Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 8 ก.ค. 2563

เอดส์ : ชาย “หาย” ติดเชื้อเอชไอวีเป็นรายที่ 2 ของโลก ด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของแพทย์อังกฤษ

14 มี.ค. 2563 - 07:07 น.

เอดส์ : ชาย “หาย” ติดเชื้อเอชไอวีเป็นรายที่ 2 ของโลกด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของแพทย์อังกฤษ - BBCไทย

แพทย์ในอังกฤษเปิดเผยว่า ชายคนหนึ่งในกรุงลอนดอน เป็นผู้ป่วยรายที่ 2 ของโลกที่ได้รับการรักษาจน "หาย" จากการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งล่าสุดชายผู้นี้ได้เปิดเผยตัวตนให้สาธารณชนได้ทราบเพื่อเป็น "ตัวแทนของความหวัง" ให้แก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก

เรื่องราวของนายอดัม คาสติลเยโฆ วัย 40 ปี เป็นข่าวครึกโครมไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว หลังจากแพทย์ใช้วิธีปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด หรือ สเต็มเซลล์ เพื่อรักษาโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองให้แก่เขา ซึ่งขณะนั้นใช้นามสมมุติ "คนไข้ลอนดอน"

อย่างไรก็ตาม แพทย์พบว่าผู้บริจาคสเต็มเซลล์ให้แก่คนไข้รายนี้มียีนกลายพันธุ์ที่สามารถต้านทานเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ด้วย ส่งผลให้เขาหายจากโรคมะเร็งที่ตรวจพบในปี 2012 และ "ปลอด" จากเชื้อเอชไอวีที่ติดมาตั้งแต่ปี 2003 ไปพร้อม ๆ กัน

แม้ขณะนั้นบรรดาผู้เชี่ยวชาญจะยกให้การรักษาที่ว่านี้เป็น "ความคืบหน้าครั้งสำคัญ" ในการต่อสู้กับเชื้อเอชไอวี สาเหตุของโรคเอดส์ แต่ก็ชี้ว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกได้ว่าคนไข้รายนี้ "หายขาด" จากการติดเชื้อเอชไอวีแล้ว

ปลอดจากเชื้อมา 2 ปีครึ่ง

คณะแพทย์ผู้รักษาระบุว่า จนถึงบัดนี้ครบ 1 ปีแล้ว หลังจากมีการประกาศข่าวความสำเร็จในการรักษานายคาสติลเยโฆเป็นครั้งแรก ซึ่งปัจจุบันแพทย์ตรวจไม่พบเชื้อไวรัสเอชไอวีในเลือด, น้ำอสุจิ และเนื้อเยื่อของเขามาเป็นเวลา 30 เดือนแล้ว นับตั้งแต่หยุดรับการรักษาด้วยยาต้านไวรัส

ศาสตราจารย์ ราวินดรา กุปทา หัวหน้าทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า "นี่แสดงให้เห็นถึงการรักษาเอชไอวีได้หายขาดแทบจะสมบูรณ์"

ศ.กุปทา ชี้ว่า ปัจจุบันคนไข้ปลอดจากเชื้อเอชไอวีมา 2 ปีครึ่งโดยที่ไม่ต้องใช้ยาต้านไวรัส

"ผลการค้นพบของพวกเราแสดงให้เห็นว่าความสำเร็จในการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ซึ่งมีรายงานครั้งแรกเมื่อ 9 ปีก่อนใน 'คนไข้เบอร์ลิน' นั้น สามารถทำซ้ำได้ผล"

ศ.กุปทา หมายถึง กรณีของนายทิโมที บราวน์ หรือรู้จักกันในนาม "คนไข้เบอร์ลิน" ซึ่งเป็นบุคคลแรกในโลกที่หายจากการติดเชื้อเอชไอวีหลังจากได้รับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ ที่ประเทศเยอรมนี เมื่อปี 2011 และปัจจุบันยังคงมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องรับยาต้านไวรัส

SCIENCE PHOTO LIBRARY
ภาพจำลองเซลล์เอชไอวี

การรักษาทำอย่างไร

ดูเหมือนว่าการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จะช่วยยับยั้งไม่ให้เชื้อไวรัสเพิ่มจำนวนในร่างกายผู้ติดเชื้อ เนื่องจากเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันในตัวคนไข้ได้ถูกแทนที่ด้วยเซลล์ที่ต้านทานการติดเชื้อเอชไอวีจากผู้บริจาคนั่นเอง

ซีซีอาร์ 5 (CCR5) เป็นตัวรับเชื้อเอชไอวี-1 (HIV-1) ให้เข้าสู่เซลล์ โดยเอชไอวีสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่พบเป็นส่วนใหญ่

แต่ในคนจำนวนน้อยที่สามารถต้านทานเชื้อเอชไอวีได้นั้น จะมีตัวรับ ซีซีอาร์ 5 ที่กลายพันธุ์ 2 แบบ ทำให้ไวรัสเอชไอวีไม่สามารถเข้าไปในเซลล์ของร่างกายได้ตามปกติ

กรณีของนายคาสติลเยโฆ ได้รับสเต็มเซลล์จากผู้บริจาคที่มี ซีซีอาร์ 5 กลายพันธุ์ จึงทำให้เขาต้านทานเชื้อไวรัสเอชไอวีได้ด้วย

โดยผลการตรวจล่าสุดพบว่า 99% ของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันในตัวนายคาสติลเยโฆ ถูกแทนที่ด้วยเซลล์จากผู้บริจาค

อย่างไรก็ตาม เซลล์ที่มีเอชไอวีอยู่อาจจะยังคงอยู่ในร่างกายในภาวะสงบนานหลายปี จึงทำให้ไม่สามารถพูดได้แน่นอนว่าเชื้อของเขาจะไม่มีวันกลับมาอีก

ไม่ใช่วิธีรักษาสำหรับผู้ติดเชื้อนับล้าน

แม้จะให้ผลลัพธ์อันน่าทึ่ง แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ไม่ใช่วิธีที่เหมาะสมสำหรับใช้รักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีหลายล้านคนทั่วโลก

เพราะในกรณีของนายคาสติลเยโฆและนายบราวน์นั้น มีจุดประสงค์หลักเพื่อรักษาโรคมะเร็ง แต่กลับให้ผลพลอยได้ในการรักษาการติดเชื้อเอชไอวีไปด้วย

เนื่องจากการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ เป็นวิธีรักษาที่มีความเสี่ยงสูง จึงไม่เหมาะที่จะใช้รักษาการติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งปัจจุบันมียาต้านไวรัสที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ยาวนานโดยที่มีสุขภาพแข็งแรง

แต่แพทย์ชี้ว่า ข้อมูลที่ได้จากการรักษานายคาสติลเยโฆและนายบราวน์ จะเป็นประโยชน์ในการคิดค้นพัฒนาการรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยวิธียีนบำบัด (gene therapy) ต่อไปในอนาคต

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เอดส์ : ชาย “หาย” ติดเชื้อเอชไอวีเป็นรายที่ 2 ของโลก ด้วยวิธีปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ของแพทย์อังกฤษ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง