Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 29 มี.ค. 2563

ออสการ์ 2020 : ปัจจัยที่ทำให้คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอาจเป็นสิ่งที่คุณคิดไม่ถึง

10 ก.พ. 2563 - 13:42 น.

ออสการ์ 2020 : ปัจจัยที่ทำให้คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอาจเป็นสิ่งที่คุณคิดไม่ถึง

การทำนายว่าภาพยนตร์เรื่องไหนจะคว้ารางวัลที่สำคัญที่สุดบนเวทีออสการ์ เป็นเรื่องที่นักวิจารณ์ภาพยนตร์ ผู้รับพนัน หรือแม้กระทั่งนักคณิตศาสตร์ ให้ความสนใจ ถึงขั้นที่เคยมีคนเขียนเอกสารทางวิชาการเกี่ยวกับการทำนายผลรางวัลออสการ์

แต่ปัจจัยต่าง ๆ ที่นำไปสู่ข้อสรุปว่า ภาพยนตร์เรื่องไหนมีโอกาสคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของออสการ์มากที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าประหลาดใจ

ทำให้ยาวเข้าไว้

ภาพยนตร์เรื่อง The Irishman ของมาร์ติน สกอร์เซซี มีความยาวมากที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่ผ่านเข้ารอบ 10 เรื่องสุดท้าย ในการชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2020
Getty Images
ภาพยนตร์เรื่อง The Irishman ของมาร์ติน สกอร์เซซี มีความยาวมากที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่ผ่านเข้ารอบ 10 เรื่องสุดท้าย ในการชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2020

ความยาวของภาพยนตร์มีความสำคัญสำหรับรางวัลออสการ์

ภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลและภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครองมักจะมีความยาวมากกว่าเรื่องอื่น ๆ

เว็บไซต์ด้านบันเทิงอย่าง คอลไลเดอร์ (Collider) ได้รวบรวมข้อมูลจากการประกาศผลรางวัลออสการ์ และพบว่า ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 59 เรื่องจากทั้งหมด 91 เรื่อง มีความยาวอย่างน้อย 120 นาที

นอกจากนี้ยังพบว่า ภาพยนตร์ที่ยาวที่สุดในบรรดาภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ในแต่ละปี มีโอกาสที่จะคว้ารางวัลได้มากกว่า

หนังทำเงินในบ็อกซ์ออฟฟิศ ไม่จำเป็นว่าจะได้รางวัลเสมอไป

เจมส์ คาเมรอน ดีใจเมื่อ Titanic คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
Getty Images
ภาพยนตร์เรื่อง Titanic ของ เจมส์ คาเมรอน คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 1998 เป็นหนึ่งในข้อยกเว้น เพราะภาพยนตร์เรื่องนี้ทำรายได้ถล่มทลาย และยังกวาดรางวัลออสการ์ไปได้หลายสาขาด้วย

ภาพยนตร์ที่ทำรายได้ดีในบ็อกซ์ออฟฟิศ ไม่จำเป็นว่าจะต้องได้รับคำชื่นชม หรือกวาดรางวัลออสการ์ไปได้จำนวนมากเสมอไป

สถิติง่าย ๆ อย่างหนึ่งได้ตอกย้ำให้เห็นถึง รสนิยมที่ไม่เหมือนกันระหว่างสาธารณชนและกรรมการตัดสินรางวัลออสการ์ นั่นก็คือในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา มีภาพยนตร์เพียง 3 เรื่องเท่านั้น ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและยังเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในการจัดอันดับของบ็อกซ์ออฟฟิศด้วย ได้แก่ Rain Man (ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1989) Titanic (ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 1998) และ Lord of The Rings: Return of the King (ได้รับรางวัลออสการ์ในปี 2004)

โดยตั้งแต่ปี 2004 เป็นต้นมา ไม่มีภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องใดเลย ที่ติด 10 อันดับแรกของภาพยนตร์ที่ทำรายได้รวมสูงสุดในปีที่ออกฉาย

ปีนี้ ภาพยนตร์เพียงเรื่องเดียวที่อาจจะฝ่ากระแสนี้ได้คือเรื่อง Joker ซึ่งทำรายได้รวมสูงสุดเป็นอันดับ 7 ในปี 2019 ที่ออกฉาย

ต้องมีความดรามา

ดัสติน ฮอฟฟ์แมน และเมอรีล สตรีป ในฉากจากภาพยนตร์เรื่อง Kramer v Kramer
Getty Images
ภาพยนตร์แนวดรามาอย่าง Kramer v Kramer ซึ่งคว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 1980 ทำให้ความเป็นดรามามีอิทธิพลต่อรางวัลนี้

ภาพยนตร์แนวดรามา เป็นประเภทของภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การมอบรางวัลออสการ์

จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลของรางวัลออสการ์พบว่า ภาพยนตร์แนวดรามา คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป 47 เรื่อง จากภาพยนตร์ยอดเยี่ยม 91 เรื่อง รองลงมาคือภาพยนตร์แนวตลก ซึ่งคว้าไปได้ 11 เรื่อง

สถิติรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม. ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแบ่งตามประเภท. Breakdown of Oscar wins by genre .

ทุนสร้างไม่ได้ช่วยให้ได้รางวัลในสมัยนี้

บัตรประกาศผลรางวัลที่บอกว่า ภาพยนตร์เรื่อง Moonlight คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
Getty Images
Moonlight ซึ่งใช้ทุนสร้างเพียง 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 150 ล้านบาท) คว้ารางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2017

ทุนการสร้างมหาศาลอาจช่วยทำให้ได้รางวัลใหญ่ แต่ปัจจุบัน ภาพยนตร์ทุนหนาก็ไม่ได้คว้ารางวัลบ่อยนัก

ภาพยนตร์เรื่อง Ben-Hur ในสมัยนั้นเป็นภาพยนตร์ที่ใช้ทุนในการสร้างสูงที่สุด คว้ารางวัลออสการ์ไปได้ 11 สาขา รวมถึงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 1960

หากคิดคำนวณเงินเฟ้อ ทุนที่ใช้สร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ในปัจจุบันจะเทียบเท่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 3,900 ล้านบาท) มากกว่า Moonlight ซึ่งคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2017 ถึงกว่า 25 เท่า

แต่ปัจจุบัน ภาพยนตร์ที่ใช้ทุนสร้างไม่สูงนัก อย่าง Moonlight กลับเป็นภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลได้บ่อยกว่า โดยนับตั้งแต่ปี 1991 มีภาพยนตร์ที่ใช้ทุนในการสร้างสูงสุดเพียง 3 เรื่อง ที่คว้ารางวังภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ได้แก่ Titanic (1998), Gladiator (2001) และ The Departed (2007)

ทำผลงานได้ดีในการประกาศผลรางวัลเวทีอื่น ๆ ก่อนหน้า

Quentin Tarantino
Getty Images
การที่ภาพยนตร์เรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ของ เควนติน ทารันติโน คว้ารางวัลได้จากเวที Critics Choice Awards อาจทำให้ภาพยนตร์ตัวเก็งชวดรางวัลนี้ในเวทีออสการ์ได้หรือไม่

ก่อนจะถึงการประกาศผลรางวัลออสการ์ มีการประกาศรางวัลในเวทีอื่น ๆ ก่อน รวมถึง รางวัลลูกโลกทองคำ และรางวัลของสมาคมอุตสาหกรรมภาพยนตร์หลากหลายรางวัล รางวัลต่าง ๆ เหล่านั้น ล้วนมีสมาชิกที่อาจจะลงคะแนนตัดสินรางวัลออสการ์ได้

ดังนั้น การคว้ารางวัลในเวทีอื่น ๆ ก่อนการประกาศผลรางวัลออสการ์ จึงมักจะเป็นตัวบ่งชี้ว่า ภาพยนตร์เรื่องนั้น จะทำผลงานในการประกาศผลรางวัลออสการ์ได้ดีแค่ไหน

ถ้าคุณลองดูภาพยนตร์เรื่อง 1917 ซึ่งคว้ารางวัลลูกโลกทองคำ สาขาภาพยนตร์ดรามายอดเยี่ยม รวมถึงรางวัล Producers Guild Award ด้วย

ฉากในภาพยนตร์เรื่อง 1917

Universal Pictures ภาพยนตร์เรื่อง 1917 มีลักษณะเข้าเกณฑ์หลายข้อ

ในบรรดาภาพยนตร์ 14 เรื่องที่คว้าทั้ง 2 รางวัลนี้ได้ มี 11 เรื่องที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในการประกาศผลรางวัลออสการ์

อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณไม่ดีบางอย่างที่อาจทำให้ 1917 ชวดรางวัลใหญ่นี้ไปด้วย คือการที่ภาพยนตร์เรื่อง Once Upon a Time in Hollywood ของ เควนติน ทารันติโน ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปีนี้เช่นกัน สามารถคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Critics Choice Awards มาครองได้สำเร็จ

โดยนับตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจาก Critics Choice Awards และการประกาศผลรางวัลออสการ์ เป็นเรื่องเดียวกันถึง 13 ครั้งจากทั้งหมด 20 ครั้ง

ไม่มีผู้กำกับหญิง

เกรียตา เกร์วิก ยืนอยู่หน้าป้ายชื่อหนัง Little Women
Getty Images
ภาพยนตร์เรื่อง Little Women ของ เกรียตา เกร์วิก เป็นภาพยนตร์เรื่องที่ 12 ที่กำกับโดยผู้หญิง ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

นี่คือความจริงในประวัติศาสตร์การประกาศผลรางวัลออสการ์ มีภาพยนตร์เพียง 12 เรื่องที่กำกับโดยผู้หญิงที่ได้รับการเสนอชื่อเช้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้งหมด 560 เรื่อง

และในบรรดาภาพยนตร์ทั้ง 12 เรื่องนั้น มีเพียงเรื่อง Hurt Locker ในปี 2010 ที่คว้ารางวัลไปครองได้สำเร็จ และยังทำให้ แคทริน บิเกโลว์ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่องนี้กลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่คว้ารางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาครองได้ด้วย

ในปี 2020 ภาพยนตร์เรื่อง Little Women ของ เกรียตา เกร์วิก ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยม แต่ไม่มีผู้กำกับหญิงคนใดได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงสาขาผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

บรรดาผู้ที่รับพนันให้ราคาต่อรองภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้สูงถึง 150 ต่อ 1 ในการคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในการประกาศผล 9 ก.พ. นี้ (ตรงกับเช้าวันที่ 10 ก.พ. ตามเวลาในประเทศไทย)

พูดภาษาอังกฤษ

บอง จุนโฮ ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Parasite (ขวา) ถ่ายรูปพร้อมกับรางวัลปาล์มทองคำ กับ ซอง กังโฮ นักแสดงในเรื่อง

Getty Images Parasite กลายเป็นภาพยนตร์ที่พูดภาษาต่างประเทศเรื่องแรกที่คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยียมในเวทีออสการ์

นอกเหนือจากคำชมเชยจากนักวิจารณ์ต่าง ๆ แล้ว การคว้ารางวัลปาล์มทอมคำ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ทำให้ภาพยนตร์ของเกาหลีใต้เรื่อง Parasite ถูกจับตามองในการประกาศผลรางวัลออสการ์ประจำปีนี้ ซึ่งในที่สุดก็สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ขึ้นได้สำเร็จด้วยการกวาด 4 รางวัลใหญ่รวมทั้งผู้กำกับยอดเยี่ยมและภาพยนตร์ยอดเยี่ยม

ในประวัติศาสตร์การประกาศผลรางวัลออสการ์ ยังไม่เคยมีภาพยนตร์ที่พูดภาษาต่างประเทศเรื่องใด คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมได้มาก่อน และมีเพียง 10 เรื่องที่เคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนี้ แทนที่จะได้เข้าชิงเพียงแค่รางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม

มีนักแสดงนำชื่อ เมอรีล สตรีป

เมอรีล สตรีป ในการประกาศผลรางวัลออสการ์ปี 2012
Getty Images
เมอรีล สตรีป เป็นตัวอย่างของนักแสดงที่คว้ารางวัลออสการ์และช่วยให้ภาพยนตร์ที่เธอนำแสดงได้รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมด้วย

เราล้อเล่น แต่เรื่องนี้มีที่มา

สตรีป เป็นหนึ่งในกลุ่มนักแสดงชั้นนำที่ยังมีชีวิตอยู่ ที่นำแสดงในภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมากที่สุด

โดยมีภาพยนตร์ที่เธอนำแสดงได้รับรางวัลนี้ 3 เรื่อง เช่นเดียวกับนักแสดงชั้นนำของฮอลลีวูดอย่าง มอร์แกน ฟรีแมน, โคลิน เฟิร์ธ, เรล์ฟ ไฟน์ส, ดัสติน ฮอฟฟ์แมน, แจ็ก นิโคลสัน, เบธ แกรนต์, เบอร์นาร์ด ฮิลล์, ไดแอน คีตัน, เชอร์ลีย์ แม็กเลน และทาเลีย ไชร์

ดังนั้น หากมีหนึ่งในนักแสดงเหล่านี้ร่วมแสดงอยู่ด้วย ก็จะทำให้ภาพยนตร์เรื่องนั้น มีโอกาสสูงขึ้นในการคว้ารางวัล

ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่บรรดานักแสดงคือกลุ่มที่ทำงานในวงการภาพยนตร์กลุ่มใหญ่ที่สุด ที่มีสิทธิ์ลงคะแนนตัดสินรางวัลออสการ์ ดังนั้นการมีชื่อเสียงและผลงานที่ยอดเยี่ยมจึงมีความสำคัญอย่างมากเสมอ

ความจริงที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคือ ไม่ค่อยมีภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเรื่องใดที่ได้รางวัลนี้มาโดยไม่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลด้านการแสดงเลย โดยในประวัติศาสตร์มีเพียง 11 เรื่องเท่านั้นที่ทำได้ และเรื่องล่าสุดคือ Slumdog Millionaire ที่คว้ารางวัลได้ในปี 2009


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ออสการ์ 2020 : ปัจจัยที่ทำให้คว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมอาจเป็นสิ่งที่คุณคิดไม่ถึง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง