รัฐธรรมนูญ 2560 : วิษณุ-มีชัย เล่าที่มามือร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา”

Getty Images พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อ 7 ส.ค.2559

รัฐธรรมนูญ 2560 : วิษณุ-มีชัย เล่าที่มามือร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” – BBCไทย

กลางสัปดาห์นี้ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเตรียมพิจารณา “ญัตติร้อน” เรื่องขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 เพื่อเปิดทางไปสู่การรื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ซึ่งคาดหมายได้ไม่ยากว่าประเด็นนี้จะกลายเป็น “หนังเรื่องยาว”

ญัตตินี้ถูกนำเสนอโดย ส.ส.ฝ่ายค้าน 215 คน มี สุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) และ ปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็น “โต้โผ”

แม้รัฐบาลทำที “ไม่ให้ความสำคัญนัก” สะท้อนผ่านการงดส่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปร่วมวง กมธ. โดยอ้างว่า “ไม่มีเวลา” และยังมีคำพูดของนักการเมืองระดับหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาลที่ว่า “ไม่มีปัญหากับรัฐธรรมนูญ”

แต่ถึงกระนั้นพรรคแกนนำรัฐบาลกลับยืนยันยึดเก้าอี้ประธาน กมธ. ให้จงได้ เพื่อสร้างหลักประกันในการกำกับ-กำราบเกมไล่รื้อรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” ของฝ่ายค้าน

จึงไม่แปลกหาก ไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ผู้ออกมาประกาศ “รับร่างรัฐธรรมนูญ” ในชั้นประชามติเป็นคนแรก ๆ จะกลายเป็น “เต็งหนึ่ง-เต็งเดียว” เข้ายึดเก้าอี้ ประธาน กมธ. เบียดคู่แคนดิเดตจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตกขอบสภาไปตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มต้น

ทุกอย่างมากระจ่างชัดเมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการยุทธศาสตร์ พปชร. ออกมายอมรับว่าเขาเป็นคนส่งชื่อ ไพบูลย์ เข้าประกวดเอง

วิษณุ ยก ประวิตร “ชักแม่น้ำ 5 สายเก่งกว่าผมเสียอีก”

ย้อนกลับไปในช่วงจัดทำรัฐธรรมนูญ 2560 พล.อ.ประวิตร คือผู้ส่งเทียบเชิญให้ มีชัย ฤชุพันธุ์ เข้ามารับหน้าที่ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) หลังร่างรัฐธรรมนูญถาวรฉบับแรกซึ่งจัดทำโดย บวรศักดิ์ อุวรรณโณ กับพวกรวม 36 คน ถูกคว่ำกลางสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อ 6 ก.ย. 2558 จนต้องเริ่มกระบวนการกันใหม่

ในหนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้ครองอำนาจฝ่ายบริหารยาวนานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ทั้งในยุคหลังรัฐประหาร 2557 และหลังเลือกตั้ง 2562 ได้เปรียบเปรย พล.อ. ประวิตร เป็นเหมือน “ผู้จัดการรัฐบาล”

“ท่านเป็นผู้เจรจาขอให้อาจารย์มีชัยช่วยรับ ท่านยกแม่น้ำ 5 สายเก่งกว่าผมเสียอีก จนอาจารย์มีชัยอ่อนลง ยอมพลั้งปากว่าขอคุยกับนายกฯ ก่อน” วิษณุระบุ

ความจริงในเวลานั้น พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เล็งบุคคลเอาไว้ 3-4 คนให้มาเป็น “หัวหอกใหม่” ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทว่าทุกคนขอเป็นเพียงกรรมการธรรมดา เพราะนอกจากจัดทำกติกาสูงสุดแล้ว ยังต้องจัดทำกฎหมายลูกอีก 10 ฉบับ ซึ่งวิษณุชี้ว่า “หากสุขภาพกายสุขภาพจิตไม่ดี บารมีไม่พอ มือไม่ถึง ชั้นเชิงไม่ช่ำชอง แล้วริมาเป็นประธานเห็นจะเอาตัวรอดยาก”

สุดท้ายชื่อในใจหัวหน้า คสช. ก็ค่อย ๆ ถูกตัดทิ้ง คงเหลือเพียง 2 ชื่อกับ 2 ทางเลือก ระหว่าง…

-ให้ วิษณุ ลาออกจากตำแหน่งรองนายกฯ ไปเป็นประธาน กรธ.

-เชิญ มีชัย มาเป็นประธาน กรธ.

ร่างรัฐธรรมนูญ ภารกิจแห่งความ “ทุกข์”

วิษณุบรรยายความรู้สึกของตัวเองว่า “เหมือนหนีเสือปะจระเข้” ความคิดทำนองเดียวกันนี้เคยเกิดขึ้นกับเขาเมื่อช่วงต้นเดือน ส.ค. 2557 หลังมีชื่อติดโผเป็นประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ

สื่อสำนักหนึ่งพาดหัวข่าวว่า “รธน.ใหม่บวมแน่” ย่นมาจากอักษรย่อรายชื่อแคนดิเดต 3 คน ประกอบด้วย บ. = บวรศักดิ์ ว. = วิษณุ และ ม. = มีชัย

“การเป็นแคนดิเดต 1 ใน 3 อย่างนี้ไม่ใช่เรื่องน่าปลาบปลื้มใจ ไม่ใช่ทุกขลาภ แต่เป็นทุกข์โดยไม่มีลาภ… อยู่ ๆ มา ผมก็ตกรอบแรกเพราะหัวหน้า คสช. บอกว่าต้องการให้ไปช่วยงานรัฐบาลมากกว่า” วิษณุกล่าว

ส่วน มีชัย ออกตัวว่า “อายุมากแล้ว และทำมาหลายหนแล้ว” ตำแหน่งประธาน กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญคนแรกภายใต้บรรยากาศหลังรัฐประหารใหม่ ๆ จึงตกเป็นของ บวรศักดิ์หลังจาก มีชัย-วิษณุ ช่วยกันโอ้โลมปฏิโลมอยู่พักใหญ่

แต่สุดท้าย มีชัย ก็หนีภารกิจร่างรัฐธรรมนูญไม่พ้นในอีก 1 ปีต่อมา ต้องเข้ามาจัดทำร่างรัฐธรรมนูญถาวรฉบับที่ 2 ให้ คสช.

มีชัย ฤชุพันธุ์

Getty Images
มีชัย ฤชุพันธุ์ ในวันพระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 6 เม.ย.2560

มีชัย เล่าไว้ในหนังสือ “ความในใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ” ว่า การมีชื่อไปโผล่ตามโผสื่อ “สร้างความทุกข์ตงิด ๆ ให้แก่ผมตั้งแต่นั้นมา ใครมาถามผม ๆ ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องและไม่อยากไปทำ”

ต่อมาเมื่อได้รับโทรศัพท์จาก “ผู้ใหญ่ใน คสช.” ขอให้ไปเป็นประธานร่างรัฐธรรมนูญ “แวบแรกที่เกิดขึ้นในใจคือเคราะห์กรรมมาถึงตัวเราอีกแล้วหรือนี่” เขาออกอาการแบ่งรับแบ่งสู้ จนกระทั่งได้ปิดห้องคุยกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ทำเนียบรัฐบาลนานกว่าชั่วโมง เมื่อ 5 ต.ค. 2558 เขาก็หนีไม่ออก

มีชัย : มีความจำเป็นขนาดไหนที่ผมจะต้องไปทำ

พล.อ.ประยุทธ์ : มีความจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่อาจหลีกเลี่ยง เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

นี่กลายเป็นที่มาที่สื่อมวลชนพากันไปพาดหัวข่าวว่า มีชัย เข้ามาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อ “ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน”

เมื่อได้ประธานเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือกระบวนการเฟ้นหากรรมการ กรธ. อีก 20 ชีวิต โดยมี วิษณุ คอยรับหน้าที่โทรไปทาบทาม-แจกแจงภารกิจ-หยั่งอารมณ์ในเบื้องต้น ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีใครปฏิเสธแม้แต่รายเดียว จากนั้น พล.อ.ประวิตรจึงต่อสายเชิญให้มาเป็น กรธ. อย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์ไม่ตรงใจ คสช.”

มีชัยกับพวกใช้เวลา 174 วันในการจัดทำร่างแรกรัฐธรรมนูญ ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะเมื่อ 29 มีนาคม 2559 เพื่อรับฟังความคิดเห็น แล้วนำไปปรับปรุงเป็นร่างฉบับพร้อมนำไปออกเสียงประชามติ

แม้การเขียนกติกาสูงสุดฉบับนี้อยู่ภายใต้กรอบ 5 ข้อของผู้ก่อรัฐประหาร และกรอบ 10 ข้อตามมาตรา 35 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว แต่เมื่อร่างออกมากลับไม่เป็นที่พึงใจของผู้เกี่ยวข้อง กลายเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ดีไซน์ไม่ตรงใจ คสช.” เป็นผลให้ ครม. และ คสช. ทำหนังสือทักท้วงไปหลายประเด็น บางประเด็น กรธ. ยอมถอยให้ แต่บางประเด็นก็ยืนกรานตามเดิม

“วันที่ ครม. และ คสช. ส่งมาให้ 10 ข้อ (ข้อเสนอแนะในการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ) ก็ทุกข์กันทั้ง กรธ. เราคิดว่ามันไปไม่ได้ ทั้งหมดก็ขึ้นกับผม จะไปพูดกับท่านให้เข้าใจได้อย่างไร” มีชัย เคยเล่าเอาไว้

“ตอนนั้นแหละที่มีเสียงฮึ่ม ๆ จากคนนั้นคนนี้เหมือนกันว่า ‘ไหนว่าลงเรือแป๊ะ’ สื่อบางสำนักเริ่มเสนอข่าวว่า ‘กรธ. งัดข้อ คสช.’ ‘กรธ. โอดขอที่ยืนในสังคมบ้าง’ แต่แป๊ะตัวจริงก็ยังคงใช้ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ออกโทรทัศน์ทุกค่ำวันศุกร์ด้วยอาการปกติ ไม่เคยพูดถึงรัฐธรรมนูญสักแอะ” วิษณุ ระบุ

อย่างไรก็ตาม “คำขอร้องแกมบังคับ” จาก คสช. ที่ กรธ. “ไม่จัดให้” ได้ไปปรากฏเป็น “คำถามพ่วง” ให้วุฒิสมาชิกสรรหาร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในช่วง 5 ปีแรก และทำให้หัวหน้า คสช. หวนกลับมาเป็นนายกฯ อีกหนหลังการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ทั้งนี้คำถามพ่วงดังกล่าวมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เป็น “ตัวชง” และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็น “ตัวหนุน”

ในที่สุดทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับ กรธ. และคำถามพ่วง ก็ถูกนำไปให้ประชาชนตัดสินในสนามประชามติ 7 ส.ค. 2559 ระหว่างนั้นมีฝ่ายรณรงค์ให้ “คว่ำร่าง” ซึ่ง วิษณุ สรุปว่ามีคน 4 กลุ่มคือ ไม่ชอบเนื้อหา, ไม่ชอบ คสช., ไม่ชอบ กรธ. และยังไม่อยากเลือกตั้ง ไม่อยากให้ คสช. พ้นไป

ผลคือประชาชน 16.8 ล้านเสียง ต่อ 10.5 ล้านเสียง ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ และประชาชนอีก 15.1 ล้านเสียง ต่อ 10.9 ล้านเสียง เห็นชอบคำถามพ่วง

“กรธ. ทุกคนดีใจ โล่งใจ เสมือนยกภูเขาออกจากอก” มีชัย เผยความรู้สึกวันทราบผลประชามติ ซึ่งเจ้าตัวเดินทางไปสังเกตการณ์การนับคะแนนถึงหน้าคูหา แล้วไปลุ้นผลกันต่อกับเพื่อนร่วมชะตากรรมอีก 20 คนที่รัฐสภา

ใช้ประชามติเป็นเกราะป้องกัน กรธ.-คสช.-รธน.

การทำประชามติเป็น “เงื่อนไขสำคัญ” ที่ มีชัย ยืนยันกับหัวหน้า คสช. ว่า “ต้องทำ” ก่อนตอบรับเป็นประธาน กรธ. ซึ่งเดิม คสช. ลังเล เพราะมองว่าเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง แต่ กรธ. ได้อธิบายความคุ้มค่า “จะไม่มีใครมากล่าวหาในภายหลังว่า คสช. เป็นผู้ทำเอง การทำประชามติจะได้ไปอธิบายให้ประชาชน หากเข้าใจเขาก็จะเป็นเกราะให้แก่ผู้ร่าง และ คสช. ได้”

อย่างไรก็ตามการให้ประชาชนได้ใช้อำนาจอธิปไตยทางตรงผ่านการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 ของประเทศ ได้ก่อให้เกิดเสียงวิจารณ์อย่างกว้างขวาง

ส.ส.ฝ่ายค้านระบุในญัตติขอให้สภาตั้ง กมธ.ศึกษาหลักเกณฑ์และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญตอนหนึ่งว่า “แม้รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติ แต่ก็ยังมีข้อครหาว่าเป็นประชามติที่ไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรม เพราะปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น จับกุม คุมขัง และดำเนินคดีกับอีกฝ่ายที่แสดงความคิดเห็นไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ”

แต่ถึงกระนั้นบรรดา “องครักษ์พิทักษ์รัฐธรรมนูญ” ก็ใช้เงื่อนไข “รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ” เป็นเหตุผลยืนยันว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ 20 ต้องดำรงคงอยู่ต่อไป อย่าเสียเวลา-เสียงบประมาณมาศึกษาเรื่องนี้เลย

ยังไม่รวมสารพัดเงื่อนไขที่ กรธ. จงใจสอดแทรกเอาไว้ในกติกาสูงสุดเพื่อให้ “แก้(แทบ)ไม่ได้” โดยเฉพาะการต้องได้เสียงสนับสนุนจาก ส.ว. 1 ใน 3 หรือ 84 คนร่วมลงมติให้

เมื่อหันไปดูทัศนคติของว่าที่ประธาน กมธ. ผู้เปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็พบว่ากรณีนี้จะเป็น “หนังเรื่องยาว” จริง ๆ

“ขอให้ท่านทนไป 5 ปี ระหว่างทน แล้วท่านจะรู้สึกชอบ” ไพบูลย์เคยกล่าวไว้ก่อนการเลือกตั้ง

หมายเหตุ : เนื้อหาบางส่วนอ้างอิงข้อมูลจาก 1. หนังสือ “ลงเรือแป๊ะ” ของสำนักพิมพ์มติชน เฉพาะตอน “รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย” มีเนื้อหา 12 หน้า เขียนโดย วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และหนังสือ “ความในใจของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ 2560″ เฉพาะตอน “บันทึกไว้กันลืม” มีเนื้อหา 37 หน้า เขียนโดย มีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธาน กรธ.

บทความก่อนหน้านี้အိုင်စီဂျေမှာ ဒေါ်အောင်ဆန်းစုကြည် ခုခံချေပခြင်းအားဖြင့် တပ်မတော်နဲ့ရင်ကြားစေ့ရေး အထောက်အကူပြုလား
บทความถัดไปฟิลิปปินส์ ถล่มไทย รอบชิงฯ เบสบอล ซีเกมส์ – เจ้น ไร้ทองปลอบใจบ้านไฟไหม้