Khaosod
Online

วันจันทร์ ที่ 24 ก.พ. 2563

โคโรนา : ผู้ทำงานบริการนักท่องเที่ยวหวั่น ก.สาธารณสุขชี้เป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด

11 ก.พ. 2563 - 20:52 น.

กระทรวงสาธารณสุขประกาศว่าในสัปดาห์นี้จะเฝ้าระวังกลุ่มผู้ที่ทำงานกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เนื่องจากถือเป็นกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนามากที่สุดในขณะนี้

ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะนักท่องเที่ยวจากจีน ประเทศต้นตอของการแพร่ระบาด เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากที่สุด หากดูตัวเลขในปี 2562 พบว่าเป็นอันดับ 1 คือ 10.99 ล้านคน คิดเป็น 27.63% ของนักท่องเที่ยวทั้งหมด สร้างรายได้ 5.43 แสนล้านบาท

คนขับตุ๊กตุ๊ก

"ไอ้กลัวมันก็กลัวแหละ แต่พวกที่ขับมานานๆ ก็ไม่รู้จะทำอะไร ไปไม่ไหวแล้วอายุมันมาก" วิชัย ศรีมะลัย คนขับรถตุ๊กตุ๊กย่านราชประสงค์ วัย 52 ปี ยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่อายุ 17 ปี บอกบีบีซีไทย

แม้จะเกรงติดเชื้อโรคร้าย แต่วิชัยเห็นว่าการที่นักท่องเที่ยวจากจีนหายไปนับตั้งแต่มีการประกาศปิดเมืองหลายแห่งในจีน มีผลเสียกับเขามากกว่า

"ใคร ๆ ก็บ่นเหมือนกันทุกคน ฝรั่งมันก็ไม่มีอยู่แล้ว แต่ก่อนจีนไม่เข้า ฝรั่งยังมา ตอนนี้ไม่มีทั้งจีนทั้งฝรั่ง" วิชัย เล่าด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจ ด้วยกลุ่มผู้โดยสารชาวจีนที่เป็นแห่งรายได้หลักเดินทางมาลดลง ทั้งที่ภาระค่าใช้จ่ายที่ต้องส่งกลับไปดูแลครอบครัวในต่างจังหวัดเท่าเดิม จนถึงกลับออกปากว่า "เดี๋ยวนี้วัยละร้อย สองร้อยก็หายาก"

โคโรนา : ผู้ทำงานบริการนักท่องเที่ยวหวั่น
EPA

บรรยากาศบริเวณแยกราชประสงค์ที่เคยคึกคักไปด้วยบรรดานักท่องเที่ยว ตอนนี้กลับบางตาลงอย่างเห็นได้ชัด แถวที่เคยต่อกันยาวเหยียดเพื่อซื้อพวงมาลัยสักการะท้าวพระพรหมกลับสั้นกุด ต่างกับบรรดารถตุ๊กตุ๊กที่จอดเรียงราย เพราะไม่มีนักท่องเที่ยวมาใช้บริการอย่างที่เคย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วิชัยต้องรับมือกับโรคระบาด ย้อนกลับไปครั้งที่มีการระบาดของโรคซาร์ส เมื่อปี 2003 เขาก็ขับรถตุ๊กตุ๊กอยู่ในย่านนี้เช่นกัน ซึ่งครั้งนั้นดูจะหนักยิ่งกว่า "สมัยโรคซาร์สน่ากลัวกว่า ไม่มีคนเดินเลยแถวนี้ ถึงกับต้องหยุดกลับบ้าน"

แม้ในสายตาของเขาโคโรนายังไม่น่ากังวลอย่างซาร์สในอดีต แต่วิชัยก็ไม่ได้ละเลยที่จะดูแลตัวเอง ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย ระมัดระวังเวลาพูดคุยกับนักท่องเที่ยว และเมื่อกลับถึงบ้านก็จะอาบน้ำทำความสะอาดร่างกายทันที

วิชัยบอกว่าเขายังโชคดีกว่าคนขับรถแท็กซี่ที่ต้องต้องใกล้ชิดผู้โดยสารมากกว่า

นางฟ้าบนเครื่องด่านแรกธุรกิจบริการ

เอ (นามสมมติ) พนักงานต้อนรับสายการบินแห่งหนึ่ง เห็นว่าแอร์โฮสเตสอย่างเธอถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ชัดเจน

เธอเล่าว่าในช่วงแรกที่ยังไม่มีการยืนยันถึงการระบาดของโรคดังกล่าว ทั้งสนามบินและสายการบินที่เธอทำงานอยู่ก็ยังไม่ได้มีมาตรการใด ๆ ออกมาทั้งสิ้น ขณะนั้นเป็นช่วงต้นปี 2020 ซึ่งนักท่องเที่ยวจีนยังเดินทางมาไทยจำนวนมาก

"ก่อนสิ้นปียังไม่ค่อยรู้ข่าวก็ยังให้บริการกันปกติ คนจีนก็คึกคัก"

เมื่อเวลาผ่านไปเริ่มมีการพูดถึงการระบาดของไวรัสโคโรนา บรรดาลูกเรือจึงเริ่มตื่นตระหนกจนต้องมีมาตรการป้องกันตนเองด้วยการสวมหน้ากากอนามัยขณะปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นเพียงมาตรการส่วนบุคคล โดยที่ยังไม่ได้มีคำสั่งจากสายการบินแต่อย่างใด ในขณะนั้นเอ สังเกตเห็นว่านักท่องเที่ยวเริ่มมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยแล้ว

"คนจีนส่วนใหญ่เกิน 90% ใส่หน้ากากทั้งหมด น้อยมากที่จะไม่ใส่ บางคนใส่หน้ากากด้วย ระแวงกันเองด้วย นั่งอยู่คนด้านหน้าไอก็มาแจ้งว่าจะย้ายที่นั่ง"

เวลาผ่านไปสายการบินจึงเริ่มขยับ กำหนดมาตรการขึ้น หลังจากทางการจีนประกาศปิดเมืองอู่ฮั่นในวันที่ 23 ก.พ. สายการบินกำหนดให้ลูกเรือที่ต้องทำเที่ยวบินตรงไปยังเมืองอู่ฮั่นสวมหน้ากากอนามัยและปฏิบัติตามข้อกำหนดของสนามบินอย่างเคร่งครัด ซึ่งในเวลานั้นเที่ยวบินต่าง ๆ ที่ทำการบินภายในประเทศ แม้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเต็มลำก็ยังไม่ได้ใช้มาตรการนี้ ก่อนที่ภายหลังจะขยายครอบคลุมทั้งหมด

สำหรับมาตรการทั่วไปที่ลูกเรือปฏิบัติมาอย่างต่อเนื่อง คือ การใส่ถุงมือในการเก็บถาดอาหารและขยะต่าง ๆ เพื่อป้องกันการสัมผัสน้ำหลายหรือสารคัดหลั่ง ล้างมือหลังปฏิบัติงาน ใช้เจลล้างมือ ซึ่งก็พอจะทำให้บรรดาพนังงานวางใจได้บ้าง

เอรู้สึกกังวลและเป็นห่วงบรรดาเพื่อนร่วมอาชีพทุกคน ที่ยังต้องเสี่ยงกับโรคระบาดนี้อยู่ต่อไป โดยที่ยังไม่มีมาตรการของสายการบินหรือหน่วยงานกำกับดูแลเข้ามาสร้างความมั่นใจ ว่าจะมีมาตรการเยียวยาลูกเรือที่ได้รับผลกระทบอย่างไร เพราะหลายคนก็มีภาระทางครอบครัวที่ต้องแบกรับแทบทั้งสิ้น

เอ ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องที่สายการบินบางสายพ่นยาฆ่าเชื้อเครื่องบินในเที่ยวบินที่เดินทางไปจีนนั้น จะทำเฉพาะที่บินตรงกลับมายังสุวรรณภูมิเท่านั้น แต่หากเครื่องบินลำใดบินไปยังจังหวัดใดจังหวัดหนึ่งในไทยที่มีนักท่องเที่ยวจีนโดยสารมาด้วย ทางสายการบินก็ไม่ได้ทำการฆ่าเชื้อแต่จะใช้วิธีเช็ดทำความสะอาดและต้องรอจนกระทั่งมีการบินกลับไปถึงสุวรรณภูมิเท่านั้นจึงจะฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ เธอเห็นว่าควรดำเนินมาตรการนี้กับเครื่องบินทุกลำ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้โดยสารและลูกเรือ

พนักงานร้านขายของที่ระลึกขอลางานหนีติดเชื้อ

"เราเป็นร้านที่รับนักท่องเที่ยวโดยตรง ก็จะยิ่งมีมาตรการดีกว่าที่อื่น เราชัดเลยว่าลูกค้าเข้ามาเด็กทุกคนต้องใส่มาสก์ ร้านอื่นบางครั้งใส่ ไม่ใส่ ไม่ใช่เพราะเรากลัว แต่เราพยายามป้องกันไม่ให้เกิด ให้นักท่องเที่ยวมั่นใจ ไม่ใช่แค่เรากลัวเขา เขาก็กลัวเรา"

สำราญ อิ่มรัง ผู้จัดการร้าน Clover กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการจำหน่ายสินค้าที่ระลึกและเวชภัณฑ์ โดยมีลูกค้ากว่า 60% เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีน อธิบายถึงมาตรการเฝ้าระวังที่ทางร้านทำ

"กลัว กลัวมากน้องกลัวมาก บางคนไลน์ส่วนตัวมาเลย ว่าพี่ช่วงนี้หนูลางาน 15 วันก่อนได้ไหม น้องกลัวทุกคน แต่เราก็พยายามให้ข้อมูลที่ตรงไปตรงมาว่ามันป้องกันได้ เพราะเราเป็นร้านขายยา เราก็คุยจนเขาเข้าใจ"

โดยมาตรการเบื้องต้นที่ทางร้านปฏิบัติ คือ การจำกัดเวลาทำงานของพนักงานให้ลดโอกาสเสี่ยงในการเผชิญหน้ากับนักท่องเที่ยวให้น้อยลง พนักงานรับเงินจะต้องสวมถุงมือ และกำชับไม่ให้ใส่เครื่องแบบซ้ำในการทำงาน ซึ่งปฏิบัติควบคู่ไปกับมาตรการทั่วไปอย่างการสวมหน้ากากอนามัย และการใช้เจลล้างมือ

สำหรับ Clover นั้นนอกจากกรุงเทพฯแล้ว ยังมีสาขาที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งตั้งอยู่ในย่านท่องเที่ยวอย่างถนนนิมมานเหมินทร์ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะหลังจากมีกระแสข่าวว่าคนเชียงใหม่ไม่ต้องการให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามา "เป็นช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาลูกค้าก็จะเริ่มน้อยลง อาจจะเพราร้านเรามีลูกค้าชาวจีนเข้าตลอด แล้วลูกค้าอื่น ๆ แทบไม่เข้ามาเลย โดยเฉพาะคนไทย"

ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่สำราญประเมินว่าจะส่งผลกระทบนอกจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ลงลง คือ รูปแบบการจับจ่ายที่เปลี่ยนไป โดยจะเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็นอย่างอาหาร และยา แตกต่างจากเมื่อก่อนที่จะซื้อสินค้าที่เป็นที่นิยม

"ยอดขายเฉลี่ยต่อบิลจะลดลงไป ปกติเขาจะซื้อ 2,000 -3,000 ต่อบิล แต่พอมีปัญหานี้เขาก็ใช้จ่ายในรูปแบบที่ประหยัด จ่ายกับสิ่งที่จำเป็นที่สุด คนจีนเวลาเขามาซื้อของกับเราเขาจะมีรูปมาจากบ้านเขาเลยว่าอะไรฮิตที่ไทย ยาดม มาส์ก แต่ตอนนี้เขาจะมีในใจหยิบใส่ตะกร้าแล้วก็จบ" นี่เป็นความกังวลที่ร้านประเมินว่ายังต้องรับมือไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ โคโรนา : ผู้ทำงานบริการนักท่องเที่ยวหวั่น ก.สาธารณสุขชี้เป็นกลุ่มเสี่ยงมากที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง