Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 2 ต.ค. 2563

แม่น้ำโขง: การดูดทรายกำลังทำลายแม่น้ำสายหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

21 ธ.ค. 2562 - 16:25 น.

แม่น้ำโขง : การดูดทราย กำลังทำลายแม่น้ำสายหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ - BBCไทย

แม่น้ำโขง กำลังเผชิญวิกฤต ตลิ่งกำลังพังทลายและประชาชนราว 5 แสนคน กำลังเสี่ยงที่จะสูญเสียบ้านเรือน

ระบบนิเวศทั้งระบบของแม่น้ำในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สายนี้กำลังถูกคุกคาม เพราะปริมาณความต้องการทรายมหาศาลของโลก

ทรายถูกดูดขึ้นมาจากท้องแม่น้ำโขงในกัมพูชาและเวียดนาม ทรายเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีความต้องการมากที่สุดในโลกอย่างหนึ่ง แต่ละปีมีทรายถูกดูดขึ้นมาจากทั่วโลกราว 5 หมื่นล้านตัน ถือเป็นอุตสาหกรรมสกัดทรัพยากรธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ศ.สตีเฟน ดาร์บี นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบนิเวศแม่น้ำ มหาวิทยาลัยเซาแทมป์ตัน กล่าวว่า "การดูดทรายเกิดขึ้นในอัตราที่มากอย่างมหาศาล เรากำลังเปลี่ยนแปลงโลกในระดับอุตสาหกรรม"

การศึกษาเกี่ยวกับแม่น้ำโขงตอนล่างของเขาพบว่า ท้องแม่น้ำโขงต่ำลงกว่าเดิมหลายเมตรในช่วงเวลาเพียง 2-3 ปี ตลอดแนวยาวหลายร้อยกิโลเมตร เพราะการดูดทราย

ทรายถูกใช้ตั้งแต่การสร้างถนนไปจนถึงโรงพยาบาล ทรายเป็นองค์ประกอบสำคัญในหลายอุตสาหกรรมเช่น เครื่องสำอางค์ ปุ๋ย และการผลิตเหล็ก โดยเฉพาะในการผลิตซีเมนต์

กราฟิก
BBC

สหประชาชาติระบุว่า ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ปริมาณความต้องการทรายเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งสร้างเมืองใหม่หลายแห่ง

ระหว่างปี 2011-2013 จีนใช้ทรายมากกว่าที่สหรัฐฯ ใช้ตลอดทั้งศตวรรษที่ 20 เพราะจีนมีการสร้างเมืองใหม่ขึ้นหลายแห่งในพื้นที่ชนบท

ทรายยังถูกใช้ในการถมทะเลเพื่อขยายผืนดินด้วย ปัจจุบันสิงคโปร์มีพื้นที่เพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับในช่วงที่เป็นเอกราชในปี 1965

"แต่ละปีเราดูดทรายขึ้นมามากพอที่จะใช้สร้างกำแพงสูง 27 เมตร หนา 27 เมตร ล้อมโลกใบนี้ได้" ปาสคาล เปดุซซี จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (United Nations Environment Programme)

คนงานก่อสร้างในเมืองฉงชิ่งทางใต้ของจีน
Getty Images
การก่อสร้างที่ขยายตัวอย่างมากของจีน ทำให้ปริมาณความต้องการทรายเพิ่มขึ้น

ไม่ใช่ทรายทุกชนิดจะใช้ในการก่อสร้างได้ ทรายในทะเลทรายละเอียดเกินไปในการใช้สร้างคอนกรีต และไม่ใช่ประเภทที่จะนำมาใช้ผลิตแก้วหรือใช้ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าด้วย

ดังนั้น จึงต้องมีการหาทรายจากแหล่งอื่น ๆ ทั้งจากกระบวนการสกัดแบบสถิต (Static extraction) และผ่านกระบวนการที่เรียกว่า การสกัดแบบไดนามิก (dynamic extraction) จากทะเลและแม่น้ำสายต่าง ๆ อย่างแม่น้ำโขง

นายเปดุซซีกล่าว่า การสกัดแบบไดนามิกอาจสร้างผลเสียหายได้อย่างมาก "ทรายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศและมีบทบาทสำคัญ ซึ่งถ้าไม่มีทรายก็จะส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ การกัดเซาะ และความเค็มที่เพิ่มขึ้น"

กราฟิก
BBC

WWF ซึ่งเป็นองค์กรการกุศลด้านการอนุรักษ์ และคณะกรรมการแม่น้ำโขง ระบุว่า บริเวณก้นของช่องแคบหลัก 2 แห่งของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ยุบตัวลง 1.4 เมตร ในช่วงเวลา 10 ปี จนถึงปี 2008 และหากนับตั้งแต่ปี 1990 ได้ทรุดตัวลงไประหว่าง 2-3 เมตร

การวิจัยในวารสารเนเจอร์ (Nature) ซึ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนพ.ย.2562 ระบุว่า การทำเหมืองทรายเป็นแนวยาว 20 กิโลเมตรของแม่น้ำโขง "ไม่มีความยั่งยืน" เพราะตะกอนธรรมชาติที่มาจากตอนบนของแม่น้ำสะสมได้เร็วไม่เพียงพอกับที่ทรายถูกดูดไป

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่การคุกคามต่อมนุษย์เท่านั้น แม่น้ำโขงเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งและ เป็นแหล่งอาหารของประชาชน 60 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่รับน้ำ WWF คาดว่า ปลา 800 สายพันธุ์และโลมาอิรวดีที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ฝูงใหญ่ที่สุดในโลกฝูงหนึ่งอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง

ระดับตลิ่งของแม่น้ำโขงถูกกัดเซาะ
Stephen Darby
การดูดทรายขึ้นจากแม่น้ำโขงทำให้เกิดการกัดเซาะตลิ่ง

แม่น้ำโขงไม่ใช่แม่น้ำสายเดียวที่มีปัญหาเรื่องการถูกดูดทรายขึ้นไปใช้ ในเคนยาและอินเดียก็มีปัญหาเช่นกัน มีการปะทะกันรุนแรงเพื่อแย่งชิงทราย

มีการคำนวณว่าประชากรโลกใช้ทรายคนละ 18 กก. ต่อวัน

แล้วทรายจะหมดไปจากโลกเราไหม

มาร์ก รัสเซลล์ ผู้อำนวยการของสมาคมผลิตภัณฑ์แร่ธาตุสหราชอาณาจักร (UK Mineral Products Association) กล่าวว่า ยังไม่ถึงระดับที่ทรายจะหมดไป แต่จะหายากขึ้นเรื่อย ๆ

"นี่คือปัญหาระดับโลกที่ต้องแก้ปัญหาในระดับท้องถิ่น มันเป็นทรัพยากรที่ไม่มีใครให้ความสนใจอย่างจริงจัง" เขากล่าว

หนทางหนึ่งในการรับมือกับปัญหานี้คือ การหาวิธีการต่าง ๆ ในการนำทรายจากทะเลทรายที่มีอยู่จำนวนมหาศาลในโลกมาใช้งาน นักวิทยาศาสตร์จากอิมพีเรียลคอลเลจลอนดอน ได้ใช้ทรายที่ละเอียดมาพัฒนาเป็นวัสดุในการก่อสร้างซึ่งพวกเขาเรียกว่า "ไฟไนต์" (Finite) มันมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับคอนกรีต แต่มีการปล่อยคาร์บอนจากการผลิตลดลงครึ่งหนึ่ง และสามารถที่จะย่อยสลายได้ด้วย ซึ่งต่างไปจากคอนกรีต

ขณะเดียวกัน ได้มีข้อจำกัดต่าง ๆ ในการเข้าถึงทรายจากแม่น้ำมากขึ้น เวียดนามและกัมพูชาได้ห้ามการส่งออกทรายที่นำมาจากแม่น้ำโขงอย่างเป็นทางการแล้วในปี 2009 และ 2017 ตามลำดับ

แต่กระนั้นในอินเทอร์เน็ต ก็ยังมีการโฆษณาขายทรายจากแม่น้ำโขงตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 ตัน รอล์ฟ ออลโต ศาสตราจารย์ด้านภูมิศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยเอ็กเซเทอร์ (Exeter University) พบว่าแม้กัมพูชาจะอ้างว่าไม่ได้ส่งออกทรายจากแม่น้ำโขง แต่มีหลักฐานว่าสิงคโปร์ยังคงนำเข้าทรายจากกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงต่างประเทศเพื่อการทำเหมืองและพลังงานของกัมพูชา ไม่ได้ตอบกลับการขอให้แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ของทางบีบีซี

แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทำให้เห็นภาพของสิ่งที่นายรัสเซลล์เรียกว่า การขาดความโปร่งใสระดับโลก "ถ้าคุณไม่รู้จริง ๆ ว่า คุณกำลังบริโภคอะไร หรือมันมาจากไหน หรือกำลังจะไปไหน ก็เป็นเรื่องยากที่จะตัดสินใจด้านการบริหารจัดการอย่างมีข้อมูล"

ฝั่งแม่น้ำโขง
Stephen Darby
เวียดนามและกัมพูชา ห้ามการส่งออกทรายจากแม่น้ำโขงอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังพบว่ามีการขายทรายทางอินเทอร์เน็ต

ศ.ดาร์บี เห็นด้วยเรื่องการไม่มีข้อมูล "ความยุ่งยากที่สำคัญในการทำเหมืองทรายคือ การขาดธรรมาภิบาล ทำให้ไม่มีข้อมูลที่เป็นระบบทั้งในแง่ขอบเขตและปริมาณการค้าระดับโลก"

นายเปดุซซีกล่าวว่า นี่คือเหตุผลว่าทำไมจึงจำเป็นต้องมีศูนย์เฝ้าระวังโลก "ข้อมูลที่เรามีอยู่ในตอนนี้เป็นเพียงการประเมินอย่างกว้าง ๆ สิ่งที่เราจำเป็นต้องทำก็คือรวบรวมความพยายามแก้ปัญหาเรื่องนี้มาไว้ด้วยกัน"

นอกเหนือไปจากมติการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ที่ร่างขึ้นโดยสหประชาชาติเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับการลดผลกระทบของการทำเหมืองทรายของประเทศต่าง ๆ ไว้

"เราจำเป็นต้องฉลาดในการใช้ทรายมากขึ้น" นายเปดุซซีกล่าว "ทรายต้องถูกมองว่าเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่สิ่งที่หามาใช้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด"

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ แม่น้ำโขง: การดูดทรายกำลังทำลายแม่น้ำสายหลักในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง