อนาคตใหม่ : ปิยบุตรโต้ข่าวลือยุบพรรค ปม “ธนาธรปล่อยเงินกู้พรรค” เตือนฉายหนังม้วนเดิม ระวังจบไม่เหมือนเดิม

อนาคตใหม่ : ปิยบุตรโต้ข่าวลือยุบพรรค ปม “ธนาธรปล่อยเงินกู้พรรค” เตือนฉายหนังม้วนเดิม ระวังจบไม่เหมือนเดิม – BBCไทย

ข่าวลือที่หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้ยินจาก “แหล่งข่าว” ว่าจะมีผลคำตัดสินคดียุบพรรคออกมาในช่วงกลางเดือน ธ.ค. ดูเหมือนจะมีน้ำหนักยิ่งขึ้น เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เตรียมพิจารณาสำนวนคดีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ปล่อยเงินกู้ให้พรรค ในวันพุธหน้า

นี่เป็นอีกครั้งที่แกนนำ อนค. ต้องเปิดแถลงต่อสาธารณะในคดีที่พรรคอยู่ระหว่างถูกสืบสวน สอบสวน ไต่สวนโดยองค์กรอิสระ

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ อนค. แถลงว่า คดีนายธนาธรปล่อยกู้ให้พรรค ไม่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่จะนำไปสู่การยุบพรรค แม้มีความพยายามจะ “ฉายหนังม้วนเดิม” แต่รับรองว่า “จะจบไม่เหมือนเดิม”

เขายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า มี “กลวิธีทำคดีที่พัวพันกับการเมืองให้ไปอยู่ในมือสื่อ และใช้เทคนิคชี้นำ” ซึ่งเกิดมาไม่เคยพบเห็นการทวงพยานเอกสารต่าง ๆ ผ่านเอกสารข่าวแจกของสำนักงาน กกต. จากนั้นก็มีสื่อมวลชนลงข่าวว่า อนค. ตายแน่ ไม่ยอมส่งเอกสาร ตามด้วยการปล่อยข่าวโดยแหล่งข่าวกล่าวว่า อนค. ไม่ส่งเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของตัวเอง มีพิรุธ กกต. จึงต้องตัดพยานทิ้ง ทั้งที่โดยข้อเท็จจริงพรรคได้จัดส่งเอกสารบางส่วนให้ กกต. และขอขยายเวลาในการจัดส่งเอกสารบางส่วนซึ่งมีถึง 90 แฟ้ม ๆ ละ 3 นิ้ว เมื่อนำมาตั้งรวมกันก็จะได้ความสูงราว 3 เมตร แต่ กกต. กลับให้เวลาพรรคจัดส่งเอกสารภายใน 2 สัปดาห์หลังได้รับหนังสือแจ้ง ซึ่งถือเป็นเรื่อง “สุดวิสัย” และ “เป็นไปไม่ได้ในสิ่งที่ กกต. ขอมา” และเอกสารเหล่านี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีปล่อยกู้เลย

เลขาธิการ อนค. ระบุว่า หาก กกต. จะเร่งรัดพิจารณาคดีนี้ ก็ไม่เป็นไร แต่พรรคขอสงวนสิทธิ์ฟ้องดำเนินคดีกับ กกต. ทั้งทางแพ่งและอาญาต่อไป และจะนำเอกสารของพรรคทั้งหมดไปต่อสู้คดีในชั้นศาล

สำหรับเอกสารหลักฐานที่ กกต. ร้องขอให้ อนค. นำส่งภายในวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมาคือสำเนาบัญชีรายการและเอกสารประกอบการลงบัญชีของพรรค ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.- 30 ก.ย. 2562 ประกอบด้วย บัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับและแสดงค่าใช้จ่ายหรือรายจ่าย, บัญชีแสดงรับการบริจาค, บัญชีแยกประเภท และบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน ทว่า อนค. ได้แจ้งขอขยายเวลาออกไปอีก 120 วัน

อย่างไรก็ตามมีรายงานข่าวปรากฏในสื่อหลายสำนักว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน กกต. มีมติตัดพยานหลักฐานที่ อนค. ยังไม่ยื่นชี้แจงเพิ่มเติมออก เดินหน้าพิจารณาจากพยานหลักฐานเท่าที่มีอยู่ ก่อนเสนอที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่พิจารณาวินิจฉัยในวันที่ 11 ธ.ค.

ต่อมานายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. ออกมายอมรับเมื่อ 5 ธ.ค. ว่า ขณะนี้เลยกำหนดเวลาที่ให้ อนค. ยื่นเอกสารชี้แจงแล้ว “กกต. จึงถือว่า อนค. ไม่ติดใจ”

ลุ้นระทึก จำคุกธนาธร-ตัดสิทธิ กก.บห.

คดีนี้เป็นผลจากการยื่นคำร้องของนายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เจ้าของฉายา “นักร้องการเมือง” เมื่อ 21 พ.ค. โดยขอให้ กกต. ไต่สวนสอบสวนวินิจฉัยหัวหน้า อนค. กรณีให้พรรคยืมเงินส่วนตัวจำนวน 110 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการเมืองในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เข้าข่ายกระทำการขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 หรือไม่

สาระสำคัญของมาตรา 66 ห้ามมิให้บุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทแก่พรรคการเมือง

หากพบว่ากระทำผิดจะมีโทษตามมาตรา 124 และ 125 ดังนี้

  • นายธนาธร : ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี
  • พรรคอนาคตใหม่ : ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท และให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด ส่วนที่เกินมูลค่าที่กําหนดไว้ตามมาตรา 66 ตกเป็นของกองทุนพรรคการเมือง
  • กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) : ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ปี

ไม่เคยคิดว่าธนาธรพลาด หลังโชว์โปร่งใสต่อสาธารณะ

ประเด็นนายธนาธรให้ อนค. กู้เงินถูกเปิดเผยโดยตัวเขาเอง สำทับด้วยคำยืนยันจากโฆษกพรรคและเลขาธิการพรรคว่าพรรคกู้เงินหัวหน้าพรรคจริง ทว่ามีการพูดถึงตัวเลขปล่อยกู้ไม่ตรงกันโดยมีอย่างน้อย 3 ตัวเลข ได้แก่ 90 ล้านบาท, 110 ล้านบาท และ 250 ล้านบาท อีกทั้งในบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินที่นายธนาธรแจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังพบว่าการปล่อยกู้ 2 ครั้ง คิดดอกเบี้ยไม่ตรงกัน

อย่างไรก็ตามนายปิยบุตรระบุว่า ได้ชี้แจงประเด็นเหล่านี้กับ กกต. เรียบร้อยแล้ว และไม่ขอนำมาชี้แจงในเวทีแถลงข่าวในวันนี้ แต่ถ้า กกต. จะมีมติอย่างไร ก็ไปสู้กันในชั้นศาลอีกที

ถึงขณะนี้นายปิยบุตรไม่คิดว่าเป็นความผิดพลาดของหัวหน้าพรรคที่ออกมาเปิดประเด็นให้พรรคกู้เงินต่อสาธารณะ ตรงกันข้ามเขาเห็นว่า “การเปิดเผยอย่างโปร่งใส” เป็นสิ่งที่พรรคควรกระทำ เพราะในอดีตสังคมมักตั้งคำถามว่าพรรคการเมืองไทยมีนายทุนครอบงำเสมอ อนค. จึงพยายามจัดการปมปัญหานี้ แต่ยอมรับว่าเกิดปัญหาในช่วงเริ่มต้นเนื่องจากติดประกาศและคำสั่ง คสช. ห้ามพรรคทำกิจกรรมการเมือง ซึ่งเป็นช่วงที่ลำบากมาก ระดมทุนไม่ได้ รับบริจาคไม่ได้ จึงมาคิดกันว่าหัวหน้าพรรคมีทรัพยากรส่วนตัวมากกว่าคนอื่น จึงเลือกใช้วิธีกู้เงิน สื่อมวลชนก็คงทราบดีว่าพรรคอื่นทำอย่างไร หัวหน้าพรรคอาจเอาเงินให้โดยไม่กู้ แต่ อนค. โปร่งใส ทำให้เห็นว่าพรรคนี้ไม่ใช่ของนายธนาธร และเราก็ทยอยคืนเงินนายธนาธรไปแล้วหลายส่วน

“เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องกลับตาลปัตรที่สุดเลยและยอกย้อน ยิ่งโปร่งใส ยิ่งถูกตรวจสอบ ยิ่งโปร่งใส ยิ่งถูกจับผิด ถ้าอย่างนี้ทำพรรคการเมืองไม่ต้องโปร่งใส เราจะเอาแบบนี้หรือประเทศไทย” เลขาธิการ อนค. กล่าว

ขู่คนฉาย “หนังม้วนเก่า” ระวัง “จบไม่เหมือน”

ในระยะแรก แกนนำ อนค. คล้ายไม่ได้กังวลใจต่อกระแสข่าวยุบพรรคมากนัก เพราะเห็นว่าการกู้เงินไม่เข้าข่ายเป็น “เงินบริจาค” และมาตรา 66 และไม่ใช่ “รายได้” ของพรรคตามมาตรา 62 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่งกำหนดที่มารายได้ของพรรคการเมืองไว้ 7 แหล่ง แต่ต่อมาเริ่มปรากฎข่าวลือหนาหูเรื่องการทำให้ อนค. หายไปจากสารบบการเมืองไทย

แม้แต่นายธนาธรเองก็ยอมรับในระหว่างพบปะสื่อมวลชนไทยและต่างประเทศที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ (เอฟซีซีที) เมื่อ 2 ธ.ค. ว่าได้ข้อมูลจาก “แหล่งข่าวบางคน” ว่าในช่วงกลางเดือน ธ.ค. จะมีผลคำตัดสินคดียุบ อนค. ออกมา แต่ก็เป็นแค่ “ข่าวลือที่ไม่มีคำยืนยัน”

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นายปิยบุตรยืนยันกับบีบีซีไทยว่าพลิกกฎหมายดูอย่างดีแล้ว ไม่พบว่าคดีนายธนาธรปล่อยกู้จะเป็นเหตุให้ยุบพรรคได้ แต่ถึงกระนั้นก็พร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะมีกี่คดีและกี่มรสุมก็พร้อมสู้

ปัจจุบันมี กก.บห. ที่เป็น ส.ส. อยู่ 11 จากทั้งหมด 16 คน หาก อนค. ต้องประสบ “อุบัติเหตุทางการเมือง” นั่นหมายถึงจะเหลือ ส.ส.อนค. ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 69 คน แต่ต้องหาพรรคสังกัดใหม่ภายใน 60 วันตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อบีบีซีไทยขอให้ประเมินว่าจะเหลือผู้แทนฯ กี่คนที่ไปไหนไปกันท่ามกลางปรากฏการณ์ “เสียงแตก-เสียงหลง” ที่เกิดขึ้นในการลงมติสำคัญกลางสภาหลายครั้งหลายหน นายปิยบุตรตอบว่า รอให้เกิดขึ้นก่อน แต่มั่นใจว่าไปจะอยู่ด้วยกันทั้งหมด

“หนังม้วนเก่าที่จะฉายซ้ำ รับรองจบไม่เหมือนเดิมหรอก ถ้าคุณจะยุบพรรค ก็ยุบได้แต่ร่างกาย แต่จิตวิญญาณสปิริตยังอยู่ อนค. ยึดมั่นตรงนี้” เลขาธิการ อนค. กล่าวทิ้งท้าย

เปิดเส้นทางคดีธนาธรปล่อยกู้ให้พรรคตัวเอง

  • 21 พ.ค. นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องต่อ กกต. ให้ไต่สวนวินิจฉัยกรณีหัวหน้า อนค. ให้พรรคกู้ยืมเงินในช่วงหาเสียงเลือกตั้งจำนวน 110 ล้านบาท ถือเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 66 หรือไม่
  • 8 ก.ค. กกต. โดยนายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน ประธานกรรมการสืบสวนและไต่สวนของสำนักงาน กกต. มีหนังสือเชิญบุคคลไปชี้แจง ซึ่งนายธนาธร, นายปิยบุตร และนายนิติพัฒน์ ได้เข้าชี้แจงในอีก 4 วันต่อมา (12 ก.ค.)
  • 13 ก.ค. ประธานกรรมการสืบสวนฯ ส่งหนังสือถึง อนค. ขอให้จัดส่งเอกสาร เพิ่มเติม
  • 18 พ.ย. นายธนาธรส่งทีมทนายไปฟ้องดำเนินคดีกับ 7 กกต. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในข้อหาประพฤติมิชอบ เหตุใช้กระบวนการไต่สวนไม่ชอบก่อนส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญกรณีนายธนาธรถือครองหุ้นสื่อ
  • 19 พ.ย. สำนักงาน กกต. เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า กกต. ชุดใหญ่มีมติเป็น “เอกฉันท์” ให้ อนค. ส่งเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยที่ อนค. ก็จัดส่งเอกสารกลับไปให้ในอีก 5 วันต่อมา (25 พ.ย.)
  • 28 พ.ย. กกต. ส่งหนังสือถึง อนค. อีกครั้ง ขอให้จัดส่งเอกสารเพิ่มเติม โดยที่ อนค. ก็ได้จัดส่งเอกสารบางส่วนกลับไปให้ในวันครบกำหนดเส้นตาย 2 ธ.ค.
  • 2 ธ.ค. เหรัญญิก อนค. แถลงว่า พรรคขอขยายเวลาส่งเอกสารออกไปอีก 120 วัน เนื่องจากพรรคอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนบัญชีปลายปี และเห็นว่า กกต. “ขอในสิ่งที่อาจจะพ้นพิสัยของพรรค” เพราะมีเอกสารนับ 100 แฟ้มต้องลงนามเพื่อนำส่ง กกต.
  • 11 ธ.ค. มีรายงานข่าวแจ้งว่าที่ประชุม กกต. เตรียมพิจารณาวินิจฉัยว่า อนค. ทำผิดมาตรา 66 หรือไม่

ที่มา : บีบีซีไทยรวมรวมจากข่าวสารที่ปรากฏในช่วงที่ผ่านมา, คำแถลงข่าวของเลขาธิการ อนค. วันที่ 6 ธ.ค. 2562

บทความก่อนหน้านี้เทสโก้ โลตัส เดินหน้าย้ำ ‘ลดโลกร้อน’ ประกาศงดใช้หลอดพลาสติกทุกสาขาทั่วประเทศ ทดแทนด้วยหลอดกระดาษหากจำเป็น
บทความถัดไปก้อง ห้วยไร่ ทุ่มเงินล้าน! สร้างสเตเดียมกองฟาง เตรียมฟาดแข้งห้วยไร่คัพ 2