Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 27 ก.พ. 2563

วาเลนไทน์ : ฟังมุมมองรักของกูรู 3 สมัย น้าเน็ก พี่อ้อย-พี่ฉอด อาดำรง

14 ก.พ. 2563 - 05:09 น.

วาเลนไทน์ : ฟังมุมมองรักของกูรู 3 สมัย น้าเน็ก พี่อ้อย-พี่ฉอด อาดำรง - BBCไทย

"คือหนูเป็นคนที่ชอบใครแล้วก็ชอบเลย ชอบแล้วหนูก็รักเลย พอรักแล้วเขาก็ทิ้งหนู" เสียงเจื้อยแจ้วพูดผ่านสายโทรศัพท์เข้าไปในรายการสนทนาที่ เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ หรือ "น้าเน็ก" ถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ช่วงต้นเดือนแห่งความรัก

แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คำถามทำนองนี้จะเกิดขึ้นในยุคที่แผงหนังสือไทยยังมีนิตยสารชื่อ "คู่สร้างคู่สม" วางขายอยู่ เพราะในยุคนั้นเรื่องของความรักดูจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาบ่มเพาะ

"สมัยนี้มีโทรศัพท์มือถือ ที่ทำให้เราส่งภาพหล่อ ๆ สวย ๆ ไปถึงกันได้ สมัยก่อนอยากได้รูปของผู้หญิง เราก็ต้องดูว่าผู้หญิงเขาเซ็นข้างหลังรูปมาว่าอย่างไร การที่จะมาบอกรักกันผ่านการเซ็นหลังรูปมันไม่มีหรอกครับ มีแต่เซ็นว่า "ให้เป็นที่ระลึก" แค่นี้ก็สุดจะโรแมนติกแล้ว"ดำรง พุฒตาล ผู้ให้กำเนิดนิตยสารรายปักษ์บอกบีบีซีไทย

หรือความรักของคนหนุ่มสาวที่ไม่ใช่ผู้อ่านนิตยสารของอาดำรง จะว่องไวราว "ติดปีก"กว่าคนในยุคก่อน

"สมัยนี้เจอกันง่ายขึ้น รักกันง่ายขึ้น นอกใจกันก็ง่ายขึ้น อุปกรณ์เครื่องมือพร้อมมาก รักกันโดยที่ไม่ต้องเจอตัวก็ได้ สามารถรักกันได้ มีอะไรกันได้ นอกใจกันได้อย่างง่ายและไว อะไร ๆ มันก็ดูรวดเร็วไปหมด" คำพูดของพี่ฉอด สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา แห่งคลับฟรายเดย์ รายการปรึกษาปัญหาชีวิตที่จัดคู่กับ นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล หรือพี่อ้อย น่าจะเป็นคำตอบ

แต่ไม่ว่าคุณจะเป็นคนยุคไหน เจน Z มิลเลนเนียล เจน X หรือเผชิญโลกมาก่อนหน้านั้น ผู้เชี่ยวชาญปัญหาชีวิตและหัวใจทั้งน้าเน็ก พี่อ้อยพี่ฉอดและ อาดำรง เห็นว่าเรื่องราวชีวิตและปมความรักที่พวกเขาช่วยแก้มักเป็นเรื่องราวที่คุ้นชิน

พิษรักมักซ้ำรอยเดิม

เรื่องของการ "อกหัก" "รักคุด" หรือ "ถูกทิ้ง" ไม่ใช่ประเด็นใหม่ในปัญหาความรัก พี่ฉอดบอกกับบีบีซีไทยว่าเธอได้รับฟังเรื่องราวในมุมนี้ทั้งในวันนี้และเมื่อ 15 ปีที่แล้วที่เธอเริ่มทำรายการ

"ถ้ามองภาพรวมแล้ว เราก็ยังวนกันอยู่ที่เรื่องซ้ำ ๆ เดิม ๆ เช่น การนอกใจ รักคนที่เขาไม่รักเรา รักคนมีเจ้าของ ก็จะอยู่ในหมวดหัวข้อเหล่านี้ เพียงแต่ว่าในรายละเอียดในชีวิตของคนแต่ละคน มันอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ถ้าดูรวม ๆ แล้ว ปัญหาความรักเป็นเรื่องซ้ำ ๆ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มันเกิดขึ้นกับเรา มันจะเป็นเรื่องใหม่ทันที" พี่ฉอด อธิบาย

"มุมนึงค่ะ ถ้าบังเอิญว่ามันเกิดขึ้นกับวัยรุ่น เราก็ยังเข้าใจว่า เดี๋ยววันหนึ่งที่มีวุฒิภาวะมากพอ ก็จะเข้าใจว่าทำไมเราถึงตอบแบบนี้ แต่อย่าลืมว่าพอเป็นคนวัยทำงาน เป็นคนวัยกลาง ๆ แล้วนี่ ย่อมรู้จักผิดชอบชั่วดี แต่อย่างที่เคยพูดในรายการบ่อย ๆ คือ ผิดถูกรู้หมด แต่เหลือแค่อดไม่ได้" พี่อ้อยเสริม

จากประสบการณ์ของเธอ พี่อ้อยเห็นว่าหลายคนที่โทรศัพท์มาขอรับคำปรึกษาหรือเป็นแขกมาพูดคุยในรายการ ล้วนมีคำตอบให้กับตัวเอง เพียงแต่เขาและเธอเหล่านั้นต้องการคำปลอบประโลมและกำลังใจ

ไลฟ์สดให้คำปรึกษาคือที่พึ่งที่ขาดหาย

เกตุเสพย์สวัสดิ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา หรือน้าเน็กของแฟนรายการ "อย่าหาว่าน้าเน็กสอน" และอีกหลายรายการที่มียอดติดตามเพจทางออนไลน์กว่า 2 ล้านคน บอกบีบีซีไทยว่าการที่รายการให้คำปรึกษาทั้งความรัก เรื่องเพศศึกษา ปัญหาการเงินและชีวิตที่ออกอากาศมีผู้คนสนใจโทรศัพท์เข้ามาปรึกษาปัญหานั้นเป็นเพราะ "ผู้คนในสมัยนี้ขาดที่ยึดเหนี่ยวทางจิตใจ"

"ก่อนหน้านี้ศาสนาเคยทำหน้าที่นี้อยู่ ผู้คนในสมัยนี้ขาดการส่งต่อทางความคิดจากรุ่นสู่รุ่น จากคนในครอบครัว…แล้วก็กลายเป็นว่าสังคมในยุคปัจจุบัน คนใกล้ตัวเป็นคนที่พูดคุยได้ยากที่สุด สถาบันหลักของทุกคนคือสถาบันครอบครัวกลายเป็นที่ที่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะฝากความหวังไว้ได้…และเพจของเราก็เป็นที่เติมเต็มให้กับสิ่งที่ขาดหายไปนั้น"

ไม่น่าแปลกใจที่นอกจากจะมีคนรอฟังรายการของน้าเน็กพร้อมกันหลายพันคนและยังมีการตั้งกลุ่มคนรักรายการของเขาที่มีสมาชิกหลายหมื่น น้าเน็กเชื่อด้วยว่ารายการนี้ได้เปิดพื้นที่สื่อสารและแลกเปลี่ยนทัศนคติระหว่างคนต่างวัย แม้แต่น้าเน็กเองก็ยอมรับว่าไม่มีโอกาสไหนที่จะเปิดให้เขาได้รับรู้เรื่องราวของเด็กที่มีอายุต่างจากเขานับสิบปี แต่การเปิดสายโทรศัพท์รับฟังปัญหาพร้อมออกอากาศสดท่ามกลาง "คนแปลกหน้า" ที่รอรับฟังจำนวนมากนั้น ทำให้ทั้งผู้จัด ผู้ฟัง และเจ้าของปัญหาเข้าถึงซึ่งกันและกัน

"สิ่งหนึ่งที่เราได้รับจากผู้ชมและมีคุณค่ามากคือเราได้รับความไว้วางใจ เพราะว่าแทบทุกเรื่องที่โทรมาเราต้องได้รับความไว้ใจจริง ๆ คนคนนั้นถึงจะยอมพูดและยอมเปิดเผยกับเรา ผมรู้สึกได้ว่าเพจเรามีคนไว้ใจให้คำปรึกษาในเรื่องหนัก ๆ พูดเรื่องที่เป็นความลับ พูดเรื่องที่เป็นความเป็นความตาย ปรับทุกข์ ระบายอารมณ์ ก่นด่า หรือแม้กระทั่งฝากความหวังอะไรบางอย่างไว้ว่าที่นี่จะมีคำตอบ เราได้รับสิ่งที่เรียกว่าความไว้วางใจ และสิ่งที่เราได้มานั้นสำคัญและมีความหมายกับเราที่สุด" น้าเน็กพูดนิ่ง ๆ ดูแทบจะไม่เหลือเค้าพิธีกรเจ้าสำนวนคำพูด "สองแง่สองง่าม"

แต่ไม่ว่าปัญหาที่ได้รับจะมาในรูปแบบไหน ท้ายที่สุดแล้วผู้ให้คำปรึกษาจะต้องหาคำตอบที่ดีที่สุดมอบให้

"คิดอยู่เสมอว่าไม่ได้ตอบคำถามให้คนที่โทรมาปรึกษา แต่เป็นการหาวิธีคิดให้เขามากกว่าว่าเขาต้องทำยังไงถึงจะรอด" พี่อ้อยกล่าว "คำตอบเรื่องความรักไม่มีอะไรผิด-ถูกเป๊ะ ๆ หรอก และแน่นอน ไม่มีใครไปทำตามที่เราบอกเป๊ะ ๆ เหมือนกัน…แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือถ้ามาคุยกับเรา เราต้องหาวิธีให้คนคนนั้นได้เห็นค่าของตัวเอง ให้รักตัวเองมากขึ้น"

ยุคสมัยเปลี่ยน นิยามรักเปลี่ยน

ความรักของคนในแต่ละยุคอาจมีจุดเริ่มต้นและความยืนยาวต่างกัน ดำรง แห่งคู่สร้างคู่สมเล่าว่า กว่าที่คนสมัยก่อนจะร่วมหอลงโลงกัน จะต้องรอจนความรัก "ตกผลึก" และนั่นคือสิ่งที่ยึดโยงชีวิตคู่

"แต่สมัยนี้มันปุ๊บปั๊บเป็นผัวเมียกันแล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อมันได้กันง่าย ก็เลิกกันง่าย" ดำรงกล่าว

"สมัยก่อนกว่าที่มันจะถึงวันแต่งงานจริง ๆ มันต้องรอกันเป็นแรมปี เพราะฉะนั้นความรักมันก็จะตกผลึก ใช้เวลานานกว่าจะรักกัน พอมีปัญหากันขึ้นมาก็จะนึกถึงว่าแต่ก่อนเรารักกันมาตั้งหลายปี มันมีองค์ประกอบที่ทำให้เลิกร้างกันยาก และใครก็ตามที่หย่าร้างกันมันเสียหาย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงนี่ เป็นหม้ายผัวทิ้ง เป็นหม้ายผัวเลิก มันจะทำให้รู้สึกเสียหาย"

คู่รักถ่ายเซลฟี่
Getty Images
คู่รักในปี 2020 ต่างจากคู่รักในยุคของ "อาดำรง" อย่างไร

ชีวิตรักที่ล้มเหลวอาจเป็นสิ่งที่สร้างตราบาปในยุคหนึ่ง แต่ในยุคปัจจุบันปัญหาอย่างรักสามเส้าอาจจะไม่ใช่เรื่องแย่ที่สุด

พี่อ้อยพี่ฉอด เห็นว่าเรื่องการปันใจหรือการมี "โลกสองใบ" กลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติ

"คนเราถือสาเรื่องการไปรักคนที่มีเจ้าของอยู่แล้วน้อยลงมาก ถ้าเป็นแต่ก่อนเวลามีคนโทรเข้ามา และใช้คำว่ารักคนมีเจ้าของแล้วนี่ ต้องใส่คำว่าแอบไว้ข้างหน้า เพราะว่าเขิน 'อายจังเลยอ่ะฉันแอบรักคนมีเจ้าของ' แต่ปัจจุบันเราสามารถพูดทุกอย่างได้ชัดเจนมาก แต่ก่อนนี้ว่ารักสามเส้าแย่แล้ว ปัจจุบันมีสี่แล้วนะคะ เธอมีคนของเธอ ฉันมีคนของฉัน และเราก็มารักกัน…วันนี้เรารู้สึกว่าการทำผิดพร้อม ๆ กัน ดูราวกับว่าสิ่งนั้นจะไม่ผิด แต่ยังไงก็ผิด" พี่อ้อยกล่าว

ผู้ใหญ่กับชุดความคิดเก่าเรื่องเพศสัมพันธ์

ในรายการตอบปัญหาเรื่องเพศที่น้าเน็กดำเนินรายการคู่กับผู้เชี่ยวชาญ เป็นอีกรายการที่คนหลายวัยโทรเข้ามาขอคำปรึกษาทางเพศอย่างเจาะลึก โดยคนฟังทางบ้านได้รับอย่างใกล้ชิด การขอคำปรึกษาประเภทนี้ทำให้เขาตั้งคำถามว่า

"ไม่แน่ใจว่าในปัจจุบันพ่อแม่พูดคุยเรื่องเซ็กส์กับเด็กแค่ไหนแล้ว แต่จากที่เรารับสายมา พบว่าเหมือนมันแทบจะไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมันเป็นปัญหาสังคมระดับมหภาค เราก็ยังอยู่ในสังคมที่ผู้หลักผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ผู้ปกครองยังมีชุดความคิดแบบเก่าอยู่เยอะมาก และผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่วันนี้มันมีชุดข้อมูลชุดใหม่ที่วัยรุ่นสามารถสืบค้นได้ในอินเทอร์เน็ต"

น้าเน็กหมายถึงภาพ วิดีโอ และเรื่องราวเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ ในขณะที่สังคมไทยยังมองเด็กที่ต้องการมีความรู้เรื่องเพศว่าแก่แดด ต้องการชิงสุกก่อนห่าม และเกรงว่าการพูดเรื่องนี้จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอก

ในคอลัมน์ "ดำรงตอบคำถาม" ที่ดำรงใช้สื่อสารกับคนอ่านนิตยสารคู่สร้างคู่สมทั้งสิ้น 1,005 ฉบับ เป็นเวลากว่า 38 ปี เขาพบว่าคนไทยยังไม่ได้รับความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างทั่วถึง ไม่นับรวมเรื่องความเชื่องมงายอย่างการทำเสน่ห์ยาแฝด ที่ยังมีคนทำอยู่

"ยุคนั้นมันไม่ชัดเจนเท่ายุคนี้ นาน ๆ ที จะเจอคนที่กล้าเปิดเผย เขียนประสบการณ์ส่วนตัวของตัวเองมาเล่าให้ฟัง และสิ่งที่เราทำประจำคือนำข่าวเรื่องสิทธิความเท่าเทียมกันของต่างประเทศมาเสนอ เช่น การประกาศการผ่านกฎหมายแต่งงานของคนเพศเดียวกันในต่างประเทศ เพื่อหวังว่าคนที่อยู่ในกลุ่มนี้จะได้ความรู้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือนักเขียนของเราทุกคนต้องไม่กดขี่ทางเพศ คือเพศอื่น ๆ จะไม่ดูว่าเป็นเรื่องผิดปกติ" ดำรงกล่าว

เช่นเดียวกัน พี่ฉอดเห็นว่าคนรักเพศเดียวกันกล้าที่จะพูดคุยในรายการของเธอมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

"บางคนที่อยู่ในเพศที่สามหรือสี่ก็โทรมาปรึกษาว่ามีความรักแท้สำหรับคนกลุ่มนี้ไหม ซึ่งเราก็ยืนยันไปว่าไม่มีเพศไหนที่ด้อยค่าเกินกว่าจะมีความรักได้นะคะ นี่คือสิ่งที่คิดว่ามันเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่เปลี่ยนไป" พี่ฉอดพูดทิ้งท้าย สิ่งหนึ่งที่ดำรงเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเกี่ยวกับการพูดคุยเรื่องเพศและความรัก คือการเปิดเผยเพศสภาพของคนในยุคปัจจุบัน


คำถามยอดฮิตกับคำตอบของกูรูความรัก 3 ยุค

บีบีซีไทยหยิบคำถามเกี่ยวกับความรักความสัมพันธ์ 3 ข้อที่พบในสังคมออนไลน์มาให้ 3 กูรูความรักช่วยตอบ

1. สินสอดจำเป็นไหม

ดำรง พุฒตาล : จำเป็น เพราะสินสอดสร้างคุณค่าให้ว่าที่เจ้าสาว และแสดงมิตรจิตมิตรใจให้กับพ่อแม่ของเจ้าสาวที่เลี้ยงดูลูกมา

พี่อ้อย : สินสอดเป็นสิ่งที่พ่อแม่ใช้วัดใจว่าคนคนหนึ่งพร้อมจะดูแลลูกสาวต่อไหม…บางคนไม่เอาสินสอดสักบาท ไม่ได้แปลว่าเขาไม่เห็นคุณค่าของลูกสาว แต่เขาเห็นแล้วว่าคนคนนี้น่ารักมากพอที่จะดูแลลูกสาวต่อไป

น้าเน็ก : การแต่งงานคือการรวมกลุ่มของผู้ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกันทางสายเลือด…และย้ายไปอยู่กับครอบครัวของบางคน นั่นหมายความว่าอีกครอบครัวต้องเสียแรงงานไป การให้เงินตรงนี้ชดเชยก็เป็นธรรมเนียมอย่างหนึ่ง...การโอ้อวดสินสอด อาจจะดูดีต่อผู้พบเห็น แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจถึงวัตถุประสงค์จริง ๆ ของการมีสินสอด

2. เริ่มมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุ 15 ปี เร็วไปไหม

ดำรง : เร็วเกินไป ยังเด็กเกินไป ยังขาดความรับผิดชอบ ยังขาดวิธีคิดที่ลึกซึ้ง ฝ่ายหญิงจะเสียเปรียบมาก อายุ 18 น่าจะกำลังพอดีในเรื่องของสภาพร่างกายและจิตใจ

พี่ฉอด : เป็นเรื่องของการรับผิดชอบ...มันไม่ใช่แค่เรื่องท้อง แต่หมายถึงของความรู้สึกของตัวเองด้วย…หากคนที่เราพลาดพลั้งไปมีอะไรด้วยเขาลุกขึ้นและเดินสะบัดไปแบบไม่สนใจใยดีอะไรเลย เราพร้อมไหมที่จะรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเอง

น้าเน็ก : ผมพยายามคิดแบบแนวคิดเสรีนิยมสุดโต่งเลย ถ้าคุณมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุ 15 ปี แล้วคุณท้อง มีลูก แต่คุณสามารถเรียนหนังสือได้ ระบบการศึกษาไม่กีดกัน คุณสามารถทำหน้าที่รับผิดชอบของตัวเองในการหาความรู้ เพื่อที่จะเติบโตเป็นอะไร ผมว่าแบบนั้นการมีเพศสัมพันธ์ตอนอายุ 15 ก็ไม่มีปัญหา…ถ้าเป็นเพศสัมพันธ์เพื่อสันทนาการและมีแบบรับผิดชอบไม่ให้เกิดโรคติดต่อและการตั้งท้องไม่ทำให้ความรับผิดชอบที่ต้องทำถูกลดทอนไป ผมว่าเรื่องนั้นก็ไม่ใช่ปัญหาเช่นกัน

3. ผู้หญิงใช้เซ็กส์ทอย ถือว่าเป็นคนแรงไหม

ดำรง : ผมว่าการใช้เซ็กส์ทอยน่าจะดีกว่าการไปมีเซ็กส์กับผู้ชายทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงวัย ใช้เซ็กส์ทอยอย่างน้อยมันก็ไม่ตั้งท้อง และก็ไม่เสียชื่อด้วย

พี่อ้อย-พี่ฉอด : ถ้าน้องไม่ได้ใช้ตอนอยู่บนรถไฟฟ้าก็ไม่น่าจะแรงนะ...มันเป็นคำถามที่คล้าย ๆ กับว่าเดินแก้ผ้าผิดไหม ก็น้องไม่ได้เดินแก้ผ้าตามสยามนี่

น้าเน็ก : ผมว่ามนุษย์ทุกคนมีสิทธิ์เข้าถึงเซ็กส์อย่างเท่าเทียมกัน ทุกรูปแบบทุกวิธีการ ตราบใดที่ไม่สร้างความเดือนร้อนให้ใคร… คุณจะรู้ได้ยังไงว่ารสนิยมทางเพศของผมเป็นอย่างไร ผมอาจจะเป็นผู้ที่ชอบมีเพศสัมพันธ์กับแตงโมก็ได้ แต่ผมก็ทำในบ้านของผม นั่นหมายความว่า มันเกิดในที่ลับ และเป็นเรื่องส่วนบุคคลของผม ไม่ได้สร้างความเดือนร้อนให้ใคร ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์ทุกผู้นามและเพศสภาพจะใช้ เซ็กส์ทอย โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไม่สามารถ ระบายความต้องการทางเพศได้ง่ายเหมือนผู้ชาย


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ วาเลนไทน์ : ฟังมุมมองรักของกูรู 3 สมัย น้าเน็ก พี่อ้อย-พี่ฉอด อาดำรง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง