Khaosod
Online

วันศุกร์ ที่ 28 ก.พ. 2563

โคโรนา : WHO ยกย่องนายกฯ สิงคโปร์ เป็นผู้นำที่สื่อสารมีประสิทธิภาพที่สุดในวิกฤตโรคระบาด

13 ก.พ. 2563 - 01:06 น.

องค์การอนามัยโลก (WHO) และผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขยกย่อง นายกรัฐมนตรี ลี เซียนลุง ของสิงคโปร์ให้เป็นต้นแบบในการรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน บรรเทาความตื่นตระหนก ขจัดข่าวลือและทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ ขณะเดียวกันติงการสื่อสารที่สร้างความสับสนให้ประชาชนของผู้นำฮ่องกงและไทย

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า แถลงการณ์ความยาว 9 นาที ที่เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์แห่งชาติสิงคโปร์เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ของนายลี ช่วยขจัดความวิตกกังวลของประชาชนได้อย่างเห็นผลทันที

"ความหวาดกลัวจะสร้างความเสียหายยิ่งกว่าเชื้อไวรัส" นายลี แถลงทางโทรทัศน์ เป็น ภาษาอังกฤษ จีน และ มาเลย์ หลังจากมีข่าวว่าชาวบ้านพากันแห่เข้าคิวตามซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ เพื่อกักตุนอาหารและของใช้ที่จำเป็นตั้งแต่ 7 ก.พ.

Residents in Singapore stock up on food and necessities after the Singapore Ministry of Health raised its Disease Outbreak Response System Condition (DORSCON) level from yellow to orange with regards to the coronavirus outbreak
EPA
ชาวสิงคโปร์แห่กักตุนอาหาร หลังทางการยกระดับเตือนภัยความเสี่ยงการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นสีส้ม ซึ่งเป็นระดับเดียวกับที่เคยประกาศในช่วงที่เกิดการระบาดของโรคซาร์สในปี 2003

จากนั้น ผู้นำสิงคโปร์ได้ให้แนวทางแก่ประชาชนในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เช่น การรักษาสุขอนามัย ขณะเดียวกันได้ให้ความมั่นใจว่าสิงคโปร์มีสินค้าที่จำเป็นต่าง ๆ เพียงพอ

นอกจากนี้ นายลียังสร้างความอุ่นใจให้แก่ชาวสิงคโปร์ว่าเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากับโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง หรือ โรคซาร์ส ที่เคยระบาดเมื่อปี 2003 ซึ่งนั่นหมายความว่าผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง

ขณะเดียวกัน นายลี ยังระบุว่า รัฐบาลจะปรับเปลี่ยนวิธีการรับมือหากโรคได้แพร่ระบาดเป็นวงกว้างเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาคนไข้ล้นโรงพยาบาล พร้อมยืนยันจะคอย "แจ้งข้อมูลให้ทราบทุกขั้นตอน"

แถลงการณ์ดังกล่าวของผู้นำสิงคโปร์ได้ถูกนำไปเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเชื้อชาติของประเทศ

https://www.facebook.com/leehsienloong/videos/1284271178628870/

บลูมเบิร์กรายงานว่า สถานการณ์ได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังมีแถลงการณ์ของนายลีเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งแสดงให้เห็นการทำงานที่มีประสิทธิผลของทางการสิงคโปร์ ในภาวะที่รัฐบาลประเทศอื่นในภูมิภาคต่างประสบปัญหาเรื่องการสื่อสารที่ประสิทธิภาพกับประชาชนจนทำให้เกิดกระแสความตื่นตระหนกและความสับสนในการป้องกันตนเองจากโรคระบาดครั้งนี้

น.ส.โอลิเวีย ลอว์-เดวีส์ โฆษกองค์การอนามัยโลก ระบุว่า ความโดดเด่นในการสื่อสารในยามวิกฤตของสิงคโปร์สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการสื่อสารกับประชาชนเป็นวงกว้าง

"ก่อนจะมีการตรวจพบผู้ติดเชื้อรายแรก สิงคโปร์ได้เตรียมการรับมือเพื่อให้มีการตรวจจับและรับมือกับโรคอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงการเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและสื่อสารกับประชาชนและเจ้าหน้าที่สาธารณสุข" โฆษกองค์การอนามัยโลกกล่าว

โปร่งใสไม่ปกปิดข้อมูล

สิงคโปร์ ซึ่งมีประชากร 5.7 ล้านคน ตรวจพบผู้ได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างน้อย 45 ราย ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 นอกประเทศจีน รองจากญี่ปุ่น

ดร.แคลร์ ฮุกเกอร์ จากมหาวิทยาลัยซิดนีย์ ซึ่งตามศึกษาเรื่องการรับมือต่อโรคระบาดและโรคติดเชื้อของทางการประเทศต่าง ๆ มาราว 20 ปี ชี้ว่า "ถ้อยแถลงของนายลีเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นในการสื่อสารท่ามกลางความเสี่ยง...มันให้แนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมต่อประชาชน โดยเป็นการให้มาตรการควบคุมแก่ประชาชนที่รู้สึกว่ากำลังเสี่ยงจะสูญเสียการควบคุม" ในวิกฤตโรคระบาดที่เกิดขึ้น

ขณะที่นายโธมัส อับราฮัม เจ้าของหนังสือ Twenty First Century Plague, the Story of SARS และที่ปรึกษาการสื่อสารความเสี่ยงขององค์การอนามัยโลก ระบุว่า ถ้อยแถลงของผู้นำสิงคโปร์ได้ผลเพราะชาวสิงคโปร์มีความเชื่อมั่นในความสามารถและความโปร่งใสของรัฐบาลอย่างสูง

"นายกรัฐมนตรีลีไม่ได้ปกปิดข้อเท็จจริงใด ๆ หรือลังเลที่จะพูดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายลง" นายอับราฮัม กล่าว

ข้อความที่สับสน

ในฮ่องกง ภาพที่นางแครี แลม ผู้ว่าการเขตบริหารพิเศษฮ่องกง แถลงข่าวเรื่องมาตรการรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ โดยการสวมหน้ากากอนามัยและการสั่งปิดพรมแดนที่ติดกับจีนแผ่นดินใหญ่นั้นได้จุดกระแสความไม่เชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

พยาบาลในฮ่องกงได้ผละงานประท้วง ส่วนประชาชนได้ต่อต้านจุดกักกันโรคอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันก็เกิดปัญหาสินค้าประเภทกระดาษชำระ ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มือ ข้าวสาร และสินค้าจำเป็นอื่น ๆ ขาดตลาดนานกว่าหนึ่งสัปดาห์

ในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 4 ก.พ.นั้น นางแลมระบุว่า ฮ่องกงไม่มีแผนจะออกกฎหมายใหม่เพื่อควบคุมการจำหน่ายหน้ากากอนามัย และเรียกร้องให้ประชาชนลดการอยู่ในที่ชุมชนที่มีผู้คนแออัด

ในขณะที่มีชาวจีนแผ่นดินใหญ่เดินทางเข้าฮ่องกงเพียง 52 คนเมื่อวันที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา นางแลมชี้ว่าการปิดพรมแดนกับจีนโดยสมบูรณ์นั้นไม่มีประโยชน์อีกต่อไป "เราขอให้ชาวฮ่องกงอยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้" เธอกล่าว

ส่วนในประเทศไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธาราณสุข ได้กล่าวขออภัยหลังเอ่ยปากไล่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่ยอมสวมหน้ากากอนามัยกลับประเทศ ส่งผลให้แฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย กลับมาเป็นกระแสที่พูดถึงทางทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เมื่อ 27 ม.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกแถลงทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งปรเทศไทย ราว 10 นาที โดยชี้แจงว่ารัฐบาลได้บูรณาการการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรับมือ ป้องกัน และสร้างการรับรู้ที่ถูกต้อง แม่นยำ ให้แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ หลังจาก 2 วันก่อนหน้า แฮชแท็ก #รัฐบาลเฮงซวย พุ่งขึ้นอันดับต้นของเทรนด์ทวิตเตอร์ในไทยด้วยยอดทวีตกว่า 400,000 ครั้ง


ติดตามข่าวสด



ภาพที่



อัลบั้มภาพ โคโรนา : WHO ยกย่องนายกฯ สิงคโปร์ เป็นผู้นำที่สื่อสารมีประสิทธิภาพที่สุดในวิกฤตโรคระบาด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง