ้า เป็นนามสกุลเหมือนกับผม”

รวี กุมาร บอกว่า การไม่นับถือพระเจ้าของเขา ได้ช่วยทำให้เขาเชื่อว่า ปัญหาจำนวนมากในโลกมีรากเหง้ามาจากศาสนา

“อินเดียและปากีสถานใช้ศาสนาเป็นเหตุผลในการต่อสู้ โลกเกือบจะเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ผู้คนบอกว่า พวกเขาเชื่อในศาสนา แต่พวกเขากลับโกหก 24 ชั่วโมงต่อวัน พวกเขาคิดแต่เรื่องเลวร้าย พวกเขาใช้ดาบและปืนเข่นฆ่าและทำร้ายกัน มีความทุกข์เกิดขึ้นมากในโลกนี้”

“ผมถามว่า ถ้าพระเจ้าสร้างโลกนี้ ทำไมพระองค์ถึงสร้างความเจ็บปวดและความทุกข์มากมายขนาดนี้”

บทความก่อนหน้านี้นอนกำลังเพลิน ฉุดจัด หลวงพ่อปลุกบิณฑบาต พระหนุ่มต่อยตาแตกหวิดบอด
บทความถัดไปตุ๊ก รำคาญชีวิตคู่ สับรางผู้ชาย ระดับตัวท็อป พร้อมกัน 4 คน ปลงเพื่อนซี้หึง(คลิป)