Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 6 มี.ค. 2564

กราดยิงโคราช : ความสูญเสียจากเหตุกราดยิง นำมาสู่การตรวจสอบธุรกิจในค่ายทหาร

15 ก.พ. 2563 - 21:29 น.

กราดยิงโคราช : ความสูญเสียจากเหตุกราดยิง นำมาสู่การตรวจสอบธุรกิจในค่ายทหาร – BBCไทย

เสียงเพลงบรรเลงงานศพค่อย ๆ เบาลง พิธีกรเริ่มอ่านประวัติของนางอนงค์ มิตรจันทร์ ผู้วายชนม์ ต่อหน้าแขกราว 100 คนที่มาร่วมงานฌาปนกิจที่วัดถนนหัก ซึ่งอยู่ไม่ไกลนักจากบ้านที่เธอถูกยิงเสียชีวิต

นางอนงค์พื้นเพเป็นชาว อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร เป็นลูกคนโตในจำนวนพี่น้อง 6 คน เมื่อเรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ออกจากโรงเรียนมาช่วยพ่อแม่ทำงานหาเลี้ยงครอบครัว ต่อมาสมรสกับ พ.อ.นฤพล มิตรจันทร์ มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คือ นางสุภาภรณ์ มิตรจันทร์ ซึ่งเสียชีวิตแล้ว และ น.ส.พรลภัทร์ มิตรจันทร์

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI / พ.อ.นฤพลและน.ส.พรลภัทร์ สามีและลูกสาวของนางอนงค์ วางดอกไม้จันทน์หน้าศพ

“คุณแม่อนงค์และสามีได้นำพาลูก ๆ ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว หาเลี้ยงครอบครัวอย่างขยันขันแข็งและมุมานะอุตสาหะจนทำให้ครอบครัวมีฐานะดีขึ้นเป็นตามลำดับ จนมีคนรู้จักในวงสังคมและเป็นที่เคารพนับถือทั่วไป ประกอบกับคุณแม่อนงค์ชอบสร้างบุญกุศล จรรโลงในทางพระพุทธศาสนาเป็นประจำ” พิธีกรพูดผ่านเครื่องขยายเสียงในงานฌาปนกิจนางอนงค์เมื่อวันที่ 13 ก.พ.

“แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดถึงว่าจะเกิดขึ้นกับครอบครัวมิตรจันทร์ ในวันที่ 8 ก.พ. 2562 เวลาประมาณ 14.00 น. ได้มีคนร้ายบุกไปที่บ้านพักของคุณแม่อนงค์ และใช้อาวุธปืนยิงไปยังคุณแม่อนงค์จนถึงแก่ความตาย รวมสิริอายุ 63 ปี”

สิ้นเสียงพิธีกร พ.อ.นฤพล สามี และน.ส.พรลภัทร์ ลูกสาวคนเล็กของนางอนงค์ซึ่งยังคงร้องไห้อยู่เป็นระยะเดินมายืนด้านหน้าเมรุเผาศพเพื่อขอบคุณแขกและแจกของชำร่วย กลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งออกจากเมรุ ผู้ร่วมงานทยอยเดินทางกลับ เหลือเพียงเพื่อนนายทหารของ พ.อ.นฤพลที่ผลัดเปลี่ยนกันมาร่ำลาและให้กำลังใจ

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI / น.ส.พรลภัทร์ มิตรจันทร์ สูญเสียแม่และสามีในเหตุการณ์ครั้งนี้

เจ้าหน้าที่วัดจัดเก็บโต๊ะเก้าอี้ ขนพวงหรีดไปกองรวมกัน หนึ่งในนั้นเป็นพวงหรีดจากกระทรวงยุติธรรม วัดถนนหักกลับมาอยู่ในความเงียบวังเวงอีกครั้ง

นางอนงค์เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิต 29 คนจากเหตุการณ์ที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ทหารชั้นประทวนวัย 32 ปี สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก่อเหตุยิงหลายจุดในเมืองโคราชช่วงบ่ายวันที่ 8 ต่อถึงเช้าวันที่ 9 ก.พ. เริ่มจากบ้านพักของนางอนงค์ ซึ่งผู้ก่อเหตุได้ลั่นไกสังหาร พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ ผู้บังคับบัญชาของเขา และนางอนงค์ซึ่งเป็นแม่ยายของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์เสียชีวิต จากนั้นไปกราดยิงใส่ผู้คนที่วัดป่าศรัทธารวมและห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 โคราช ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะถูกเจ้าหน้าที่วิสามัญฆาตกรรมในช่วงเช้าของวันที่ 9 ก.พ. นับเป็นศพที่ 30 ในเหตุสะเทือนขวัญนี้

ข้อมูลจากการสอบสวนของตำรวจซึ่งสันนิษฐานว่าเหตุรุนแรงครั้งมีที่มาจากข้อพิพาทเรื่องเงินและการซื้อขายบ้านที่ผู้ก่อเหตุซื้อจากนางอนงค์ รวมทั้งคำยืนยันจาก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ที่ระบุว่าทหารผู้ก่อเหตุ “ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากผู้บังคับบัญชาและเครือญาติ” จากการซื้อขายที่ดินและผิดสัญญากันในเรื่องผลตอบแทน ทำให้นางอนงค์ไม่ได้มีสถานะเป็นเพียง “เหยื่อ” คนหนึ่งในเหตุการณ์ แต่เป็นคนที่สังคมสงสัยว่าธุรกิจอะไรกันแน่ที่เธอทำและมันนำมาสู่เหตุรุนแรงครั้งนี้จริงหรือไม่

สมาชิกใหม่แห่งบ้านโป่งแมลงวัน

บีบีซีไทยเดินทางไปที่บ้านโป่งแมลงวัน ต.โคกกรวด อ.เมือง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ซื้อจากนางอนงค์โดยกู้เงินจาก กรมสวัสดิการทหารบก

นายสมชาย รอสูงเนิน ผู้ใหญ่บ้านโป่งแมลงวัน บอกกับเราว่าเขารู้จักทั้งนางอนงค์และ จ.ส.อ.จักรพันธ์

“บ้านเลขที่ของเขา (จักรพันธ์) คือ 321/8 นางอนงค์มาขอบ้านเลขที่หลังนี้เมื่อเดือน ก.ค.2562” ผู้ใหญ่สมชายให้ข้อมูล “ผมไม่เคยคุยกับจ่าคนนี้นะ แต่เห็นเขาอยู่หน้าบ้านบ่อย ๆ ตอนเกิดเหตุ (กราดยิง) ผมเห็นหน้าเขาในทีวี ยังคุยกับลูกบ้านเลยว่าทหารคนนี้มาซื้อบ้านอยู่ในหมู่บ้านของเรา ส่วนป้าอนงค์เคยเจอกันหลายครั้ง ตอนที่มาขอเลขที่บ้าน แกเป็นคนตรง ๆ ออกจะโผงผางไปหน่อย”

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI

ผู้ใหญ่บอกว่าไม่เคยรู้เรื่องว่านางอนงค์กับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ มีปัญหาขัดแย้งกันเกี่ยวกับการซื้อขายบ้านหลังนี้

“เดิมที่ดินตรงนี้เป็นไร่ของชาวบ้าน หลายสิบปีก่อนมีทหารมาซื้อรวม ๆ แล้วก็ราว 52 ไร่ แล้วนำไปจัดสรร ช่วงที่ผมเป็นผู้ใหญ่บ้าน เขาก็เริ่มมาดูที่ แล้วบางคนก็เห็นว่าที่มันไกล ทุรกันดาร ก็บอกขายกัน แล้วป้าอนงค์ก็เริ่มเข้ามาซื้อทีละแปลง ๆ แปลงละ 60-80 ตารางวาแล้วก็สร้างบ้านขายให้ทหาร” ผู้ใหญ่สมชายเล่าที่มาของโครงการบ้านจัดสรรของทหารในพื้นที่ที่เขาดูแล

“ผมไม่รู้ข้อมูลว่าเขาซื้อขายกันยังไง แต่พอบ้านเสร็จ ป้าอนงค์ก็จะมาขอทะเบียนบ้าน จำได้ว่าออกทะเบียนบ้านให้ไปประมาณ 10 กว่ารายแล้ว เจ้าของเป็นทหารทุกราย ส่วนใหญ่ยศนายสิบกับจ่า”

ที่ดินที่นางอนงค์ซื้อและปลูกบ้านขายให้ทหารนั้นล้อมรอบด้วยไร่ข้าวโพด ไร่มันสำปะหลัง จากถนนใหญ่ต้องขับรถมาบนทางลูกรังขรุขระที่ตัดผ่านไร่เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร หน้าแล้งฝุ่นดินแดงและซากพืชแห้ง ๆ ปลิวฟุ้งในอากาศ หน้าฝนคงเดินทางเข้า-ออกทุลักทุเลไม่น้อย

บ้านของ จ.ส.อ.จักรพันธ์เป็นบ้านแฝด สร้างบนที่ดินประมาณ 50 ตารางวา บ้านหลังติดกันเป็นของเพื่อนทหารที่เขาชวนมาซื้อด้วยกัน เยื้อง ๆ ไปอีกราว 200 เมตร เป็นทาว์นเฮาส์ประมาณ 10 หลัง บางหลังมีคนมาเช่าอยู่ในราคาเดือนละ 3,000 บาท

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI / ทาวน์เฮาส์ในโครงการของนางอนงค์ส่วนใหญ่ถูกทิ้งร้าง มีหญ้าขึ้นรก แต่บางหลังก็มีคนมาเช่าอยู่

ดูเหมือน จ.ส.อ.จักรพันธ์จะจัดสวนหน้าบ้านไว้ค้างอยู่ หลุมที่ขุดไว้กลางสนามหญ้าเล็ก ๆ มีร่องรอยการวางท่อน้ำ เขาอาจวางแผนทำบ่อน้ำพุ รอบ ๆ บ่อปลูกตะไคร้ ว่านหางจระเข้ ต้นไทรเกาหลี และต้นเข็มที่แห้งตายไปแล้ว

หน้าประตูบานเลื่อนมีรองเท้าทหารคู่เก่าที่เลอะดินโคลนเกรอะกรังกับรองเท้าแตะหนึ่งคู่ถอดไว้ มองเข้าไปข้างในบ้านเห็นเสื้อยืดทหารตัวเก่าวางบนพื้น กรรไกรตัดหญ้า ขวดน้ำและเต็นท์ลายพรางไว้กันยุงเวลานอนตอนกลางคืน บนหลังชั้นวางของเตี้ย ๆ มี “ประกาศกองทัพภาคที่ 2 เรื่องชมเชยการปฏิบัติหน้าที่” ใส่กรอบอย่างดีตั้งโชว์ไว้คู่กับรูปพิธีรับประกาศ

THAI NEWS PIX / รองเท้าคอมแบตที่คาดว่าเป็นของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ถอดไว้ที่หน้าบ้าน

ประกาศฉบับนี้มีเนื้อหาชมเชย จ.ส.อ.จักรพันธ์ นายสิบตรวจสภาพกระสุน สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุน ซึ่งได้คะแนนรวม 90 คะแนนจากคะแนนเต็ม 120 คะแนน ในการแข่งขันคัดเลือกทีมยิงปืนทางยุทธวิธีของกองทัพภาคที่ 2 เมื่อเดือน พ.ย.2558 ซึ่ง “แสดงให้เห็นขีดความสามารถและความตั้งใจ” และขอให้กำลังใจและ “เป็นตัวอย่างอันดีในการปฏิบัติหน้าที่สืบไป”

“คนยิงคือคนที่ผมสร้างบ้านให้ คนตายผมก็รู้จัก”

ไม่ไกลนักจากบ้านของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ คนงานกำลังก่อสร้างบ้านอีกหลังหนึ่ง แต่นางทองคำ โรพันธ์ดุง อายุ 60 ปี เจ้าของบ้านบอกว่าบ้านของเธอไม่ได้อยู่ในโครงการของนางอนงค์

นางทองคำบอกว่าสามีของเธอเป็นนายทหารเกษียณอายุราชการ กู้เงินจากกรมสวัสดิการทหารบกมาซื้อที่ดินแปลงนี้ไว้นานแล้ว หลังเกษียณจึงมาปลูกบ้านไว้เพื่อเตรียมย้ายออกจากบ้านพักทหาร

นางทองคำแนะนำให้เรารู้จักกับนายประสิทธิ์ โคกขุนทด หรือ “ช่างจ้อน” ซึ่งเป็นคนงานที่สร้างบ้านของ จ.ส.อ.จักรพันธ์ หรือที่ช่างเรียกอย่างเป็นกันเองว่า “จ่าจักร”

ช่างจ้อนบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาได้รับการว่าจ้างจาก “คุณเก๋” ให้มาก่อสร้างบ้านแฝดบนที่ดินดังกล่าวช่วงเดือน เม.ย.- ก.ค. 2562

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI / ช่างจ้อนใส่เสื้อคนงานก่อสร้างของ บริษัท พรลภัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด บีบีซีไทยติดต่อไปที่เบอร์โทรศัพท์ด้านล่างชื่อบริษัท แต่ไม่มีผู้รับสาย

“คุณเก๋” ที่ช่างจ้อนพูดถึงคือ น.ส.พรลภัทร์ มิตรจันทร์ เจ้าของบริษัทพรลภัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของนางอนงค์และภรรยาของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ที่ถูก จ.ส.อ.จักรพันธ์ยิงเสียชีวิต

“คุณเก๋เป็นคนดี ค่าแรงไม่เคยติดค้าง มีแต่ให้ผมเบิกล่วงหน้า” เขาบอก

“พอคุณเก๋ติดต่อมา ผมก็ไปหาคนงานมาได้ 8 คน เราทำงานเฉพาะส่วนโครงสร้าง ได้ค่าแรง 120,000 บาท ช่วงก่อสร้างจ่าจักรเขามาดูบ้านบ่อย มาดูแล้วก็ถ่ายรูป เขาก็ดูปกติดีนะ ไม่เคยบ่นให้ฟังว่ามีปัญหาเรื่องเงินทอง ตอนเย็นหลังเลิกงานเขาจะเข้ามารดน้ำต้นไม้เกือบทุกวัน เสาร์อาทิตย์ก็จะมานอนค้าง” ช่างจ้อนเล่า

“โครงการนี้มีกี่หลังไม่รู้ แต่ผมสร้าง 2 หลังคู่กัน เป็นของจ่ากับเพื่อนเขา ช่วงปีใหม่จ่าจักรยังชวนไปสังสรรค์ด้วย แต่ผมไม่ได้ไป”

ช่างจ้อนบอกว่าเขาตกใจมากเมื่อรู้ว่า “จ่าจักร” เป็นมือปืนที่กราดยิงคนเสียชีวิตจำนวนมาก “คนที่ยิงคือคนที่ผมสร้างบ้านให้ คนที่ตายผมก็รู้จัก เพราะเป็นแม่ของคนที่จ้างผม”

ส่วนบุคคลหรือทำเป็นขบวนการ

รายงานแจ้งเหตุของพนักงานสอบสวนที่ส่งให้ผู้บังคับบัญชาและมีการเผยแพร่ในกลุ่มไลน์ผู้สื่อข่าวสายอาชญกรรมหลัง จ.ส.อ.จักรพันธ์ก่อเหตุยิงนางอนงค์และ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ระบุว่า “สาเหตุเบื้องต้นสันนิษฐานว่าเกิดจากการที่ผู้ก่อเหตุไปทวงเงินค่านายหน้าค่าซื้อขายที่ดิน โดยผู้ก่อเหตุมาทวงค่านายหน้า และตกลงกันไม่ได้จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป” นับเป็นจุดเริ่มต้นที่นำไปสู่การหาความจริงเกี่ยวกับธุรกิจของนางอนงค์

10 ก.พ. นายอัจฉิรยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กชมรมฯ เปิดเอกสารที่เขาอ้างว่าเป็นเอกสารการจ่ายเงินกู้เพื่อการเคหะสงเคราะห์ของกองการออมทรัพย์ กรมสวัสดิการทหารบก (อทบ.) ที่จ่ายให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ผู้กู้ โดยนายอัจฉริยะสรุปว่าเอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานว่ามีการ “เบี้ยวเงินส่วนต่างค่าบ้านที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ทวงเงินแล้วไม่ได้จนก่อเหตุยิง”

นายอัจฉริยะอ้างว่า จ.ส.อ.จักรพันธ์ได้รับอนุมัติเงินกู้จาก อทบ. ทั้งหมด 1,125,000 บาท ในจำนวนนี้ต้องจ่าเป็นค่าสร้างบ้าน 750,000 บาท คงเหลือเงินส่วนต่างหรือที่นายอัจฉริยะเรียกว่า “เงินทอน” อีก 375,000 บาทที่เจ้าของโครงการคือนางอนงค์ต้องจ่ายคืนให้ จ.ส.อ.จักรพันธ์ รวมกับค่านายหน้าที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ชักชวนเพื่อนทหารซื้อบ้านในโครงการเดียวกันอีก 50,000 บาท

นอกจากนี้ยังมีนายทหารชั้นผู้น้อยบางคนที่ออกมาเปิดเผยกับนายอัจฉริยะและสื่อบางสำนักว่าพวกเขาถูก “เบี้ยว” ในลักษณะเดียวกันนี้ โดยระบุว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ กล่าวคือเจ้าของโครงการบ้านจัดสรรที่เป็นเครือญาติของนายทหารนำโครงการมาเสนอขายให้ทหารชั้นผู้น้อยในราคาถูก พร้อมกับจัดหาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลด้านการอนุมัติเงินกู้ของกรมสวัสดิการทหารบกมาประเมินราคาบ้านให้สูงกว่าความเป็นจริงเพื่อขออนุมัติเงินกู้ในวงเงินที่สูง ๆ นอกจากนี้ยังมีผู้บังคับบัญชาที่เซ็นหนังสือรับรองเพื่อให้การอนุมัติเงินกู้ง่ายขึ้น

ทั้งหมดนี้ พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ไม่มีขบวนการเงินทอน กองทัพและกรมสวัสดิการทหารบกไม่ได้ประโยชน์จากเงินส่วนต่างในการกู้เงิน และเชื่อว่าความขัดแย้งเรื่องส่วนต่างจากการกู้เงินนี้เป็นเรื่องของตัวบุคคล

ทางด้าน น.ส.พรลภัทร์ ลูกสาวของนางอนงค์และภรรยาของ พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ ให้สัมภาษณ์อมรินทร์ทีวีว่าเงินที่ จ.ส.อ.จักรพันธ์ตามทวงนั้นเป็น “เงินส่วนลด” จำนวน 50,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวได้คืนให้แล้วผ่าน “นายหน้า” แต่นายหน้าอ้างว่าใช้เงินจำนวนนี้ในการพา จ.ส.อ.จักรพันธ์ไป “เที่ยวกลางคืน” หมดแล้ว

KULTIDA SAMABUDDHI/BBC THAI / น.ส.พรลภัทร์ มิตรจันทร์ สูญเสียแม่และสามีในเหตุการณ์ครั้งนี้

น.ส.พรลภัทร์ยืนยันว่า พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ หรือที่เธอเรียกว่า “พี่บี” ไม่เคยทำร้ายหรือรังแกลูกน้อง และในวันเกิดเหตุนั้น สามีของเธอเป็นคนกลางนัดหมายให้นายหน้ามาเคลียร์กับ จ.ส.อ.จักรพันธ์ แต่กลับเกิดเหตุยิงกันขึ้น

ล่าสุด พล.อ.อภิรัชต์ ได้สั่งการให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก ตรวจสอบโครงการสวัสดิการทหารและธุรกิจในค่ายทหารทั้งหมด และรายงาน ผบ.ทบ.ทันทีที่พบสิ่งผิดปกติ

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ กราดยิงโคราช : ความสูญเสียจากเหตุกราดยิง นำมาสู่การตรวจสอบธุรกิจในค่ายทหาร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง