Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 4 เม.ย. 2563

เจ้าชายแฮร์รี หนุ่มเจ้าสำราญกับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเอง

21 ม.ค. 2563 - 13:21 น.

เจ้าชายแฮร์รี หนุ่มเจ้าสำราญกับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเอง - BBCไทย

เจ้าชายแฮร์รี ดยุคแห่งซัสเซกซ์ ทรงเติบโตขึ้นท่ามกลางการจับจ้องของสื่อมวลชน ตั้งแต่ครั้งที่ยังเป็นราชนิกุลรุ่นเยาว์ผู้ต้องรับมือกับการสิ้นพระชนม์ของพระมารดา เรื่อยมาจนถึงช่วงวัยรุ่นที่ทรงใช้ชีวิตสุขสำราญกับการปาร์ตี้ จวบจนช่วงที่ทรงเข้ารับราชการทหารในกองทัพ

Prince Harry in April 2019

Getty Images

นับตั้งแต่นั้น เจ้าชายแฮร์รี ทรงพระดำเนินตามรอยพระมารดาในการทรงงานด้านการกุศลทั่วโลก ก่อนที่จะทรงลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว และกลายเป็นพ่อคน

ตอนนี้ทั้งพระองค์และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ พระชายา กำลังจะเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในชีวิต หลังจากทรงสละพระยศ HRH (His/Her Royal Highness) ที่แสดงถึงความเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูง รวมทั้งจะทรงยุติการรับเงินงบประมาณจากรัฐ เพื่อที่จะทรงใช้เวลาส่วนใหญ่ในประเทศแคนาดา ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์

ช่วงที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รีทรงพยายามสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตในฐานะบุคคลสาธารณะกับชีวิตส่วนพระองค์ หลายครั้งการที่ทรงมีชื่อเสียงในฐานะรัชทายาทลำดับที่ 6 ในราชบัลลังก์อังกฤษ ได้ช่วยส่งเสริมให้งานการกุศลที่พระองค์ทำได้รับการสนับสนุน แต่กระแสความสนใจที่มากเกินไปในบางครั้งก็ทำให้พระองค์ต้องทรงต่อสู้อย่างหนักเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของครอบครัวของพระองค์

ชีวิตวัยเยาว์

The Prince and Princess of Wales with a newborn Prince Harry
PA Media
เจ้าชายแฮร์รีประสูติ เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ปี 1984

เจ้าชายแฮร์รีประสูติที่โรงพยาบาลเซนต์แมรี ในย่านแพดดิงตันของกรุงลอนดอน เมื่อ 15 ก.ย. 1984 ทรงมีพระนามเต็มว่า "เฮนรี ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต เดวิด" แต่มีการประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นให้ทรงเป็นที่รู้จักในพระนาม "แฮร์รี"

ชีวิตวัยเยาว์ของเจ้าชายแฮร์รีต้องสะดุดลงเมื่อเจ้าหญิงไดอานา พระมารดาสิ้นพระชนม์ลงอย่างกะทันหันในปี 1997 จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่กรุงปารีส หลังจากถูกบรรดาปาปารัสซีขับขี่รถจักรยานยนต์ตามไล่ล่าถ่ายภาพพระองค์

Prince Harry and Diana, Princess of Wales
Reuters
ทรงมีพระนามเต็มว่า "เฮนรี ชาร์ลส์ อัลเบิร์ต เดวิด" แต่มีการประกาศอย่างเป็นทางการตั้งแต่ต้นให้ทรงเป็นที่รู้จักในพระนาม "แฮร์รี"

Diana, Princess of Wales, with Prince Harry and Prince William
PA

การจากไปของพระองค์สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้ชื่นชอบราชวงศ์อังกฤษทั่วโลก แต่สำหรับเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษา 12 ปี และเจ้าชายวิลเลียมพระชันษา 15 ปี โศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้เปลี่ยนชีวิตของทั้งสองพระองค์ไปตลอดกาล

ในพิธีพระศพเจ้าหญิงไดอานา ซึ่งมีภาพของพระโอรสวัยเยาว์ทั้งสองพระองค์ทรงพระดำเนินตามขบวนพระศพพระมารดาไปสู่สถานที่ประกอบพิธีที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์ ยังคงเป็นหนึ่งในการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ของบีบีซีที่มีผู้ติดตามชมมากที่สุด

L-R Earl Spencer Charles, Prince William, Prince Harry and Prince Charles stand alongside the hearse containing the coffin of Diana after the funeral service at Westminster Abbey
BBC
เจ้าหญิงไดอานา สิ้นพระชนม์ขณะที่เจ้าชายแฮร์รี มีพระชันษา 12 ปี

"ข้าพเจ้าสามารถพูดได้ว่าการสูญเสียแม่ไปตอนอายุ 12 ปี แล้วเก็บกดอารมณ์ทั้งหมดไว้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ได้ส่งผลกระทบอย่างมากไม่เพียงต่อชีวิตส่วนตัวของข้าพเจ้าแต่ยังรวมถึงงานของข้าพเจ้าด้วย" เจ้าชายแฮร์รีตรัสในการประทานสัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟในปี 2017

พระองค์ตรัสอีกว่า "ข้าพเจ้าน่าจะเคยเข้าใกล้ภาวะสติแตกอย่างสิ้นเชิงหลายครั้งเวลาที่มีความเศร้าโศก ความโกหก และความเข้าใจผิด และทุกสิ่งทุกอย่างได้ถาโถมเข้ามาจากทุกทิศทาง"

เจ้าชายแฮร์รีดำเนินเส้นทางการศึกษาตามรอยเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา โดยทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนเวเธอร์บี ในย่านน็อตติงฮิลล์ในกรุงลอนดอน ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยอีตัน ในปี 1998

Prince Harry, five, with Prince William
PA
เจ้าชายแฮร์รี พระชันษา 5 ปี กับการเสด็จไปโรงเรียนเป็นวันแรก
Prince Charles, Princess Diana and Prince Harry watch Prince William sign the Eton College entrance book in September 1995
Getty Images
เจ้าชายแฮร์รีดำเนินเส้นทางการศึกษาตามรอยเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา โดยทรงเข้าศึกษาที่โรงเรียนเวเธอร์บี ในย่านน็อตติงฮิลล์ในกรุงลอนดอน ก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยอีตัน ในปี 1998

หลังสำเร็จการศึกษาจากอีตันในปี 2003 เจ้าชายแฮร์รีทรงหยุดพักจากการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี โดยทรงใช้เวลาในช่วงนี้ลิ้มรสชีวิตการทำงานที่ฟาร์มแกะในออสเตรเลีย และทรงงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่ไปด้วยโรคเอสด์ที่ประเทศเลโซโท ในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่การก่อตั้งองค์กรการกุศลของพระองค์ที่นั่น

ชีวิตท่ามกลางแสงไฟ

Prince Charles with sons Harry and William prior to the beginning of their annual skiing holiday in Klosters
Press Association

ชีวิตของเจ้าชายแฮร์รีได้รับความสนใจจากสื่อเสมอมา

เมื่อปี 2002 หนังสือพิมพ์นิวส์ออฟเดอะเวิล์ด ซึ่งปัจจุบันได้ปิดตัวไปแล้วนั้น ได้ตีข่าวหน้าหนึ่งว่า "เรื่องยาเสพติดที่น่าอัปยศของแฮร์รี" พร้อมกล่าวอ้างว่าเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ทรงส่งตัวพระโอรสองค์เล็กเข้าคลินิคบำบัดแห่งหนึ่งเป็นการลงโทษที่ทรงสูบกัญชา

ในเวลาต่อมา สำนักงานพระราชวังเซนต์เจมส์แถลงยืนยันว่าเจ้าชายแฮร์รี ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษา 17 ปี "ทรงทดลองใช้ยาเสพติดในหลายโอกาส" แต่การใช้ที่ว่านี้ไม่ได้เกิดขึ้น "เป็นประจำ"

จากนั้นในเดือน ต.ค.ปี 2004 ก็เกิดกรณีที่พระองค์มีเหตุวิวาทกับช่างภาพคนหนึ่งที่ด้านนอกไนต์คลับ

โฆษกสำนักพระราชวังระบุว่า เจ้าชายแฮร์รี ซึ่งขณะนั้นมีพระชันษา 20 ปี ถูกกล้องของช่างภาพกระแทกเข้าที่พระพักตร์ "ตอนที่กลุ่มช่างภาพกำลังรุมล้อมพระองค์"

เมื่อเจ้าชายแฮร์รีพยายามผลักกล้องให้พ้นพระองค์ "เข้าใจว่านั่นได้ทำให้ช่างภาพคนหนึ่งปากแตก" โฆษกระบุ

Prince Harry planting a tree at an orphanage, in Lesotho, southern Africa, 2004
Clarence House via Getty Images
เจ้าชายแฮร์รีทรงหยุดพักจากการศึกษาเป็นเวลา 1 ปี โดยทรงใช้เวลาในช่วงนี้ทรงงานการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้าที่สูญเสียพ่อแม่ไปด้วยโรคเอสด์ที่ประเทศเลโซโท

ในปีถัดมามีการเผยแพร่ภาพเจ้าชายแฮร์รีทรงฉลองพระองค์แฟนซีเป็นทหารกองทัพนาซีออกงานเลี้ยงซึ่งได้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความรู้สึกไม่พอใจให้คนหลายฝ่าย

ในเวลาต่อมา คลาเรนซ์ เฮาส์ สำนักงานของเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ระบุว่า เจ้าชายแฮร์รีทรงขออภัยต่อ "ความไม่พอใจและความอับอาย" ที่เกิดขึ้น และทรงยอมรับว่า "มันเป็นเครื่องแต่งกายที่ไม่เหมาะสม"

ในปี 2009 มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่เจ้าชายแฮร์รีทรงใช้ถ้อยคำไม่เหมาะสมขณะตรัสถึงทหารเชื้อสายเอเชียที่อยู่สังกัดเดียวกับพระองค์

สำนักงานพระราชวังเซนต์เจมส์ แถลงว่า เจ้าชายแฮร์รี "ทรงเสียพระทัยอย่างยิ่งสำหรับถ้อยคำที่อาจสร้างความรู้สึกขุ่นเคืองของพระองค์" แต่ทรงชี้ว่า "การใช้ถ้อยคำดังกล่าวของพระองค์ไม่ได้มีความมุ่งร้าย และเป็นเพียงชื่อเล่นที่ใช้เรียกสมาชิกผู้เป็นที่ชื่นชอบอย่างยิ่งในกองทหารที่พระองค์สังกัดอยู่"

ทูตโอลิมปิก

เจ้าชายแฮร์รี ทรงเรียกรอยยิ้มจากสื่อมวลชนและผู้ชมทั่วโลกจากการทำหน้าที่ทูตโอลิมปิกในมหกรรมโอลิมปิกกรุงลอนดอนเมื่อปี 2012

Olympic torchbearer Wai-Ming Lee, Prince William, the Duchess of Cambridge and Prince Harry in July 2012
Getty Images
เจ้าชายแฮร์รี ทรงทำหน้าที่ทูตโอลิมปิกในมหกรรมโอลิมปิกกรุงลอนดอนเมื่อปี 2012

ในปีเดียวกัน ทรงปรากฏพระองค์ในสื่ออย่างต่อเนื่องในวาระฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปี สมเด็จพระบรมราชินีเอลิซาเบธที่สอง เมื่อปี 2012 ซึ่งในปีนี้เอง เจ้าชายแฮร์รีทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเยือนต่างประเทศตามลำพังเป็นครั้งแรก โดยเสด็จเยือนประเทศในทวีปอเมริกา คือ เบลีซ บาฮามาส บราซิล และจาไมกา

อย่างไรก็ตาม ในเดือน ส.ค.ปีนั้น ได้ปรากฏภาพถ่ายที่เผยให้เห็นเจ้าชายแฮร์รีกับกับหญิงสาวเปลือยคนหนึ่งในห้องพักโรงแรมในนครลาสเวกัส

ภาพถ่าย 2 ภาพที่เผยแพร่ในเว็บไซต์บันเทิง TMZ ของสหรัฐฯ และในเวลาต่อมาได้ถูกตีพิมพ์ใน เดอะซัน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ของอังกฤษ ถูกถ่ายขึ้นในช่วงที่เจ้าชายแฮร์รีทรงหยุดพักผ่อนเป็นการส่วนพระองค์กับพระสหาย โดย TMZ รายงานว่าขณะนั้นเจ้าชายและคณะกำลังเล่น "ไพ่เปลื้องผ้า"

ในเวลาต่อมา เจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับว่าพระองค์ "อาจทำเรื่องไม่เหมาะสม" แต่ทรงชี้ว่า "ข้าพเจ้าอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวและควรได้รับความเป็นส่วนตัวในระดับหนึ่ง"

อย่างไรก็ตาม การที่ทรงมีฐานะเป็นพระอนุชาของว่าที่กษัตริย์อังกฤษในอนาคตนั้น และเป็นเพียง "ตัวสำรอง" ในการสืบราชบัลลังก์ ก็ส่งผลให้เจ้าชายแฮร์รีทรงมีความรับผิดชอบค่อนข้างน้อย อีกทั้งยังมีอิสระมากกว่าในการดำเนินชีวิตและการทรงงาน เช่น การปฏิบัติภารกิจรับใช้ชาติในสมรภูมิอัฟกานิสถานของพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าชายวิลเลียม ในฐานะว่าที่กษัตริย์อังกฤษมิอาจทำได้

งานกองทัพและการกุศล

Prince Harry in Afghanistan in December 2012
PA
เจ้าชายแฮร์รีทรงเป็นนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache ระหว่างเดือน ก.ย.2012 ถึงเดือน ม.ค. 2013 ก่อนที่จะทรงได้เป็นผู้บังคับฝูงบิน Apache ในเดือน ก.ค. 2013

เจ้าชายแฮร์รีทรงใช้เวลา 10 ปี ในกองทัพ และทรงเป็นสมาชิกราชวงศ์พระองค์แรกในรอบกว่า 25 ปีที่ปฏิบัติภารกิจในสงคราม

พระองค์ทรงต้องผิดหวังในปี 2007 หลังจากผู้บัญชาการกองทัพบกตัดสินใจไม่ส่งพระองค์ไปอิรัก เนื่องจาก "มีความเสี่ยงมากเกินไป" ทว่าในปีต่อมาทรงถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจในอัฟกานิสถานเป็นเวลา 10 สัปดาห์

ทรงกลับสู่มาตุภูมิในฐานะนักบินเฮลิคอปเตอร์โจมตี Apache ระหว่างเดือน ก.ย.2012 ถึงเดือน ม.ค. 2013 ก่อนที่จะทรงได้เป็นผู้บังคับฝูงบิน Apache ในเดือน ก.ค. 2013

Prince Harry in Afghanistan in October 2012
PA
เจ้าชายแฮร์รีทรงเผยว่าการลาออกจากกองทัพเป็นการตัดสินใจที่ยากมาก

ตอนที่ทรงประกาศลาออกจากกองทัพในปี 2015 เจ้าชายแฮร์รีได้ตรัสว่า ช่วงเวลาในกองทัพ "จะอยู่กับข้าพเจ้าไปตลอดชีวิต"

ประสบการณ์ดังกล่าวยังส่งผลถึงงานการกุศลของพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพจิต และการช่วยเหลือทหารผ่านศึก

งานการกุศลที่สำคัญของเจ้าชายแฮร์รีคือ การก่อตั้งและเป็นประธานการแข่งขันกีฬา "อินวิคตัส เกมส์" ในปี 2014 ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาสำหรับทหารผ่านศึกผู้พิการที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอน, เมืองออร์แลนโด ในรัฐฟลอริดา, นครโทรอนโต ในแคนาดา และนครซิดนีย์ของออสเตรเลีย

นอกจากนี้ยังทรงสนับสนุน Walking With the Wounded องค์กรการกุศลที่ช่วยเหลือทหารผ่านศึกด้วย

Invictus Games 2020
Chris Jackson/Getty Images
เจ้าชายแฮร์รี ทรงก่อตั้งและเป็นประธานการแข่งขันกีฬา "อินวิคตัส เกมส์"

งานการกุศลอื่น ๆ ของเจ้าชายแฮร์รียังรวมถึง โครงการอนุรักษ์ต่าง ๆ ในแอฟริกา และทรงเป็นผู้ร่วมก่อนตั้งมูลนิธิ Sentebale ที่ช่วยเด็กกำพร้าในเลโซโท

Prince Harry
Reuters
On his visit to Angola in September, Harry said landmines are "an unhealed scar of war"

นอกจากนี้ยังทรงสานต่องานการกุศลของพระมารดาเช่น การช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อเอชไอวีและเอดส์ รวมทั้งทรงสนับสนุนงานเก็บกู้ทุ่นระเบิดขององค์กร Halo Trust

แก้ตราบาปเรื่องปัญหาสุขภาพจิต

The Duke and Duchess of Cambridge and Prince Harry
The Royal Foundation/PA Wire
เจ้าชายแฮร์รี เจ้าชายวิลเลียม และดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงร่วมกันก่อตั้งองค์กร Heads Together ที่มีจุดประสงค์ในการแก้ไขตราบาปที่สังคมมีต่อประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพจิต

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจ้าชายแฮร์รีทรงเข้ารับการบำบัดเพื่อรับมือกับการสูญเสียพระมารดา

พระองค์ทรงรับหน้าที่เพื่อนเจ้าบ่าวในพิธีเสกสมรสของเจ้าชายวิลเลียมเมื่อเดือน เม.ย 2011 และนับตั้งแต่นั้นได้ตรัสอย่างเปิดเผยถึงความยากลำบากที่ไม่มีพระมารดาอยู่ด้วยในตอนนั้น

เจ้าชายแฮร์รี เจ้าชายวิลเลียม และแคทเธอรีน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ทรงมุ่งเน้นการทรงงานการกุศลในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพจิต โดยทรงร่วมกันก่อตั้งองค์กร Heads Together ที่มีจุดประสงค์ในการแก้ไขตราบาปที่สังคมมีต่อประเด็นเกี่ยวกับสุขภาพจิต และระดมทุนเพื่อให้บริการใหม่ ๆ ในการแก้ปัญหานี้

สละชีวิตหนุ่มโสด

Prince Harry and Meghan Markle
Getty Images
เจ้าชายแฮร์รี ทรงควง น.ส.เมแกน มาร์เคิล คู่รักชาวอเมริกัน ออกงานเป็นทางการครั้งแรกในการแข่งขันกีฬา "อินวิคตัส เกมส์" ที่นครโทรอนโตของแคนาดา ในปี 2017

ในฐานะหนึ่งในหนุ่มโสดเนื้อหอมที่สุดในโลก เรื่องราวชีวิตรักของเจ้าชายแฮร์รีจึงได้รับความสนใจจากสังคมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ช่วงปลายปี 2016 เจ้าชายแฮร์รีทรงยืนยันว่ากำลังคบหาอยู่กับ น.ส.เมแกน มาร์เคิล นักแสดงหญิงชาวอเมริกัน ขณะเดียวกันได้ทรงออกแถลงการณ์ตำหนิสื่อมวลชนที่ "ข่มเหงรังแกและคุกคาม" น.ส.มาร์เคิล ทั้งยังแสดงความคิดเห็นเชิงเหยียดสีผิว ในบทความต่าง ๆ และพยายามบุกรุกบ้านพักของเธอ

ทั้งคู่ได้รู้จักกันผ่านการนัดบอดที่พระสหายจัดให้ โดยหลังจากออกเดทไปได้เพียง 2 ครั้ง ทั้งคู่ก็เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศบอตสวานาด้วยกัน

ในเดือน พ.ย.ปี 2017 เจ้าชายแฮร์รีทรงประกาศว่าได้ทรงหมั้นและเตรียมจะเสกสมรสกับ น.ส.มาร์เคิล ทรงเผยว่าการได้มาพบและตกหลุมรัก น.ส.มาร์เคิล อย่างรวดเร็วเหลือเชื่อนั้น เป็นเหมือนโชคชะตาที่ "ดวงดาวช่างเป็นใจ" ให้ได้มาเป็นคู่ครองกัน

เจ้าชายแฮร์รี ทรงออกแบบพระธำมรงค์หมั้นเพื่อใช้ขอพระคู่หมั้นแต่งงานด้วยพระองค์เอง โดยเป็นพระธำมรงค์ทองคำ ประดับด้วยเพชรเม็ดใหญ่จากประเทศบอตสวานา ซึ่งเป็นสถานที่แห่งความทรงจำของทั้งคู่ นอกจากนี้ ยังทรงนำเพชรอีก 2 เม็ดของเจ้าหญิงไดอานา มาประดับรวมไว้ในแหวนวงนี้ด้วย เพื่อให้แน่ใจว่าพระมารดาจะอยู่กับทั้งสองตลอดการใช้ชีวิตคู่ ที่เจ้าชายแฮร์รีทรงเปรียบว่าเป็นเสมือนกับการเดินทางที่ไม่ธรรมดา

The Duke and Duchess of Sussex on their wedding day
PA

ทั้งสองเข้าพิธีเสกสมรสกันที่โบสถ์เซนต์จอร์จในพระราชวังวินด์เซอร์ เมื่อเดือน พ.ค. 2018 และได้รับการสถาปนาให้เป็นดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์

จากนั้นในเดือน ต.ค.ปีเดียวกัน ทั้งคู่ซึ่งอยู่ในระหว่างการปฏิบัติพระกรณียกิจในออสเตรเลียได้ประกาศข่าวดีว่าดัชเชสแห่งซัสเซกซ์กำลังทรงครรภ์ ซึ่งพระโอรส "อาร์ชี แฮร์ริสัน เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์" ได้ประสูติเมื่อวันที่ 6 พ.ค. 2019

Prince Harry and Meghan
PA Media

ชีวิตบทใหม่

2019 ถือเป็นปีที่มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายกับเจ้าชายแฮร์รีและพระชายา

ในเดือน มี.ค. ทั้งคู่ได้ประกาศแยกราชสำนักจากดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์

จากนั้นในเดือน เม.ย. ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ทรงเปิดบัญชีอินสตาแกรมอย่างเป็นทางการ และมีผู้กดติดตามกว่า 1 ล้านรายภายในเวลาเพียง 5 ชั่วโมง 45 วินาที

ในเดือน มิ.ย.ทรงประกาศแยกจากองค์กรการกุศลที่ทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ร่วมกับดยุคและดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ ความเคลื่อนไหวนี้ยิ่งจุดกระแสข่าวความบาดหมางกันระหว่างเจ้าชายแฮร์รีและเจ้าชายวิลเลียม

กระแสข่าวดังกล่าวถูกตอกย้ำอีกครั้งหลังจากเจ้าชายแฮร์รี ทรงเปิดใจใน Harry & Meghan: An African Journey สารคดีที่ออกอากาศทางช่องไอทีวี ซึ่งติดตามการปฏิบัติพระกรณียกิจเยือนแอฟริกาใต้ของพระองค์และพระชายา เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

โดยเจ้าชายแฮร์รีทรงยอมรับว่าพระองค์กับพระเชษฐา ไม่ได้สนิทสนมกันเหมือนเดิมแล้ว เจ้าชายแฮร์รีตรัสว่า ทั้งสองทรงมี "เส้นทางชีวิตที่แตกต่างกันในตอนนี้"

ขณะที่เมแกน พระชายา ทรงเผยว่า การปรับตัวเข้ากับชีวิตในราชสำนักเป็น "เรื่องยาก" เพราะพระองค์ไม่ได้เตรียมรับมือการถูกขุดคุ้ยอย่างหนักจากบรรดาสื่อแท็บลอยด์

The Duke and Duchess of Sussex in South Africa
Dominic Lipinski/PA

ก่อนหน้านั้นไม่นาน ดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงเปิดศึกกับสื่อหัวสีของอังกฤษ โดยดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ทรงเริ่มกระบวนการทางกฎหมายเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีต่อหนังสือพิมพ์เมลออนซันเดย์ ฐานเผยแพร่จดหมายส่วนพระองค์ที่ส่งถึงนายโธมัส มาร์เคิล บิดา โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ต่อจากนี้ไป แม้ว่าดยุคและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ จะสละฐานันดรศักดิ์ที่แสดงถึงความเป็นพระราชวงศ์ชั้นสูง และจะไม่เป็นผู้แทนพระองค์ของควีนออกปฏิบัติพระกรณียกิจที่เป็นทางการอีก แต่ก็เชื่อได้ว่าทั้งสองพระองค์จะเดินหน้าทรงงานการกุศลส่วนพระองค์ต่อไป

ส่วนเรื่องที่เหลืออื่น ๆ เกี่ยวกับอนาคตของคู่ขวัญราชวงศ์อังกฤษคู่นี้ เช่นว่า ทั้งสองจะทรงใช้ชีวิตอยู่ที่ใดเป็นการถาวรนั้น ก็ยังเป็นเรื่องไม่ชัดเจนในขณะนี้


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เจ้าชายแฮร์รี หนุ่มเจ้าสำราญกับเส้นทางชีวิตที่ลิขิตเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง