ประมวลภาพสุดยอดแห่งวงการดาราศาสตร์ ปี 2019

ประมวลภาพสุดยอดแห่งวงการดาราศาสตร์ ปี 2019 – BBCไทย

ตลอดปีที่ผ่านมา ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอวกาศ ทำให้กล้องโทรทรรศน์ต่าง ๆ สามารถจับภาพเหตุการณ์และวัตถุอวกาศแปลกใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งกองบรรณาธิการข่าววิทยาศาสตร์ของบีบีซีนิวส์ได้รวบรวมและคัดสรรมาให้ชมกันดังต่อไปนี้

มุมมองเหนือเมฆจากดาวพฤหัสบดี

ยานสำรวจจูโน (Juno) ขององค์การนาซาได้ส่งภาพที่น่าทึ่งของดาวพฤหัสบดีกลับมายังโลกเป็นจำนวนมาก นับแต่เดินทางไปถึงดาวก๊าซยักษ์ดวงนี้ในปี 2016 และเมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ยานจูโนได้บันทึกภาพกลุ่มเมฆที่ไหลวนเหมือนลายหินอ่อนจากบรรยากาศชั้นบนสุดของดาวพฤหัสบดีไว้ได้ ขณะที่ยานโคจรเฉียดเข้าใกล้ส่วนยอดของกลุ่มเมฆนี้ในระยะห่าง 18,600 – 8,600 กิโลเมตร

NASA/JPL-CALTECH/SWRI/MSSS/KEVIN M. GILL

กลุ่มเมฆที่ก่อตัวเป็นลวดลายประหลาดไหลวนอยู่โดยรอบบริเวณที่คาดว่าเป็นไอพ่นขนาดยักษ์ โดยภาพที่เห็นเกิดจากการประมวลข้อมูลจากภาพถ่าย 4 ภาพเข้าด้วยกัน และเพิ่มระดับความเข้มของสีให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น

KEVIN MCGILL/NASA/JPL-CALTECH/SWRI/MSSS

มนุษย์หิมะอวกาศ

หลังยานนิวฮอไรซันส์ (New Horizons) เหวี่ยงตัวผ่านดาวเคราะห์แคระพลูโตในปี 2015 องค์การนาซาได้เปลี่ยนเป้าหมายการสำรวจใหม่ โดยให้ยานลำนี้ติดตามศึกษาวัตถุอวกาศชิ้นหนึ่งในแถบไคเปอร์อันห่างไกล ซึ่งบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยก้อนวัตถุแข็งและก้อนน้ำแข็งขนาดเล็กที่มีอายุเก่าแก่ สามารถจะบอกถึงเรื่องราวในยุคที่ระบบสุริยะเพิ่งถือกำเนิดขึ้นได้

NASA/JHUAPL/SWRI/T. APPERE

วัตถุอวกาศรูปร่างคล้ายมนุษย์หิมะที่ยานนิวฮอไรซันส์บันทึกภาพไว้ล่าสุดนี้ ถูกค้นพบตั้งแต่ปี 2014 โดยในตอนแรกนักดาราศาสตร์เรียกมันว่า MU69 ก่อนจะตั้งชื่อให้ว่า “อัลติมา ทูลี” (Altima Thule) ซึ่งแสดงความเป็นวัตถุที่ถูกสำรวจโดยอยู่ห่างไกลจากโลกมากที่สุดชิ้นหนึ่ง แต่ล่าสุดในปีนี้มีการเปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น “อาร์โรคอต” (Arrokoth) เพื่อหลีกเลี่ยงนัยแฝงในชื่อเดิมที่มีความเกี่ยวข้องกับนาซี

“อาร์โรคอต” หมายถึงท้องฟ้าในภาษาของชนพื้นเมืองอเมริกัน มีความยาว 39 กิโลเมตร เกิดจากหินอวกาศสองก้อนชนกันด้วยความเร็วต่ำ ส่วนสีน้ำตาลแดงที่พื้นผิวภายนอกเกิดจากสารอินทรีย์ “ทอลินส์” (Tholins)

ดอกไม้ไฟแห่งห้วงจักรวาล

เอตา คาไรนี (Eta Carinae ) เป็นระบบดาวฤกษ์ที่อยู่ห่างจากโลก 7,500 ปีแสง มีดาวฤกษ์อย่างน้อย 2 ดวงที่ปลดปล่อยพลังงานรวมกันได้มากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 5 ล้านเท่า โดยดวงหนึ่งปล่อยกลุ่มก๊าซร้อนที่ขยายตัวจนมองเห็นเป็นรูปร่างคล้ายลูกโป่งสองใบผูกติดกัน

NASA/ESA/N. SMITH/J. MORSE

นักดาราศาสตร์ต่างสงสัยกันมาเป็นเวลานานหลายสิบปีว่า เอตา คาไรนี กำลังจะสิ้นอายุขัยและใกล้เกิดการระเบิดซูเปอร์โนวาแล้วใช่หรือไม่ ส่วนภาพล่าสุดที่องค์การนาซานำออกเผยแพร่ในปีนี้ ถ่ายโดยกล้อง Wide Field Camera 3 ซึ่งติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล

ภาพเซลฟี่บนดาวอังคาร

หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจ คิวริออซิตี โรเวอร์ ประจำการอยู่บริเวณแอ่งหลุมเกล (Gale Crater) บนดาวอังคารมาตั้งแต่ปี 2012 และในปีนี้ได้ส่งภาพถ่ายเซลฟี่ของตัวเองกลับมายังโลก ขณะสำรวจพื้นที่ลาดชันของเขาชาร์ป (Mount Sharp) ซึ่งเป็นส่วนยอดสูงสุดของขอบแอ่งหลุมที่เกิดจากการชนของอุกกาบาต

NASA/JPL-CALTECH/MSSS

ตัวอย่างหินที่ขุดพบในบริเวณนี้ มีแร่ธาตุจำพวกที่พบเฉพาะในดินโคลนอยู่สูง แสดงว่าบริเวณแอ่งหลุมเกลอาจเคยมีน้ำขังอยู่มาก่อนในอดีต

ด้านไกลของดวงจันทร์

CLEP

เมื่อวันที่ 3 มกราคมของปีนี้ ยานฉางเอ๋อ-4 ของจีนได้ลงจอดบนพื้นผิวด้านไกลของดวงจันทร์ และไม่กี่วันต่อมา หุ่นยนต์ตระเวนสำรวจและยานลงจอดก็ได้รับคำสั่งให้บันทึกภาพของกันและกันเอาไว้

CLEP

ยานฉางเอ๋อบรรทุกกล้องและอุปกรณ์เรดาร์เพื่อสำรวจใต้พื้นผิวของดวงจันทร์ รวมทั้งมีเครื่องวิเคราะห์สสารเพื่อมองหาแหล่งแร่ธาตุต่าง ๆ ทั้งทำการทดลองเพาะปลูกพืชใน “ชีวมณฑล” (Biosphere) ระบบปิดขนาดเล็กที่จัดเตรียมไปด้วย แต่การทดลองนี้ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ดาราจักรคู่แข่งของทางช้างเผือก

ภาพของ NGC 772 ดาราจักรรูปเกลียวที่อยู่ห่างจากโลก 130 ล้านปีแสง ถูกบันทึกไว้โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลและนำออกเผยแพร่ในปีนี้ โดย NGC 772 มีความคล้ายคลึงกับกาแล็กซีทางช้างเผือกที่เราอาศัยอยู่หลายประการ เช่นมีดาราจักรบริวารขนาดเล็กที่โคจรวนรอบอยู่ใกล้ ๆ เหมือนกัน

ประมวลภาพสุดยอดแห่งวงการดาราศาสตร์
ESA/HUBBLE & NASA, A. SETH ET AL.

สำหรับข้อแตกต่างระหว่างสองดาราจักรที่เหมือนจะเป็นคู่แข่งกันนั้น ได้แก่การที่ NGC 772 ไม่มีโครงสร้างรูปแท่งยาว (bar) พาดผ่านตรงศูนย์กลางเหมือนกับกาแล็กซีทางช้างเผือก โดยนักดาราศาสตร์คาดว่าโครงสร้างนี้เป็นกลุ่มก๊าซและดาวฤกษ์ที่ช่วยผลิตมวลสารของดาราจักร และช่วยสร้างดาวฤกษ์เกิดใหม่จำนวนมาก

ล่องเรือใบสุริยะ

ยานไลต์เซล (Lightsail) หรือ “เรือใบสุริยะ” ที่ท่องอวกาศไปตามลำแสงของดวงอาทิตย์ได้พัฒนาไปอีกขั้น โดยเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ยานไลต์เซลทู (Lightsail 2) สามารถเปลี่ยนระดับการโคจร ขณะอยู่ในวงโคจรรอบโลกได้สำเร็จ โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

PLANETARY SOCIETY

หลักการของเรือใบสุริยะ ใช้แผ่นวัสดุสะท้อนแสงเป็นใบเรือ ทำหน้าที่สะท้อนอนุภาคของแสงหรือโฟตอนจากดวงอาทิตย์ และใช้แรงจากโมเมนตัมที่เกิดขึ้นช่วยขับเคลื่อนยานไปข้างหน้า เสมือนหนึ่งล่องไปตามลำแสงของดวงอาทิตย์นั่นเอง

การพัฒนาเรือใบสุริยะนี้ เป็นความหวังว่าสักวันหนึ่งมนุษย์จะสามารถท่องอวกาศออกไปได้ไกลมากขึ้น โดยอาศัยแหล่งพลังงานขับเคลื่อนจากดาวฤกษ์ต่าง ๆ สำหรับการเดินทางที่ยาวนาน

บทความก่อนหน้านี้เมียไม่ให้ไปกินเหล้าฉลองปีใหม่กับเพื่อน หนุ่มน้อยใจคว้าผ้าผูกคอเป็นศพขึ้นอืด
บทความถัดไปเปิดคดีสะเทือนขวัญปี62 อุ้ม‘ลันลาเบล’ดับคาโซฟา ฟัน‘น้ำอุ่น-แก๊งบ้านปาร์ตี้’