LGBT: เมื่อความรักทำให้ชายข้ามเพศ 2 คน เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นหญิงตามเพศที่เกิดมา

11 มี.ค. 2563 - 20:20 น.

LGBT: เมื่อความรักทำให้ชายข้ามเพศ 2 คน เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นหญิงตามเพศที่เกิดมา – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

โดย ลินดา เพรสส์ลี และ ลูซี พรอกเตอร์

งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดแปลงเพศส่วนใหญ่มักไม่เคยสงสัยในการตัดสินใจของตัวเอง แต่กรณีนี้ต่างออกไป ชายข้ามเพศสองคนได้พบกัน แล้วตกหลุมรักกัน เขาทั้งสองก็ได้ค้นพบและเข้าใจเรื่องเพศของตัวเองอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

เอลลีอายุ 21 ปี เป็นคนเบลเยียม ส่วนแฟนของเธอชื่อเนล อายุ 24 ปี เป็นคนเยอรมัน ทั้งสองเคยรับยาเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนเพื่อให้ร่างกายมีความเป็นชายขึ้น พร้อมกับผ่าตัดเต้านมออกทั้งสองข้าง แต่ตอนนี้ทั้งสองได้หยุดกระบวนการแปลงเพศแล้ว และกลับมาใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงอีกครั้ง

“ฉันดีใจที่ไม่ได้ผ่าตัดมดลูกออกไปด้วย” เนล เล่า “นั่นหมายความว่าฉันสามารถหยุดรับยาเร่งฮอร์โมน และร่างกายฉันจะกลับไปดูเป็นหญิงอีกครั้ง”

ปีที่แล้ว พวกเธอตัดสินใจหยุดรับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนและเริ่มใช้สรรพนามแทนตัวเองในฐานะผู้หญิงอีกครั้ง และฮอร์โมนเอสโตรเจนตามธรรมชาติก็ค่อย ๆ ปรับร่างกายพวกเธอให้กลายเป็นผู้หญิงอย่างเดิม

Nele and Ellie
BBC

เรื่องราวชีวิตของผู้หญิงสองคนนี้ซับซ้อน เอลลีเริ่มรู้สึกอึดอัดใจที่ต้องเป็นผู้หญิงเมื่อเริ่มเป็นวัยรุ่น เธอชอบเล่นกีฬา ชอบทำหลายอย่างเหมือนเด็กผู้ชาย เมื่ออายุ 14 ปี เธอเริ่มชอบผู้หญิงด้วยกันและก็ไปบอกกับพ่อแม่เรื่องนี้

“ฉันออกเดทกับผู้หญิงและก็มีความสุขดี” เอลลีเล่า ต่อมา พี่สาวบอกเธอว่า เธอภูมิใจในตัวตน “ผู้หญิง” ที่ตัวน้องกำลังกลายมาเป็น

“ตอนนั้นฉันก็คิดขึ้นมาว่า อ๋อ นี่ฉันเป็นผู้หญิงแล้วเหรอ ฉันรู้สึกอึดอัดที่จะเป็นอย่างนั้น ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะเป็นเด็กผู้ชายนะ ฉันแค่ไม่อยากเป็นผู้หญิง ฉันแค่อยากอยู่กลาง ๆ และทำอะไรก็ตามที่อยากทำ”

สำหรับเนลก็เช่นกัน การเติบโตในร่างผู้หญิงเป็นเรื่องยากลำยาก เธอเล่าว่าเมื่อเริ่มเป็นสาว ตัวเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเริ่มมีหน้าอก และทำไมแม่ต้องไม่ให้ถอดเสื้อออกนอกบ้านเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่น ๆ

เมื่อโตขึ้นอีก เธอมักโดนผู้ชายพูดจาแทะโลม ทำให้เธอรู้สึกว่าถูกสังคมมองว่าเป็นสิ่งยั่วยวน แทนที่มีตัวตนเป็นคน ๆ หนึ่ง

เมื่อเนลโตขึ้นเรื่อย ๆ เธอมองว่าร่างกายตัวเองใหญ่ไปและเริ่มมีปัญหาพฤติกรรมการกินผิดปกติ

เนลชอบผู้หญิงแต่ก็ไม่กล้าออกมาเปิดเผยว่าตัวเองเป็นเลสเบียน

“ฉันคิดว่าตัวเองจะเป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจ ว่าเพื่อน ๆ จะไม่อยากเจอฉันอีกแล้วเพราะกลัวว่าฉันจะไปจีบพวกเขาเสียเอง”

Nele as a teenager, a trans man, and today
Nele
เนลตอนที่เป็นวัยรุ่น เป็นผู้ชายข้ามเพศ และก็ปัจจุบัน

เมื่ออายุได้ 19 ปี เนลออกมาเปิดเผยว่าตัวเองชอบทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่เธอก็ยังอึดอัดกับการเป็นจุดสนใจของผู้ชายและไม่ชอบที่จะมีร่างเป็นผู้หญิง และเธอก็เริ่มวาดฝันที่จะผ่าตัดเต้านมออก

“แต่ฉันก็คิดขึ้นว่า แต่ฉันไม่ใช่ผู้ชายข้ามเพศ แล้วฉันก็คิดอีกว่า บางทีฉันอาจจะแกล้งเป็นชายข้ามเพศก็ได้ จากนั้นฉันก็หาข้อมูลเพิ่มขึ้น และสิ่งที่ผู้ชายข้ามเพศหลายคนบอกเล่ามันเหมือนกับประสบการณ์ของฉันมาก เช่นว่า อึดอัดกับร่างกายตัวเองมาตลอด ตอนเด็ก ๆ อยากเป็นเด็กผู้ชาย”

ความทุกข์ใจในเพศสภาพ

ภาวะขัดแย้งที่คนข้ามเพศต้องเผชิญเรียกว่า “ความทุกข์ใจในเพศสภาพ” (gender dysphoria) ณ จุดหนึ่ง เนลเริ่มคิดว่าเธอไม่ต้องเสแสร้งเป็นคนข้ามเพศอีกต่อไป แท้จริงเธอก็คือผู้ชายข้ามเพศคนหนึ่ง ตอนนั้น เธอมีเพียง 2 ทางเลือกเท่านั้น แปลงเพศหรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย เธอเข้าไปขอคำปรึกษาช่วยเหลือจากองค์กรช่วยเหลือกลุ่มคนข้ามเพศ และเธอก็ถูกส่งไปพูดคุยกับนักบำบัด

นักบำบัดคนดังกล่าวสรุปกับเนลอย่างมั่นใจมากว่าเธอเป็นผู้ชายข้ามเพศจริง ๆ และไม่เกิน 3 เดือนหลังจากนั้นเธอก็เริ่มรับยาเร่งฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

ด้านเอลลี เธออายุเพียง 16 ปี ตอนที่เริ่มมั่นใจว่าจะขอรับยาเพิ่มฮอร์โมน เธอเห็นผู้ชายข้ามเพศในยูทิวบ์ที่เปลี่ยนจากการเป็นเลสเบียนขี้อายเป็นหนุ่มหล่อชื่อดัง และนั่นทำให้เธอคิดว่าเธอจะเป็นแบบนั้นได้บ้าง เริ่มคิดว่าเธอควรจะมีร่างผู้ชาย

แต่ด้วยความที่อายุยังน้อย พ่อแม่เธอต้องยินยอมเรื่องนี้ด้วย หมอคนแรกที่ไปเธอหาพร้อมพ่อแม่บอกว่าเธอควรจะรอก่อน เธอคิดว่าเขาคนนั้นเป็นพวกต่อต้านคนข้ามเพศ และแล้วเธอก็ได้พบหมออีกคนหนึ่งที่สนับสนุนเธอเรื่องนี้

“เขาบอกพ่อแม่ฉันว่าผลกระทบทุกอย่างจากยาสามารถเปลี่ยนคืนกลับมาได้ ฉันรู้ว่านั่นไม่จริงเพราะว่าหาข้อมูลมาแล้ว ฉันรู้ว่าหมอคนนี้เชื่อไม่ได้ แต่ฉันแค่ดีใจที่เขาพูดอย่างนั้นและพ่อแม่ก็คล้อยตามด้วย” เอลลี เล่า

“เรายังตกใจไม่หายว่ามีลูกสาวที่อยากจะเป็นเด็กผู้ชาย” เอริค พ่อของของเอลลี กล่าว “และหมอก็บอกว่าฮอร์โมนจะเป็นสิ่งที่ดีกว่าสำหรับเธอ”

“เมื่อนึกย้อนไป ผมอยากให้มีคนให้ปรึกษา ช่วยให้เหตุผลให้เธอรอก่อน ให้คิดให้ถี่ถ้วนกว่านี้ แต่ไม่มีใครเลย”

ตอนแรก ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนทำให้เธอไร้อารมณ์ความรู้สึก จากนั้นเธอก็รู้สึกดีขึ้น เมื่ออายุได้ 17 ปี เธอก็ผ่าตัดเต้านมทั้งสองข้างออก จากนั้นเธอก็เรียนจบมัธยมปลายและย้ายจากเบลเยียมไปเข้ามหาวิทยาลัยที่เยอรมนี

Eric and Ellie
BBC
เอลลีกับพ่อ

ชีวิตใหม่


เอลลี นึกว่าเมื่อย้ายไปเรียนและเป็นผู้ชายข้ามเพศเต็มตัวแล้วเธอจะหมดภาวะ “ความทุกข์ใจในเพศสภาพ” และสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้

การแปลงเพศเป็นไปด้วยดี เธอได้รับคำชมว่าดูไม่ออกเลยว่าเธอเป็นผู้ชายข้ามเพศ แต่แล้ว เธอก็ยังไม่เลิกสงสัยในเพศสภาพตัวเองอยู่ดี

“ฉันเริ่มรู้สึกว่าต้องปิดบังด้านต่าง ๆ ของชีวิตตัวเอง และไม่เล่าให้ใครฟังเรื่องวัยเด็กตอนเป็นผู้หญิง รู้สึกอึดอัดที่ถูกมองว่าเป็นผู้ชายแท้ เริ่มรู้สึกว่าฉันเข้ากับใครไม่ได้เลย”

การออกเดทก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเอลลี เพราะเธอก็ไม่ได้อยากให้ผู้หญิงคิดว่าเธอเป็นผู้ชายที่ชอบคนเพศตรงข้าม จากนั้นเธอก็เริ่มรู้สึกชอบผู้ชายด้วยกัน และนับว่าตัวเองเป็น แพนเซ็กส์ชวล หรือ คนที่ชอบคนอื่นโดยไม่มองที่เพศหรือเพศสภาพใด ๆ

จากนั้นเอลลีก็เริ่มคิดว่าหากได้ออกเดทกับคนที่เป็นผู้ชายข้ามเพศเหมือนกันอาจจะได้ผล

แล้วก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ

เธอใช้แอปพลิเคชันหาคู่และก็ได้พบกับเนลซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องคบกับผู้ชายข้ามเพศ

“แต่มันดีมากเมื่อฉันเริ่มคุยกับเนล เราผ่านประสบการณ์คล้ายกัน และฉันรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขา”

แปลงเพศกลับ

ความสัมพันธ์ของเอลลีและเนลพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว เอลลีเป็นกำลังใจอย่างดีเมื่อเนลเข้ารับการผ่าตัดมดลูกตามที่ตัวเองตั้งใจมานาน จากนั้นทั้งสองก็ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยกัน

ในช่วงเวลานี้เอง เอลลีซึ่งกำลังเรียนเรื่องเพศศึกษาเริ่มสงสัยในตัวเองว่าเธอเป็นผู้ชายข้ามเพศจริงหรือเปล่า หรือมันเป็นแค่เป็นหนทางที่เธอเลือกเพื่อจะใช้ชีวิตต่อไปได้

Ellie and Nele
BBC
“เราผ่านประสบการณ์คล้ายกัน และฉันรู้สึกสบายใจเวลาอยู่กับเขา”

เอลลีและเนลถกเถียงกันเรื่องนี้อย่างลงลึก และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ทั้งสองก็เริ่มอาการช่องคลอดเจ็บและแห้ง ซึ่งเป็นอาการของผู้หญิงหมดประจำเดือน และผลข้างเคียงจากการรับยาเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน

วิธีรักษาคือใช้ครีมเอสโตรเจน แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้น

แล้วทั้งสองก็เริ่มคิดว่าเอสโตรเจนเป็นสิ่งที่ร่างกายเธอสองคนที่เป็นผู้หญิงผลิตได้ตามธรรมชาติอยู่แล้ว ควรจะลองปล่อยให้ธรรมชาติรักษาตัวเองดูหน่อยหรือไม่

และทั้งสองก็เริ่มรับยาเพิ่มฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน นี่เป็นการตัดสินใจที่น่ากลัวมาก เอลลีบอกว่าเธอไม่รู้จักร่างกายตัวเองจริง ๆ เนื่องจากเริ่มกระบวนการแปลงเพศตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนเนล การย้อนกลับไปเท่ากับว่าเธอต้องย้อนไปเจอปัญหาที่เธอไม่สามารถเอาชนะได้ตอนเป็นวัยรุ่น

มีงานวิจัยเรื่องคนข้ามเพศที่แปลงเพศกลับไปอย่างเดิมน้อยมาก งานวิจัยชิ้นหนึ่งบอกว่ากรณีดังกล่าวเกิดขึ้นน้อยกว่า 0.5 เปอร์เซ็นต์ งานวิจัยที่มีอยู่น้อยมากส่งผลกระทบกับคนข้ามเพศบางคนที่คิดอย่างจะแปลงเพศกลับไปอย่างเดิม นี่เป็นเหตุผลที่เอลลีและเนลช่วยกันก่อตั้งเว็บไซต์ post-trans.com พื้นที่ออนไลน์ที่ให้คนเข้ามาแชร์ประสบการณ์ในลักษณะนี้ได้

ทั้งสองรู้ดีว่าเรื่องราวการแปลงเพศกลับมักถูกกลุ่มผู้เหยียดเพศนำไปใช้โจมตีกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ พวกเขาสนับสนุนในสิทธิของคนกลุ่มนี้ แต่ก็ตั้งข้อสงสัยว่ากระบวนการแปลงเพศใช่ทางออกที่ถูกต้องหรือไม่

Ellie as a man
Ellie
เอลลีขณะเป็นผู้ชายข้ามเพศ

ตอนนี้เพิ่งผ่านไปไม่กี่เดือน ทั้งตัวพวกเธอเองและคนในครอบครัวยังปรับตัวอยู่

สรุปแล้ว เอลลีคิดว่าเธอตัดสินใจผิดหรือเปล่าที่แปลงเพศในตอนแรก

“ความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายที่ฉันต้องเจอทั้งหมดนี้ช่วยให้ฉันมีความสัมพันธ์กับร่างกายตัวเองอย่างแนบแน่นขึ้น มันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางของฉัน” เอลลี กล่าว

เนลก็คิดบวกแบบนั้นเช่นกัน

“ร่างกายคนเราเปลี่ยนแปลงด้วยวัย และอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้รู้สึกเศร้าที่ไม่มีหน้าอกแล้ว”

เนลบอกว่าเรื่องที่ยากในการกลับไปเป็นผู้หญิงอีกครั้งคือต้องระวังตัวเองเวลาอยู่ในที่เปลี่ยว อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงนี้ก็มีผลดี โดยเฉพาะเรื่องอาชีพการงานของเนล

Ellie and Nele
Nele
เอลลีและเนล

เนลเคยคิดว่าตัวเองเป็นแค่ผู้หญิงที่ชอบวาดรูป ไม่สามารถเป็นนักวาดภาพประกอบเลี้ยงชีพอย่างเต็มตัวได้

“แล้วฉันก็กลายมาเป็นผู้ชายข้ามเพศ จากนั้นก็เริ่มคิดว่า โอ้ ฉันสามารถทำอย่างนั้นแล้วสิ ฉันได้ยินบ่อยว่าผู้ชายข้ามเพศรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ฉันก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน และจะเก็บความรู้สึกนั้นไว้”

การเดินทางเพื่อเข้าใจเรื่องเพศของตัวเองไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเธอทั้งสองคน ตอนนี้ พวกเขาตั้งใจจะเดินหน้าต่อไป ที่เพิ่มเติมก็อาจจะหาแมวมาเลี้ยงในบ้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ LGBT: เมื่อความรักทำให้ชายข้ามเพศ 2 คน เปลี่ยนร่างกลับไปเป็นหญิงตามเพศที่เกิดมา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง