นางงาม : ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวผิวดำ “มงลง” 5 เวทีการประกวดหลักของโลก

Getty Images/ Reuters ผู้ชนะเลิศคนปัจจุบันของ 5 เวทีการประกวดนางงามชั้นนำของโลกประจำปีนี้

นางงาม : ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ สาวผิวดำ “มงลง” 5 เวทีการประกวดหลักของโลก – BBCไทย

การคว้ามงกุฎบนเวทีการประกวดมิสเวิลด์ ประจำปี 2019 ของ น.ส.โทนี-แอนน์ ซิงห์ สาวงามจากจาเมกา ไม่เพียงจะทำให้เธอเป็นผู้ชนะคนที่ 69 ของเวทีนี้ แต่ยังเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่ผู้หญิงผิวดำได้ครองมงกุฎการประกวดนางงามชั้นนำของโลกพร้อมกัน 5 เวทีในปีเดียวกัน

ปี 2019 ยังเป็นปีที่พิเศษสำหรับคณะผู้จัดการประกวดนางงามที่มักเผชิญข้อครหาเรื่องการเหยียดสีผิว และทัศนคติแบบเหมารวมต่อเพศหญิง

น.ส.ซิงห์ นักศึกษาวัย 23 ปี กลายเป็นชาวจาเมกาคนที่ 4 ที่คว้ามงกุฎจากเวทีมิสเวิลด์ไปครอง เอาชนะสาวงามจากอีก 111 ประเทศที่เข้าร่วมการประกวดครั้งนี้

น.ส.ซิงห์ สำเร็จการศึกษาด้านจิตวิทยาและสตรีศึกษา เธอมีแผนจะศึกษาต่อในคณะแพทยศาสตร์ เพื่อทำงานเป็นหมอ โดยหลังจากชนะการประกวด เธอได้ทวีตข้อความว่า “ถึงเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นที่เขตเซนต์โทมัส ในจาเมกา และเด็กหญิงทั่วโลก จงเชื่อมั่นในตัวเอง จงรับรู้เอาไว้ว่าพวกหนูมีคุณค่า และสามารถทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้…พวกหนูมีเป้าหมายในชีวิต”

Toni-Ann Singh with the Miss World crown on

Getty Images
ในรอบตอบคำถามการประกวดมิสเวิลด์ น.ส.ซิงห์ กล่าวว่า เธอคือตัวแทน “สิ่งพิเศษนั่นคือ ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่ความเปลี่ยนแปลง”

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว น.ส.โซซีบินี ทุนซี สาวงามจากแอฟริกาใต้เพิ่งจะคว้ามงกุฎนางงามจักรวาล (มิสยูนิเวิร์ส) ไปครอง โดยอวดทรงผมที่เป็นธรรมชาติของตัวเอง และวิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อมาตรฐานความงามในแวดวงการประกวดนางงามโลก

เธอกล่าวหลังคว้าชัยชนะว่า “ดิฉันเติบโตขึ้นมาในโลกที่ผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์แบบฉัน คือมีสีผิวและทรงผมแบบนี้ ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนสวย…ฉันคิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเลิกมีความคิดเช่นนั้น”

เธอได้รับคำชื่นชมจากพิธีกรชื่อดัง โอปราห์ วินฟรีย์ ซึ่งทวีตข้อความว่า “ขอแสดงความยินดีกับมิสแอฟริกาใต้ นางงามจักรวาลคนใหม่ @zozitunzi! ดิฉันเห็นด้วยกับคุณ… ความเป็นผู้นำคือสิ่งทรงพลังที่สุดที่เราควรสอนเด็กสาวในปัจจุบัน”

 

ก่อนหน้าการคว้ามงกุฎนางงามจักรวาลของเธอครั้งนี้ การประกวดนางงามในสหรัฐฯ อีก 3 เวทีที่เผชิญข้อกล่าวหาเรื่องอคติและความลำเอียงมายาวนาน ต่างได้มอบมงกุฎให้นางงามผิวดำในปีนี้

น.ส.เนีย แฟรงคลิน ได้เป็นมิสอเมริกา เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตามด้วย น.ส.เคลีห์ แกร์รีส วัย 18 ปีที่คว้ามงกุฎมิสทีนยูเอสเอ ขณะที่ น.ส.เชสลี คริสต์ ชนะการประกวดเวทีมิสยูเอสเอ

ช่วงก่อนทศวรรษที่ 1940 เวทีการประกวดมิสอเมริกามีกฎที่ห้ามผู้หญิงที่ไม่ใช่ “คนผิวขาว” เข้าร่วมการประกวด แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงกฎนี้ในเวลาต่อมา แต่ก็ยังไม่มีสตรีผิวดำเข้าร่วมการประกวดจนกระทั่งปี 1970

ชัยชนะของสาวงามจากจาเมกาบนเวทีการประกวดมิสเวิลด์ในปีนี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียลมีเดีย

นางคริสเทน คลาร์ก นักกฎหมายด้านสิทธิพลเมืองชาวอเมริกัน ชี้ว่า ผู้หญิงไม่ได้รับเลือกให้ได้มงกุฎจากความงามเพียงอย่างเดียว แต่จากแผนการที่มีความหมายที่พวกเธอจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมด้วย

เธอโพสต์ทางทวิตเตอร์ว่า “มิสเวิลด์วางแผนจะเป็นหมอ มิสยูเอสเอทำงานเพื่อผู้ต้องขัง มิสยูนิเวิร์สต่อสู้กับปัญหาความรุนแรงทางเพศ มิสอเมริกาทำงานที่สนับสนุนด้านศิลปะ ส่วนมิสทีนยูเอสเอทำองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรเพื่อช่วยผู้พิการ และทุกคนล้วนเป็นผู้หญิงผิวดำ”

https://twitter.com/KristenClarkeJD

หนึ่งในภาพที่เรียกความสนใจของผู้คนในโลกออนไลน์ก็คือปฏิกิริยาของนางงามจากไนจีเรียตอนที่รู้ว่า น.ส.ซิงห์ คือผู้ชนะในการประกวดเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.

น.ส.เนียคาชี ดักลาส ซึ่งได้ตำแหน่งรองอันดับ 4 กระโดดโลดเต้นและกรีดร้องด้วยความดีใจตอนที่พิธีกรประกาศชื่อผู้ชนะ

 

ปัจจุบันกองประกวดนางงามหลายรายการได้เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์การประกวด โดยให้ความสำคัญกับความสามารถของผู้ประกวดมากกว่าแค่รูปโฉมภายนอกเพียงอย่างเดียว

ยกตัวอย่างเช่น เมื่อปีก่อน Miss America Organization องค์กรผู้จัดการประกวดเวทีมิสอเมริกาได้ประกาศยกเลิกการประกวดรอบชุดว่ายน้ำ

ในรอบตอบคำถามการประกวดมิสเวิลด์ที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอนครั้งนี้ น.ส.ซิงห์ ตอบว่า เธอคือตัวแทน “สิ่งพิเศษนั่นคือ ผู้หญิงรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนโลกไปสู่การเปลี่ยนแปลง”

บทความก่อนหน้านี้ความเชื่อเรื่องพระสมเด็จวัดระฆังฯ
บทความถัดไปเหรียญหลวงพ่อยอด วัดใหญ่อ่างทอง ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี