Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 22 ก.พ. 2563

โรฮิงญา : ทำไมแกมเบียจึงนำเมียนมาขึ้นศาลโลกคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมโรฮิงญา

10 ธ.ค. 2562 - 18:00 น.

โรฮิงญา : ทำไมแกมเบียจึงนำเมียนมาขึ้นศาลโลกคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมโรฮิงญา - BBCไทย

ในวันนี้ (10 ธ.ค.) นางออง ซาน ซู จี มนตรีแห่งรัฐของเมียนมานำคณะผู้แทนเมียนมาเข้าชี้แจงและแก้ต่างในข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ไอซีเจ) ในกรุงเฮก ของเนเธอร์แลนด์ หลังประเทศแกมเบียนำคดีนี้ขึ้นฟ้องต่อศาล

เหตุใดแกมเบียจึงเป็นตัวตั้งตัวตีในคดีนี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา แกมเบีย ประเทศในแอฟริกาตะวันตก ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามได้ยื่นคำฟ้องหนา 46 หน้าต่อไอซีเจ ในนามรัฐสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) ที่มีสมาชิก 57 ประเทศ โดยกล่าวหาว่า เมียนมาละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่สมาชิกสหประชาชาติ (ยูเอ็น) รวมถึงแกมเบียและเมียนมาร่วมลงนามเมื่อปี 1948 จากการที่กองทัพเมียนมาปฏิบัติการ "อย่างโหดร้ายและป่าเถื่อน" ในรัฐยะไข่ โดยเหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือน ส.ค.ปี 2017

แกมเบีย ขอให้ศาลโลก ออกคำสั่งฉุกเฉินที่ระบุว่า ชาวโรฮิงญากำลังเผชิญความเสี่ยงการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จากเมียนมาและให้ยุติการโจมตีชาวโรฮิงญาในทันที พร้อมขอให้มีการเก็บรักษาหลักฐานเพื่อใช้เอาผิดผู้เกี่ยวข้อง และดำเนินการชดเชยต่อเหยื่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น

คดีนี้นับเป็นครั้งแรกของความพยายามดำเนินการทางกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเอาผิดเมียนมาต่อวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่

เหตุรุนแรงดังกล่าวปะทุขึ้น จากเหตุชาวโรฮิงญาโจมตีป้อมตำรวจในรัฐยะไข่ และสังหารเจ้าหน้าที่ไปจำนวนหนึ่ง ทางการเมียนมาจึงตอบโต้ด้วยการบุกโจมตีและเผาหมู่บ้าน สังหารและข่มขืนชาวโรฮิงญา ส่งผลให้ชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนามุสลิมกลุ่มนี้กว่า 700,000 คนต้องลี้ภัยไปยังบังกลาเทศ ซึ่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกกรณีที่เกิดขึ้นว่า "การล้างเผ่าพันธุ์แบบในตำรา"

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลและกองทัพเมียนมายืนกรานมาตลอดว่า ปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นมีเป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮิงญาเท่านั้น

ความทรงจำอันโหดร้ายจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา

คดีนี้มีจุดเริ่มต้นเมื่อเดือน พ.ค.ปี 2018 เมื่อนายอาบูบาคารร์ ตัมบาดู รัฐมนตรียุติธรรมแกมเบียเดินทางไปร่วมการประชุมโอไอซีที่บังกลาเทศ แทนรัฐมนตรีต่างประเทศที่ถอนตัวในนาทีสุดท้าย

The Gambia Justice Minister Abubacarr Tambadou discusses the bill with a member of Parliament at the national assembly in Banjul, Gambia December 2, 2019.
Reuters
นายอาบูบาคารร์ ตัมบาดู (ซ้ายสุด) ผลักดันให้สมาชิก 57 ประเทศของโอไอซีสนับสนุนการดำเนินคดีเอาผิดเมียนมาอย่างเป็นทางการที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

ที่นั่นนายตัมบาดู และคณะผู้แทนของชาติภาคีโอไอซีได้ลงพื้นที่ค่ายผู้ลี้ภัยที่เมืองคอกส์บาซาร์ ซึ่งมีชาวโรฮิงญาผู้หลบหนีการประหัตประหารในรัฐยะไข่อาศัยอยู่

การได้เห็นและได้ฟังเรื่องความความโหดร้ายจากปากคำของชาวโรฮิงญาที่ลี้ภัยไปบังกลาเทศทำให้นายตัมบาดู ซึ่งใช้เวลากว่าหนึ่งทศวรรษในการดำเนินคดีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เมื่อปี 1994 ที่รวันดา ซึ่งกลุ่มหัวรุนแรงเชื้อสายฮูตูได้สังหารผู้คนไปราว 8 แสนคน ได้หวนนึกถึงความทรงจำอันโหดร้ายที่เกิดขึ้นที่นั่น

"ผมเห็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อยู่ในเรื่องราวเหล่านี้" นายตัมบาดูให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ ถึงเหตุผลที่ทำให้เขาเป็นแกนนำในการนำเมียนมาขึ้นศาลโลก

หลังได้เห็นภาพความโหดร้ายที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา นายตัมบาดูได้ผลักดันให้โอไอซีตั้งคณะกรรมตรวจสอบข้อกล่าวหาเรื่องความโหดร้ายต่อชาวโรฮิงญาในรัฐยะไข่ และในปีนี้ได้โน้มน้าวให้สมาชิก 57 ประเทศของโอไอซีสนับสนุนการดำเนินคดีเพื่อเอาผิดเมียนมาอย่างเป็นทางการที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ

จากสัญลักษณ์แห่งสันติภาพสู่คดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์

การนิ่งเงียบต่อเหตุรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ ส่งผลให้นางซู จี เจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากหลายฝ่ายที่เรียกร้องให้ริบรางวัลดังกล่าวคืนจากเธอ

เมื่อเดือน ส.ค. 2018 เจ้าชายเซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน อดีตข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ตำหนิว่า นางซู จี ทำตัวไม่ต่างจากการเป็นโฆษกของกองทัพเมียนมาด้วยการออกมาแก้ต่างให้กองทัพที่กระทำการกดขี่ข่มเหงชาวมุสลิมโรฮิงญา เขาเห็นว่านางซู จี ควรจะลาออกจากตำแหน่งและกลับไปให้ทหารคุมตัวเธอไว้ในบ้านพักเหมือนเดิม

ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแคนาดา ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ให้ถอนสถานะพลเมืองกิตติมศักดิ์ที่มอบให้แก่นางออง ซาน ซู จี ผู้นำของเมียนมา เป็นการตอบโต้ที่นางซู จี ไม่สามารถยุติการประหัตประหารชาวโรฮิงญา

Myanmar"s leader Aung San Suu Kyi attends a hearing in a case filed by Gambia against Myanmar alleging genocide against the minority Muslim Rohingya population, at the International Court of Justice (ICJ) in The Hague, Netherlands December 10, 2019.
Reuters
นางซู จี นำคณะผู้แทนเมียนมาเข้าชี้แจงและแก้ต่างในข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิมโรฮิงญา ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ในกรุงเฮก

พลจัตวา ซอ มิน ตุน โฆษกกองทัพเมียนมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ตัดสินใจส่งคณะผู้แทนเข้าแก้ต่างในข้อกล่าวหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศครั้งนี้มีขึ้นหลังกองทัพได้หารือกับรัฐบาล พร้อมชี้ว่า "ทหารจะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลอย่างเต็มที่ และจะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล"

ด้านโฆษกพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซู จี กล่าวว่า นางซู จี ได้ตัดสินใจที่จะเข้าชี้แจงและแก้ต่างในคดีนี้ด้วยตัวเอง

"พวกเขากล่าวหาว่าอองซานซูจีล้มเหลวที่จะพูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชน เธอจึงตัดสินใจจะเผชิญคดีความครั้งนี้ด้วยตัวเอง" โฆษกพรรคเอ็นแอลดี กล่าว

การไต่สวนสาธารณะระหว่างวันที่ 10-12 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ไอซีเจไม่มีอำนาจบังคับให้ฝ่ายจำเลยปฏิบัติตามคำตัดสินใด ๆ ของศาลได้


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ โรฮิงญา : ทำไมแกมเบียจึงนำเมียนมาขึ้นศาลโลกคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์มุสลิมโรฮิงญา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง