Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 28 ก.พ. 2563

เงินบาท : นักเศรษฐศาสตร์คาดยังมีปัจจัยดันเงินบาทแข็งค่าต่อในปี 63 ด้าน ธปท.เตรียมจับตาสถานการณ์

31 ธ.ค. 2562 - 20:01 น.

เงินบาท : นักเศรษฐศาสตร์คาดยังมีปัจจัยดันเงินบาทแข็งค่าต่อในปี 63 ด้าน ธปท.เตรียมจับตาสถานการณ์ - BBCไทย

เศรษฐกิจไทยปิดฉากปีนี้ด้วยข่าวค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปีกว่า โดยแตะที่ระดับต่ำกว่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. ที่ผ่านมา นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าสกุลเงินบาทยังจะแข็งค่าเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2563 และยังมีแนวโน้มกดดันต่อภาคการส่งออกและท่องเที่ยวต่อไปอีก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ถือเป็นแรงกดดันรอบใหม่ทิ้งท้ายปี 2562 แก่เศรษฐกิจไทยที่อยู่ในภาวะชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่อง ตลอดปีนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับประมาณการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจหรือ จีดีพี มาแล้วหลายครั้ง เนื่องจากการส่งออก การลงทุนภาครัฐและเอกชนยังคงหดตัว

รศ.ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า "ปีหน้าค่าเงินบาทจะแข็งขึ้นอีก" โดยเขาให้เหตุผลประการแรกคือ ภาคการส่งออกไม่ดี แต่การนำเข้ากลับยิ่งแย่กว่า ส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล

ประการที่สองคือ ปีหน้าเป็นปีแห่งการลงทุนโดยเฉพาะในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี บริษัทที่มีการจดทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) บางส่วนก็จะมีการทะยอยลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาเพิ่มอีกทำให้มีความต้องการเงินบาทเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินบาทยิ่งเพิ่มค่าสูงขึ้น

นักวิชาการรายนี้ อธิบายเพิ่มเติมอีกว่า นอกจากปัจจัยสองประการข้างต้นนี้แล้ว ในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติยังคงเชื่อว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความปลอดภัยในฐานะ "หลุมหลบภัยทางการเงิน "หรือที่รู้จักกันว่า "เซฟ เฮเวน (save haven)" ในภาวะเศรษฐกิจโลกยังมีความไม่แน่นอนสูง

ท่าเรือส่งออก
Reuters

ถึงแม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นไม่ถึง 3% แต่จากเสถียรภาพต่าง ๆ เช่น การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดอย่างต่อเนื่อง หนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ประมาณ 40% ขณะที่ที่เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ในระดับ 0.8% ด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ ดังกล่าว น่าจะยังสร้างแรงจูงใจให้คนเข้ามาลงทุนในไทย

"ผมคาดว่าจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจนถึง 29 บาทกว่าต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในปีหน้า"เขากล่าว

วอนประชาชนอย่าตื่นตระหนก

ประเด็นเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปีกว่ากลายเป็นกระแสที่พูดถึงอย่างแพร่หลายผ่านสื่อมวลชนทั้งของไทยและต่างประเทศ รวมทั้งสื่อสังคมออนไลน์ จนทำให้ในวันนี้ (31 ก.ค.) นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. ออกหนังสือชี้แจงผ่านสื่อถึงเรื่องดังกล่าวถึงสาเหตุที่ในช่วงบ่ายของเมื่อวานนี้ (30 ธ.ค.) ค่าเงินบาทผันผวนกว่าปกติโดยแข็งค่าต่ำกว่าระดับ 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก่อนปิดตลาด

เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน เพราะเป็นผลจากการเร่งทำธุรกรรมก่อนสิ้นปีของผู้ประกอบการบางรายในสภาวะที่ตลาดมีสภาพคล่องต่ำ ความต้องการซื้อและขายเงินตราต่างประเทศไม่สมดุลในช่วงก่อนวันหยุดสิ้นปี นอกจากนี้ ยังเป็นผลจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ เทียบกับสกุลเงินภูมิภาคในช่วงปลายปีด้วย

ผู้บริหารของ ธปท. รายนี้ คาดว่า หลังจากผ่านช่วงวันหยุดยาวไปแล้ว สภาพคล่องของตลาดจะกลับสูงขึ้นเป็นปกติ ธุรกรรมจะสมดุลมากขึ้นระหว่างฝั่งซื้อและขายเงินตราต่างประเทศ และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจะลดลง โดย ธปท. จะดูแลการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิดให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน

"ขออย่าได้ตกใจกับความผันผวนระยะสั้นของอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเวลาก่อนสิ้นปีที่ปริมาณธุรกรรมเบาบาง" เขากล่าวในเอกสารดังกล่าว

เพิ่มแรงกดดันภาคการส่งออก-ท่องเที่ยว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยอ้างคำสัมภาษณ์นักวิเคราะห์หลายคนระบุว่า ค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าเพิ่มขึ้น 8.3% ในปี 2562 และถือว่าเป็นสกุลเงินแข็งค่ามากที่สุดของเอเชีย ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการส่องออก และนักวิเคราะห์หลายคนระบุว่าอาจจะมีผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวด้วย

ที่ผ่านมา ธปท. ใช้มาตรการต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาทิ การปรับลดดอกเบี้ยนโบบายลงถึงสองครั้งในปีนี้ โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% หลังจากที่ปรับลดลงมาแล้วก่อนหน้านี้เมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนว่าค่าเงินบาทจะยังแข็งค่าต่อไป

รศ.ดร. สมชาย บอกกับบีบีซีไทยว่า ในปีหน้า ธปท. คงต้องดำเนินมาตรการอื่น ๆ มาช่วยลดความร้อนแรงของค่าเงินบาท แต่ต้องจะถึงขั้นเข้าแทรกแซงค่าเงินหรือไม่นั้น อาจจะเป็นเรื่องลำบากเพราะถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงเกินไปสำหรับไทย เพราะอาจจะถูกจับตาโดยสหรัฐฯ ในฐานะผู้บิดเบือนค่าเงินระหว่างประเทศได้

เกร็ดความรู้

ใครได้-ใครเสียประโยชน์ เมื่อเงินบาทแข็ง

ผู้ได้ประโยชน์

  • ผู้นำเข้า : สามารถลดต้นทุนการนำเข้าสินค้าเพราะราคาสินค้าจากต่างประเทศจะถูกลง
  • ประชาชน : ซื้อสินค้าและบริการจากต่างประเทศได้ในถูกลง
  • ผู้ลงทุน : นำเข้าสินค้าทุนได้ถูกลง เช่น เครื่องจักร อุปกรณ์ต่าง ๆ
  • ผู้เป็นหนี้กับต่างประเทศ : มีภาระหนี้ลดลง เพราะใช้เงินบาทน้อยลงในการชำระหนี้สกุลเงินต่างประเทศ

ผู้เสียประโยชน์

  • ผู้ส่งออก : นำรายได้ที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศมาแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง
  • คนทำงานต่างประเทศ : นำรายได้ที่เป็นเงินสกุลต่างประเทศมาแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง
  • ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวที่รับเงินสกุลต่างประเทศ : นำรายได้มาแลกเป็นเงินบาทได้น้อยลง

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เงินบาท : นักเศรษฐศาสตร์คาดยังมีปัจจัยดันเงินบาทแข็งค่าต่อในปี 63 ด้าน ธปท.เตรียมจับตาสถานการณ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง