Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 24 ก.พ. 2563

พุทธศาสนา : เด็กหญิงชนกลุ่มน้อย บวชชีหนีการสู้รบในเมียนมา

31 ธ.ค. 2562 - 00:11 น.

พุทธศาสนา : เด็กหญิงชนกลุ่มน้อย บวชชีหนีการสู้รบในเมียนมา - BBCไท

เด็กหญิงวัยรุ่นในเมียนมา สวมอาภรณ์สีชมพูทับเหลือง ศีรษะล้านเลี่ยน เหล่านี้คือแม่ชีน้อยของสำนักแม่ชีแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้ง ที่ต้องเข้าสู่ทางธรรมด้วย "ภาวะจำยอม" เพียงเพราะต้องหนีไฟสงครามระหว่างชนกลุ่มน้อยกับกองทัพ ขณะที่การบวชชีดูเหมือนจะ เป็นใบเบิกทางสู่การศึกษาที่หาได้ยากบนตะเข็บชายแดนประเทศ

ธรรมะ เทียงกี เคยฝันที่จะเป็นวิศวกรหญิงและกลับไปเล่นฟุตบอล แต่กิจวัตรประจำวันของเธอในตอนนี้ ห่างไกลจากความฝันนั้นเหลือเกิน เธอต้องตื่นแต่เช้ามืดเพื่อทำวัตรเช้าในฐานะแม่ชีเด็ก ก่อนออกบิณฑบาตรบนท้องถนนในนครย่างกุ้ง

ไม่ใช่ความเลื่อมใสในพุทธศาสนา ที่นำพาเธอเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่เป็นเพราะความขัดแย้งและการสู้รบในบ้านเกิด ที่ทำให้เธอ และเด็กสาวอีกหลายคน ต้องหันหน้าหนีมาพึ่งความสงบใต้ร่มของพระพุทธศาสนา

ธรรมะ เทียงกี และแม่ชีน้อยอีก 65 คน ซึ่งมีอายุระหว่าง 4 ถึง 18 ปี ที่สำนักแม่ชี "มิงกะลาร์ เต็คกิติ" (Mingalar Thaikti) เป็นชนกลุ่มน้อย "ปะหล่อง" ที่อาศัยอยู่ในรัฐฉาน ทางตะวันออกของเมียนมา พื้นที่สู้รบระหว่างกบฎชนกลุ่มน้อยและกองทัพ

"มันมีแต่การสู้รบ" แม่ชีวัย 18 ปี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอเอฟพีถึงเหตุผลที่พ่อแม่ของเธอ ส่งเธอไกลหลายร้อยกิโลเมตร มาหลบภัยอยู่ที่สำนักแม่ชีแห่งนี้

ธรรมะ เทียงกี แม่ชีอายุ 18 ปี มาจากชนกลุ่มน้อยชาวปะหล่องที่กำลังสู้รบกับกองทัพ
Getty Images
ธรรมะ เทียงกี แม่ชีอายุ 18 ปี มาจากชนกลุ่มน้อยชาวปะหล่องที่กำลังสู้รบกับกองทัพ

"จะไปเรียนก็ยากมาก และโรงเรียนก็อยู่ห่างไกล"

พื้นที่ชายแดนของเมียนมาเผชิญกับความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน นับแต่ได้รับเอกราชจากอังกฤษ กบฎชนกลุ่มน้อยต้องต่อสู้กับรัฐบาล เพื่อเรียกร้องการปกครองตนเองและอำนาจเหนือทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่า

นางออง ซาน ซูจี ผู้นำเมียนมาเคยให้คำมั่นจะสร้างสันติภาพให้แก่ชนกลุ่มน้อย แต่จนวันนี้ การสู้รบยังคงดำเนินต่อไม่หยุด

ผู้อำนวยการประจำนครย่างกุ้งของกระทรวงการศาสนาและวัฒนธรรมของเมียนมา ยอมรับว่า การสู้รบและความยากจนทำให้เด็กหลายคนตัดสินใจบวชมากขึ้น ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัยและโอกาสทางการศึกษา

ปัจจุบัน มีแม่ชีเด็กและสามเณรเกือบ 1 หมื่น 8 พันคน ที่เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนวัดในนครย่างกุ้ง

ความในใจใต้ร่มกาสาวพัสตร์

"ฉันทนกับการออกบิณฑบาตกลางแดดที่ร้อนจัดไม่ได้" ธรรมะ เทียงกี เปิดเผยความในใจ หลังเสร็จกิจบิณฑบาตรในช่วงเช้า พุทธสาวิกาในเมียนมาจะห่มผ้าสีชมพู ซ้อนทับด้วยผ้าเหลืองเวลาปฎิบัติศาสนกิจนอกสถานที่

ชีวิตในพุทธศาสนสถานของแม่ชีเด็ก มักเข้มงวดกว่าสามเณรมาก

สังคมอนุรักษนิยมของเมียนมาจะให้ความสำคัญกับบุรุษเพศ ส่งผลให้ประชาชนเคารพแม่ชีน้อยกว่าพระสงฆ์ แปลว่า เงินบริจาคที่ได้รับเพื่อดำรงชีพก็มีจำนวนลดหลั่นตามไปด้วย

ในแต่ละสัปดาห์ เหล่าแม่ชีน้อยต้องออกบิณฑบาตร 2 วัน
Getty Images
ในแต่ละสัปดาห์ เหล่าแม่ชีน้อยต้องออกบิณฑบาตร 2 วัน

ชาวเมียนมาบางส่วนยังติดค่านิยมที่ดูถูกดูแคลนแม่ชี เพราะมองว่าเป็นตัวเลือกสุดท้ายของผู้หญิงที่หาคู่ครองไม่ได้

เช่นเดียวกับแม่ชี และแม่ชีเด็กคนอื่น ๆ ธรรมะ เทียงกี ตื่นนอนเวลาราวตี 4 เพื่อทำวัตรเช้าเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ก่อนรับประทานอาหารเช้า

เหล่าแม่ชีวัยเยาว์จะออกบิณฑบาตรและเรี่ยไรเงินบริจาคในชุมชนสัปดาห์ละ 2 วัน โดยมักได้รับเป็นข้าวสาร ขณะที่เงินบริจาคส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้จ่ายค่าอาหารกลางวัน และตามหลักพุทธศาสนา พวกเธอจะงดเว้นการรับประทานอาหารเย็น และรอไปจนถึงเช้าวันถัดไป

กิจวัตรของเหล่าแม่ชีที่เคร่งครัดเหล่านี้ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบาก เพราะการออกบวชของพวกเธอไม่ได้มาด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นที่ตั้ง แต่เพราะพวกเธอตกอยู่ในภาวะจำยอมต่างหาก

ชีวิตในพุทธศาสนสถานของแม่ชีเด็ก มักเข้มงวดกว่าสามเณร
Getty Images
ชีวิตในพุทธศาสนสถานของแม่ชีเด็ก มักเข้มงวดกว่าสามเณร

"เป็นแม่ชีแล้ว จะทำอะไรก็มีแต่ข้อห้าม ฉันรำคาญใจมาก มีหลายครั้งก็อยากหนีออกจากไปจากที่นี่"

เพื่อเป้าหมายทางการศึกษา

แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่มีเหตุผลสำคัญ ที่ธรรมะ เทียงกี ไม่ได้หนีออกจากสำนักแม่ชี เพราะการรักษาสถานะแม่ชี คือการเปิดทางสู่การศึกษาที่เธอหาไม่ได้ในบ้านเกิดที่คุกรุ่นด้วยไฟสงคราม

ขิ่น มา ธี แม่ชีเด็กวัย 17 ปี เป็นอีกคนหนึ่งที่หนีไฟร้อนของความขัดแย้ง มาพึ่งเย็นใต้ร่มเงาที่ปลอดภัยของสำนักแม่ชีแห่งนี้

"พวกครูไม่กล้ามาสอนที่หมู่บ้านเพราะกลัวการต่อสู้ในพื้นที่"

"ฉันไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้าน เพราะฉันกลัวการต่อสู้ แต่ฉันก็คิดถึงพ่อแม่ด้วย"

ว่างเว้นจากกิจวัตรของแม่ชี พวกเธอจะเข้าเรียนหนังสือที่โรงเรียนวัด ซึ่งจะมีอาสาสมัครหมุนเวียนมาสอน ตามหลักสูตรการศึกษาพื้นฐานในภาษาเมียนมา

หัวหน้าชี วารา เนียร์ นี (Wara Nyar Ni) ยอมรับว่า แม่ชีเด็กหลายคนพูดภาษาเมียนมาไม่ได้เลย ในช่วงแรก นั่นรวมถึงตัวเธอเองที่เริ่มต้นจากการเป็นแม่ชีเด็ก

"ฉันคิดถึงพ่อแม่"
Getty Images
"ฉันคิดถึงพ่อแม่"

แต่ "ไม่มีใครบังคับให้พวกเธออยู่" เธอกล่าว พร้อมเสริมว่า มีเด็กหญิงอีกจำนวนมากที่ต้องการเข้ามาบวชเรียนที่นี่

นับถอยหลังสู่วันลาสิกขา

การบวชชีด้วยความจำเป็น เพื่อใช้เป็นใบเบิกทางสู่การศึกษา แม่ชีเด็กหลายคนของสำนักแม่ชีแห่งนี้ ต่างพากัน "นับถอยหลัง" สู่วันสุดท้ายใต้ผ้าเหลือง โดยเฉพาะ ธรรมะ เทียงกี ที่ใกล้จะสอบวัดผลมัธยมปลายในอีกไม่นานนี้

"ฉันจะพยายามสอบมัธยมปลายให้ผ่าน เพื่อที่จะได้เป็นวิศวกร"

หากความฝันที่จะศึกษาจบมัธยมปลายกลายเป็นจริง ธรรมะ เทียงกี ก็มีอีกความหวังที่ตั้งใจจะทำ แต่เป็นสิ่งที่เธอทำไม่ได้ หากว่ายังคงอยู่ในฐานะแม่ชี

"ไม่มีใครบังคับให้พวกเธออยู่"
Getty Images
"ไม่มีใครบังคับให้พวกเธออยู่"

"ฉันอยากเล่นฟุตบอล ฉันเคยลงแข่งครั้งหนึ่งและชนะด้วย" เธอยิ้ม พร้อมเล่าอย่างกระตือรือร้นถึงความรู้สึกที่ได้ยิงประตู รวมถึงบอกด้วยว่าเธอเป็นแฟนตัวยงของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ของอังกฤษ

สำหรับ ขิ่น มา ธี ที่ถูกส่งมาสำนักแม่ชีแห่งนี้พร้อมพี่สาวน้องสาวอีก 4 คน เธอตั้งใจจะบวชเป็นชีตลอดชีวิต

แต่เธอยอมรับว่า เวลานี้ หากได้เห็นเด็กสาวแต่งตัวสวย ๆ จิตใจของเธอกลับเกิดความคิดที่แย้งกับหลักพุทธศาสนา นั่นคือ "ความอิจฉา"

"ฉันเองก็อยากดูสวยบ้าง"
Getty Images
"ฉันเองก็อยากดูสวยบ้าง"

"ฉันเองก็อยากดูสวยบ้าง แต่ฉันคงต้องเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต"


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ พุทธศาสนา : เด็กหญิงชนกลุ่มน้อย บวชชีหนีการสู้รบในเมียนมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง