อนาคตใหม่ : ปิยบุตรเปิด “เอกสารหลุด” กกต. พบกรรมการ 2 ชุดให้ยกคำร้องคดี “ธนาธรปล่อยกู้พรรค”

ปิยบุตรเปิดเอกสารหลุด กกต.

ปิยบุตรเปิดเอกสารหลุด กกต. พบกรรมการ 2 ชุดให้ยกคำร้องคดี “ธนาธรปล่อยกู้พรรค” –  BBCไทย

พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เปิดเผย “เอกสารหลุด” ที่อ้างว่ามาจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ให้พรรคกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้ง จนนำไปสู่คดียุบพรรคที่มีคำร้องคาศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในปัจจุบัน

ระหว่างเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ได้แสดงเอกสารตีตรา “ลับ” จำนวน 4 รายการซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นเอกสารจริงที่ใช้ภายในของ กกต. และแสดงให้เห็นว่า กกต. ดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี “ข้ามและผิดขั้นตอนทางกฎหมาย” ชัดเจน ดังนี้

  • รายการการสืบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 13 ที่มีนายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน เป็นประธาน มีเนื้อหา 18 หน้า โดยมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ให้ “ยกคำร้อง” ด้วยเหตุผลว่า อนค. กู้ยืมเงินจากนายธนาธรจริง ทว่าการกู้ยืมไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน และพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง จึงสามารถกู้เงินเพื่อใช้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ดังนั้นการที่นายธนาธรให้ อนค. กู้ยืมเงิน จึงยังฟังไม่ได้ว่าฝ่าฝืนมาตรา 66 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง
  • สำนวนการสืบสวนการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งและพรรคการเมือง (สำนวนที่ 18) จัดทำโดยข้าราชการสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 มี น.ส.พรวิสาห์ เอมพานิช พนักงานสืบสวนและไต่สวน ชำนาญการ เป็นผู้รับผิดชอบ และมีนายวิชัย เดชดี ผอ.สำนักฯ ร่วมลงนาม มีเนื้อหา 13 หน้า โดยเห็นควรให้ “ยกคำร้อง” เช่นกัน
  • บันทึกรายงานการประชุมคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 6 ที่มีนายมหินทร์ สุรดินทร์กูล เป็นประธาน มีเนื้อหา 20 หน้า โดยมีมติ 3 ต่อ 2 ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรรค 5 และให้เงินส่วนที่เกินมูลค่า 10 ล้านบาท ตกเป็นของกองทุนพัฒนาการเมือง ขณะที่เสียงข้างน้อยให้ “ยกคำร้อง”
  • บันทึก มติ กกต. ในการประชุมวันที่ 24 ก.ย. 2562 และวันที่ 12 ธ.ค.

วิจารณ์ กกต. “ดันทุรังจะเอาให้ได้” และ “ยัดข้อหา” ให้พรรคสีส้ม

นายปิยบุตรกล่าวว่า ความจริง กกต. ควรยุติเรื่องตั้งแต่ได้รับรายงานจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2562 ที่มีมติเอกฉันท์ให้ “ยกคำร้อง” แต่ กกต. กลับไม่สน “ดันทุรังจะเอาให้ได้” และยัง “ยัดข้อหา” ให้ อนค. โดยเพิ่มความผิดตามมาตรา 72 ให้พรรค ทั้งที่คำร้องของผู้ร้องกล่าวหาว่า อนค. ทำผิดตามมาตรา 66 แต่ถ้าใช้มาตรา 72 มีความผิดถึงขั้นยุบพรรค

“มาตรา 72 โผล่มาตอนท้าย เหมือนมีคนมาบอกว่าต้องทำแบบนี้ถึงจะเข้าเป้า” นายปิยบุตรกล่าว แต่เขาปฏิเสธจะขยายความว่า “คน” ที่แนะ กกต. คือใคร โดยให้สื่อมวลชนไปตั้งคำถามกับ กกต. เอาเอง

เขาบอกต่อไปว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยถูก กกต. แจ้งข้อกล่าวหาไม่ว่าคดีมาตรา 66 หรือมาตรา 72 แต่หัวหน้าพรรค, เลขาธิการพรรค และเหรัญญิกพรรค เคยถูกเรียกเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการสืบสวนฯ ในฐานะพยาน ทว่าในคำร้องของ กกต. ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ อนค. กลับปรากฏว่า กกต. ก็ใช้เอกสารที่เป็นผลผลิตจากคดีมาตรา 66 มาเอาผิด อนค. ตามมาตรา 72 เรียกว่า “กระเหี้ยนกระหือรือจะยุบให้ได้”

“องค์กรอิสระต้องอิสระจากคณะรัฐประหารและผู้มีอำนาจทางการเมือง ไม่ใช่อิสระจากประชาชน” และ “7 กกต. ตื่นเช้าขึ้นมาส่องกระจก ท่านกล้ามองหน้าตัวเองเต็มตาไหม ท่านจะมีจิตสำนักได้หรือยังกับวิชาชีพที่ท่านทำ ท่านไม่อายหรือครับ” นายปิยบุตรกล่าว

หวังศาลรัฐธรรมนูญเปิดไต่สวน เพื่อพิสูจน์ “เอกสารหลุด”

คดียุบ อนค. เกิดขึ้นหลัง “นักร้องการเมือง” ยื่นคำร้องต่อ กกต. เมื่อ พ.ค. 2562 ขอให้ไต่สวนสอบสวนวินิจฉัยว่ากรณีหัวหน้า อนค. ให้พรรคยืมเงินส่วนตัว เข้าข่ายกระทำการขัดต่อ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 66 หรือไม่

ต่อมา 11 ธ.ค. 2562 กกต. มีมติเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้พิจารณาวินิจฉัยมีคำสั่งยุบ อนค. จากกรณีนายธนาธรให้พรรคกู้ยืมเงิน 191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่า “เป็นการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง”

ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาเมื่อ 25 ธ.ค. 2562 และให้ อนค. ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับแต่ได้รับสำเนา

ล่าสุดนายปิยบุตรระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้มีมติให้ขยายเวลาให้ อนค. ยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีนี้ออกไปจนถึง 27 ม.ค. จากเดิมที่ครบกำหนดในวันนี้ (10 ม.ค.) โดยที่ อนค. จะขอให้ศาลเปิดไต่สวนเพื่อเรียกเอกสารเหล่านี้ไปพิสูจน์กันในศาล เพราะ กกต. ไม่ได้นำส่งเอกสารเหล่านี้ไปที่ศาล และย้ำด้วยว่า นี่คือการต่อสู้ประเด็นข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาคดีของ กกต. ที่มิชอบ ไม่ใช่การต่อสู้ประเด็นข้อกฎหมาย จึงหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะให้โอกาส อนค. ด้วยการเปิดศาลไต่สวน

ก่อนหน้านี้ อนค. ได้ยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ซึ่งในเดือน ก.พ. จะทราบว่าศาลรับพิจารณาคดีนี้หรือไม่

ความแตกต่างระหว่าง ม. 66 กับ ม. 72

มาตรา 66 กำหนดห้ามมิให้บุคคลบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาทแก่พรรคการเมือง หากผิด – กก.บห. ต้องระวางโทษจำคุก ปรับ และถูกสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

มาตรา 72 กำหนดห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด โดยรู้หรือควรจะรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากผิด – มีโทษถึงขั้นยุบพรรค

บทความก่อนหน้านี้คมนาคม ลั่น มิ.ย.นี้ ใช้บัตรใบเดียวนั่งรถไฟฟ้าได้ทุกระบบ
บทความถัดไปจ่าลูกประดู่หัวใจแทบวาย! เจอ สาวจีนถูก ฆ่ายัดกระเป๋า ศพถูกมัดคุดคู้สุดสลด