Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 20 ก.พ. 2563

ช้าง : เมื่อช้างป่าต้องยอมสูญสิ้นความเป็นช้าง เพื่อแลกกับการเป็นเครื่องมือสร้างรายได้จุนเจือการท่องเที่ยว

3 ม.ค. 2563 - 03:03 น.

ช้าง : เมื่อช้างป่าต้องยอมสูญสิ้นความเป็นช้าง เพื่อแลกกับการเป็นเครื่องมือสร้างรายได้จุนเจือการท่องเที่ยว BBCไทย

พลัดพรากจากแม่ผู้ให้กำเนิด ถูกทิ่มแทงด้วยตะขอเหล็ก และบางครั้งต้องมีชีวิตก็ต้องอด ๆ อยาก ๆ ช้างไทยจำนวนไม่น้อยถูกทำให้เชื่องด้วย "ความรุนแรง" ก่อนขายให้สถานแสดงช้าง เพื่อสร้างเม็ดเงินด้านการท่องเที่ยว ที่โฆษณาว่าเป็น "ศูนย์อนุรักษ์สัตว์"

"พลอย" ช้างอายุ 2 ปี ยืนบนสองขาหลังอย่างหมิ่นเหม่ ขณะที่ใช้งวงคีบลูกบอล แล้วโยนลงไปในห่วง นี่เป็นหนึ่งในลูกเล่นที่มันได้เรียนรู้ที่หมู่บ้านช้าง หรือศูนย์คชศึกษา ตำบลบ้านตากลาง จังหวัดสุรินทร์

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ช้างวัยรุ่นหลายเชือกถูกทำให้ "สิ้นความเป็นช้างป่า" เพื่อให้เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว ซึ่งหลายคนหวังจะถ่ายรูปถ่ายวิดีโอ สัตว์ประจำชาติไทยที่กำลังเล่นกีฬา เต้นรำ หรือวาดภาพ เก็บไว้ลงในสื่อสังคมออนไลน์

ชาวบ้านที่นี่ มีวิถีชีวิตอยู่ร่วมกับสัตว์ป่ายักษ์ใหญ่ใจดีมาหลายชั่วอายุคน ต่างยอมรับว่า การทำให้ช้างเชื่องเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัย และบางครั้งการใช้ "ความรุนแรง" ไม่ถือเป็นเรื่องเกินเลย

"เลี้ยงง่าย ๆ สบาย ๆ ถ้าเขาไม่ดื้อไม่ซน เราก็ไม่ต้องทำอะไร" จรินทร์ ดิษฐ์สำราญ หนึ่งในควาญช้างกล่าวพร้อมเสริมว่า มนุษย์สู้แรงช้างไม่ได้ ตะขอเหล็กจึงเป็นสิ่งจำเป็น

จรินทร์ ดิษฐ์สำราญ และ พลอย ช้างที่เขามองเป็นสมาชิกในครอบครัว
Getty Images
จรินทร์ ดิษฐ์สำราญ และ พลอย ช้างที่เขามองเป็นสมาชิกในครอบครัว

"เรามีตะขอ มีมีดไว้ป้องกันเฉย ๆ เวลาจำเป็น เวลาอันตราย เวลาคับขัน เราสามารถใช้ได้ ถ้าเราใช้แต่มืออย่างนี้ ถ้ามันดื้อ มันวิ่งไล่ชนคน เราไม่รู้จะเอาอะไรไปบังคับ ไปห้ามมัน" เขาพูดพลางใช้มือลูกหัวพังพลอยอย่างเอ็นดู พูดกับมันเหมือนสมาชิกในครอบครัว

จรินทร์มีรายได้จากการเป็นควาญช้างกว่า 1 หมื่นบาทต่อเดือน เป็นอาชีพที่ตกทอดมาจากรุ่นพ่อและปู่

"ผมอยู่กับช้างมาตลอด"

แต่นักเคลื่อนไหวด้านสวัสดิภาพสัตว์ต่อต้าน กรรมวิธีฝึกช้าง ที่พรากลูกช้างมาจากแม่ช้างตั้งแต่อายุได้เพียง 2 ปี ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ป่าเถื่อนและล้าสมัย

แม้การเลี้ยงช้างเพื่อการท่องเที่ยวจะเติบโตขึ้น แต่นักท่องเที่ยวกลับไม่รับรู้ถึงความจริงเบื้องหลังการแสดงช้างที่พวกเขายอมจ่ายเงินมารับชม

คชสารเพื่อการพาณิชย์

เมื่อการใช้ช้างลากซุงเริ่มหมดลงเมื่อ 30 ปีก่อน ส่งผลให้ควาญช้างไม่มีงานทำ

เอเอฟพีรายงานว่า ควาญช้างตกงานจึงหันเข้าสู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ให้บริการนักท่องเที่ยวขี่ช้าง หรือการแสดงช้าง

นักท่องเที่ยวหลายพันคนเดินทางไปชมช้างที่ปางช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ทุกวัน
Getty Images
นักท่องเที่ยวหลายพันคนเดินทางไปชมช้างที่ปางช้างแม่แตง จ.เชียงใหม่ ทุกวัน

ปัจจุบัน ช้างที่ถูกฝึกให้เชื่อง มีราคาในตลาดมากถึง 2 ล้าน 4 แสนบาท และกับช้างที่สามารถทำการแสดง "น่าทึ่ง" และมันก็ถูกใช้งานหนัก ให้คุ้มกับค่าตัว

ที่ปางช้างแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ แต่ละวันมีผู้มาเยือนกว่า 5 พันคน มีราคาค่าเข้า 1,200 บาท

นักท่องเที่ยวหลายคนตั้งใจมาชม "พังสุดา" ที่มีทักษะพิเศษ ใช้งวงวาดภาพได้ ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถซื้อภาพวาด "งวงช้าง" ได้ในราคาประมาณ 3-4 พันบาท ขณะที่ อีกกิจกรรมที่ได้รับความนิยม คือ ขี่ช้างเที่ยวชมเนินเขาและข้ามแม่น้ำ

พังสุดา ช้างศิลปิน
Getty Images
พังสุดา ช้างศิลปิน

แต่เมื่อนักท่องเที่ยวมีความตระหนักรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงในการฝึกช้างมากขึ้น ปางช้าง หรือสถานที่หลายแห่ง เปลี่ยนมาใช้คำเรียกว่า "ศูนย์อนุรักษ์" (sanctuary) หรือ "สถานพิทักษ์" (refuge) กันมากขึ้น

บางแห่งเริ่มห้ามการขี่และการแสดงช้าง โดยจะแนะนำนักท่องเที่ยวเปลี่ยนมาให้อาหาร อาบน้ำ และดูแลช้างแทน แทนที่ความบันเทิงจากช้าง ด้วยประสบการณ์และความทรงจำดี ๆ กับสัตว์ประจำชาติของไทย

แต่มูลนิธิหลายแห่ง รวมถึง แจน ชมิดต์-เบอร์บัช (Jan Schmidt-Burbach) หัวหน้าทีมวิจัยสัตว์ป่าและสวัสดิภาพสัตว์ องค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าโลก เตือนว่า แม้แต่การอาบน้ำให้ช้าง ที่ดูแล้วไม่มีพิษมีภัย ก็เป็นการทำร้ายช้างได้

"การอาบน้ำให้ช้าง เป็นกิจกรรมที่มักสร้างความเครียดให้ช้าง แม้แต่ควาญช้างเองก็ทำตัวลำบาก โดยเฉพาะหากต้องรับมือกับคนรุ่นใหม่ที่ตื่นเต้นกับการอยู่ใกล้ช้าง"

"ปล่อยให้ช้างตัดสินใจเองว่ามันจะอาบน้ำยังไง" แจน ชมิดต์-เบอร์บัช องค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าโลก
Getty Images
"ปล่อยให้ช้างตัดสินใจเองว่ามันจะอาบน้ำยังไง" แจน ชมิดต์-เบอร์บัช องค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าโลก

"วิธีการที่ดีที่สุด คือปล่อยให้ช้างตัดสินใจเองว่ามันจะอาบน้ำยังไง แล้วขอให้นักท่องเที่ยวยืนสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ โดยไม่เข้าไปแทรกแซง"

ข้อแนะนำของชมิดต์-เบอร์บัช อาจยังไม่เพียงพอในสายตาของผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิสัตว์ เพราะไม่มีทางรู้ได้เลยว่า ช้างจะได้รับการปฏิบัติอย่างไร หลังนักท่องเที่ยวเดินทางกลับไปแล้ว เพราะยังคงมีรายงานถึงกรณีที่ช้าง ภายในสถานที่ที่เรียกตัวเองว่า "ศูนย์อนุรักษ์" ที่ถูกล่ามโซ่นานหลายชั่วโมง บังคับให้นอนบนพื้นคอนกรีต และขาดสารอาหาร

อะไรคือการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ?

สำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า ปัจจุบัน มีปางช้างอยู่ราว 220 แห่งทั่วประเทศไทย และแม้จะมีหลายแห่งที่ประกาศว่า จะดำเนินกิจการโดยยึดหลัก "การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ" (Ethical Tourism)

"แต่มีไม่ถึง 12 แห่งที่ช้างมีสภาพความเป็นอยู่ที่น่าพึงพอใจ" องค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าโลกระบุ

หนึ่งในปางช้างที่ทำงานร่วมกับองค์กรพิทักษ์สัตว์ป่าโลก คือ "ช้างชิล" องค์กรขนาดเล็กไม่ไกลจากเชียงใหม่

บรรยากาศที่ช้างชิล นักท่องเที่ยวไม่เข้าใกล้ช้าง สังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ
Getty Images
บรรยากาศที่ช้างชิล นักท่องเที่ยวไม่เข้าใกล้ช้าง สังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ

ภายในเวลาไม่กี่เดือน ช้างชิลได้เปลี่ยนวิธีการดูแลช้าง โดยปล่อยให้ช้างมีพื้นที่อิสระมากขึ้น แทรกแซงการใช้ชีวิตของพวกมันให้น้อยลง และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่คล้ายกับถิ่นพำนักในป่าดั้งเดิมของมัน

ศุภกร ตานะเศรษฐ เจ้าของปางช้าง ช้างชิล ต้องการให้ช้างมีอิสระที่แท้จริง บนพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันกับมนุษย์

"เราเริ่มต้นให้ช้างมีอิสระ แต่เราทำยังไงให้สามารถอยู่ในพื้นที่อยู่ในหมู่บ้าน แล้วไม่มีปัญหากับชุมชนรอบข้าง"

การเปลี่ยนแปลงนี้ ทำให้ควาญช้างอย่าง เชิดชัย พรมปฐพี พบว่า ช้าง "ป่วยน้อยลง และสงบมากขึ้น"

"ช้างมันผ่อนคลายขึ้นเยอะ ก็ใช้ชีวิตแบบอิสระเลย จะทำอะไรก็ทำ จะไปไหนก็ไป ประมาณนี้ เราไม่รบกวน หรือเราไม่ห้าม ไม่ให้ไปนั่นไปนี่เยอะ เหมือนเมื่อก่อน"

เมื่อช้างเครียดน้อยลง อุบัติเหตุที่เกิดกับนักท่องเที่ยวก็ลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ ควาญช้างของช้างชิล ยังพกตะขอเหล็กติดตัวในยามฉุกเฉิน

ช้างชิลรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่มากต่อวัน เพื่อไม่เป็นการรบกวนช้าง
Getty Images
ช้างชิลรองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่มากต่อวัน เพื่อไม่เป็นการรบกวนช้าง

แม้ช้างชิลหวังว่าจะสร้างผลกำไรได้บ้างในช่วงฤดูการท่องเที่ยว แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเลี้ยงดูช้างเช่นนี้ ทำให้รองรับนักท่องเที่ยวได้ราว 40 คนต่อวันเท่านั้น

เอเอฟพีรายงานว่า กรณีของช้างชิล เป็นเพียงส่วนน้อยในอุตสาหกรรมปางช้างขนาดใหญ่ของไทย ที่มีช้างเลี้ยงมากเกือบ 4 พันตัว

สถานการณ์ช้างเลี้ยงย่ำแย่ลง

ทางการไทยเองยังไม่เด็ดขาดกับมาตรการคืนช้างกลับสู่ป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่นักเคลื่อนไหวและองค์กรไม่แสวงผลกำไรต่างต้องการ ปัจจัยหนึ่งอาจเป็นเพราะขาดแคลนพื้นที่ และกลัวว่าเมื่อช้างกลับสู่ป่าแล้ว จะมีปัญหาไปทำลายข้าวของชาวบ้าน

นักเคลื่อนไหวบางคนจึงมองว่า แทนที่จะใช้มาตรการคืนช้างสู่ป่า การบริหารจัดการอุตสาหกรรมปางช้างและยกระดับมาตรฐานอาจง่ายกว่า

ภาพแบบนี้อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยกลัว หากคืนช้างสู่ป่า
Getty Images
ภาพแบบนี้อาจเป็นสิ่งที่รัฐบาลไทยกลัว หากคืนช้างสู่ป่า

คณะกรรมการที่ประกอบด้วยองค์กรว่าด้วยสวัสดิภาพสัตว์ได้ยื่นเอกสารเสนอแนะต่อรัฐบาลไทยเมื่อปีที่แล้ว ให้เพิ่มมาตรการควบคุมปางช้าง และดูแลช้างเลี้ยงให้ดีขึ้น

โซไรดา ซาลวาลา นักเคลื่อนไหวจากกองทุนเพื่อนช้าง ที่มีส่วนร่วมในการจัดทำเอกสารดังกล่าว ยอมรับว่า จนถึงตอนนี้ คำร้องขอของพวกเธอ "ยังไม่ได้รับการสนองตอบ"

ในความเป็นจริง มีหลักฐานที่บ่งชี้ว่า สถานการณ์ของช้างเลี้ยงย่ำแย่ลง

ชมิดต์-เบอร์บัช ระบุว่า การวิจัยเมื่อปี 2558 พบว่า มีช้าง 1,771 เชือกที่มีสภาพน่าเป็นห่วง โดยเพิ่มขึ้นจากการวิจัยเมื่อปี 2553 กว่า 350 เชือก


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ช้าง : เมื่อช้างป่าต้องยอมสูญสิ้นความเป็นช้าง เพื่อแลกกับการเป็นเครื่องมือสร้างรายได้จุนเจือการท่องเที่ยว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง