Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 5 เม.ย. 2563

ไวรัสโคโรนา : นายจ้าง เอสเอ็มอี และแรงงานนอกระบบต้องการรัฐเยียวยาอย่างไร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ

24 มี.ค. 2563 - 11:42 น.

ไวรัสโคโรนา : นายจ้าง เอสเอ็มอี และแรงงานนอกระบบต้องการรัฐเยียวยาอย่างไร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ - BBCไทย

วันนี้ (24 มี.ค.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) จะพิจารณามาตรการชุดที่ 2 เพื่อช่วยลดผลกระทบจากวิกฤตการระบาดของโรคโควิด-19 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดสถานประกอบการอย่างฉับพลัน อย่างไรก็ตามยังมีหลายประเด็นที่ภาคเอกชนและแรงงานนอกระบบยังไม่มั่นใจ เพราะมาตรการช่วยเหลือที่ผ่านมายังขาดรายละเอียดที่ชัดเจนและรอบด้าน

ก่อนที่มาตรการชุดใหม่จะได้รับไฟเขียวจากรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บีบีซีไทยสอบถามตัวแทนของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ผู้แทนแรงงานนอกระบบว่า อะไรคือมาตรการเยียวยาและมาตรการช่วยเหลือที่ตอบโจทย์ที่สุด หลังจากจำต้องปิดสถานประกอบการแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน

เมื่อมองภาพใหญ่ น.ส.โชนรังสี เฉลิมชัยกิจ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยตั้งข้อสังเกตว่า การที่รัฐออกมาตรการหรือคำสั่งใด ๆ เพื่อบริหารจัดการวิกฤตการระบาดโรคโควิด-19 แบบ "ยาแรง" เช่น การมีคำสั่งปิดสถานประกอบการหรือสถานที่ต่าง ๆ ควรจะต้องมีมาตรการรองรับอย่างรวดเร็ว ทันสถานการณ์ และควรจะต้องแจ้งล่วงหน้าต่อผู้ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ

เรียกร้อง "โรดแมปแก้วิกฤตองค์รวม"

"ในฐานะผู้ประกอบการ หากว่ารู้ล่วงหน้าว่าจะมีการประกาศปิดสถานประกอบการหรือ มีมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการระบาดของไวรัสโควิด-19 เราก็จะเตรียมตัววางแผนได้" เธออธิบาย

ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย ซึ่งมีสมาชิกเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อยราวแสนรายทั่วประเทศเรียกร้องว่า แทนที่รัฐจะประกาศมาตรการแบบฉับพลันอย่างที่ผ่านมา รัฐควรมีมาตรการที่เป็นโรดแมปที่ชัดเจน มีแผนสำรอง ที่สามารถรองรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในหลากหลายรูปแบบ หรือที่เรียกในทางการบริหารความเสี่ยงว่า "ซินาริโอ แพลน (scinario plan) เพื่อให้เอกชนหรือประชาชนได้รู้กันล่วงหน้า

นับตั้งแตวันที่ 17 มี.ค.เป็นต้นมา ร้านอาหารต่าง ๆ รวมทั้งสถานประกอบการ 26 ประเภทถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว
Getty Images
นับตั้งแตวันที่ 17 มี.ค.เป็นต้นมา ร้านอาหารต่าง ๆ รวมทั้งสถานประกอบการ 26 ประเภทถูกสั่งปิดกิจการชั่วคราว

นอกจากนี้ น.ส. โชนรังสียังระบุว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกของประชาชนต่อการระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลหรือหน่วยราชการควรจะใช้รูปแบบการบริหารจัดการเรื่องข่าวลวง (fake news) อย่างเป็นระบบอีกด้วย

ในวงจรเศรษฐกิจ กลุ่มวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคือแหล่งจ้างงานสำคัญ และแหล่งเชื่อมโยงธุรกิจขนาดใหญ่และภาคการผลิตอื่น ๆ รวมทั้งเป็นแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศ สะท้อนให้เห็นจากการให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อมวลชนของ น.ส.วิมลกานต์ โกสุมาศ รักษาการผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ในเดือนมกราคมที่ฉายภาพรวมของเอสเอ็มอีปี 2562 ที่ผ่านมาว่า ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรวมทั้งหมด 3 ล้านราย ทำให้เกิดการจ้างงานราว 13.95 ล้านคน หรือคิดเป็น 85.5% ของการจ้างงานรวมทั้งประเทศ

สินเชื่อเร่งด่วน เติมสภาพคล่อง

ในภาวะปกติ อุปสรรคสำคัญของฟันเฟืองเศรษฐกิจเหล่านี้ก็คือการเข้าถึงแหล่งทุน หรือ สินเชื่อ แต่เมื่อมาถึงภาวะวิกฤตเช่นปัจจุบัน เรื่องนี้ยิ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดสถานที่และสถานประกอบการอย่างฉับพลันทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

น.ส. ประวีณ์นุช กิติวัฒนบำรุง กรรมการผู้จัดการ บริษัท พราวิเนีย จำกัด ผู้ดำเนินการโรงเรียนพราวิเนีย ความงาม และธุรกิจสปา พราวิเนียบิวตี้สปา ย่านราชพฤกษ์ เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งปิดกิจการชั่วคราว ที่ครอบคลุมสถานบริการเสริมความงามด้วย

เธอคาดว่าต้องสูญเสียรายได้กว่าล้านบาทต่อเดือน ในขณะที่รายจ่ายยังคงเดิม เนื่องจากยังต้องจ่ายเงินเดือนพนักงานเหมือนเดิม แม้ว่าร้านจะต้องปิดไปจนถึงวันที่ 12 เม.ย.ตามประกาศของคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อระดับจังหวัด

"คิดว่าไม่มีทางที่ธุรกิจจะกลับมาเปิดได้หลังวันที่ 12 เม.ย. เชื่อว่าการกำหนดระยะเวลาดังกล่าวเป็นการซื้อเวลา เพราะคิดว่าสถานการณ์น่าจะลุกลามไปจนถึงเดือนพฤษภาคม" เธออธิบายและประเมินว่า ปัญหาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นตามมาคือ "การขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ"

ผู้บริหารสปารายนี้บอกว่า มาตรการเยียวยาผู้ประกอบการที่น่าจะตรงจุดมากที่สุดคือ เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำราว 0-1% ต่อปี หากสามารถทำได้ จะทำให้ธุรกิจของเธอสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไขผ่อนปรน และระยะเวลาในการพิจารณาเงินกู้ไม่ยาวนานเกินไปอาจจะใช้ระยะเวลาไม่เกินหนึ่งสัปดาห์

เรื่องการลดค่าใช้จ่ายก็สำคัญ เช่น การจ่ายค่าประกันสังคม ซึ่งก่อนหน้าที่ปรับลดลงจาก 5% มาเหลือ 4% ถือว่ายังไม่ไม่เพียงพอ ขณะที่ภาษีหักค่าที่จ่ายควรลดลงจากเดิม 3% เป็น 0 - 0.5% เป็นระยะเวลา 6 เดือนหรือถึงสิ้นปี

น.ส.โชนรังสี ซึ่งนอกจากจะเป็นประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยแล้ว ยังเป็นผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของธุรกิจสำนักพิมพ์ บริษัท บุ๊ค ไทม์ จำกัด ย่านพระราม 2 ที่ต้องดูแลพนักงานกว่า 40 ชีวิต กล่าวในฐานะผู้ประกอบการว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นทันทีจากการปิดห้างสรรพสินค้าคือ บริษัทของเธอต้องยุติการจัดแสดงและขายหนังสือ และเปลี่ยนมาขายผ่านทางระบบออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญในการช่วยให้ธุรกิจครอบครัวที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมากว่า 30 ปีไปได้ในวิกฤตครั้งนี้ คือ "สินเชื่อ และ "การชำระภาษี"

"มาตรการที่ผ่านมา ที่ให้พักชำระเงินต้น โดยการยืดอายุการชำระออกไป 6-12 เดือนในระยะแรก ถือว่ายังไม่ตรงจุด อยากให้ลดดอกเบี้ยลงกว่าปัจจุบัน แม้ว่า กนง. ประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลดลงแล้วก่อนหน้านี้" น.ส.โชนรังสีกล่าว

ด้านนายสมคิด ด้วงเงิน ประธานสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) บอกกับบีบีซีไทยว่าหลังจากรัฐบาลมีคำสั่งปิดสถานประกอบการรอบแรกเมื่อวันที่ 17 มี.ค. สมาพันธ์ฯ ได้เสนอมาตรการสำหรับช่วยเหลือแรงงานนอกระบบและผู้มีรายได้น้อยไปเบื้องต้นแล้ว

ข้อเสนอของสมาพันธ์ฯ ซึ่งส่งให้คณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย

  • ขอให้ปรับเงื่อนไขการเข้าถึงสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย รายจิ๋ว และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์และผู้ขับรถแท็กซี่รับจ้าง วงเงินสินเชื่อไม่เกิน หนึ่งล้านบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% และลดดอกเบี้ยลงเหลือ 1% ในกรณีที่มีการรวมกลุ่มอาชีพ
  • พักเงินต้น ลดดอกเบี้ย ขยายเวลาชำระหนี้แก่ลูกหนี้ที่เป็นผู้ประกอบการรายย่อย รายจิ๋ว และผู้ประกอบอาชีพอิสระที่เป็นลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ
  • ขอให้รัฐบาลเจรจากับสถาบันการเงินเอกชนเพื่อผ่อนคลายการชำระคืนเงินกู้ และเงื่อนไขต่าง ๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อย รายจิ๋ว และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  • ลดภาษีมูลค่าเพิ่มลง 1 % เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของแรงงานนอกระบบและประชาชนทั่วไป

ขอขยายระยะเวลาส่งงบการเงินและยื่นภาษีออกไป 3 เดือน

ในฐานะประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย น.ส.โชนรังสี บอกว่า สมาพันธ์ฯ ได้ร่วมกับอีก 4 สมาคมประกอบด้วย สมาคมสำนักงานบัญชีและกฎหมาย สมาคมสำนักบัญชีคุณภาพ สมาคมสำนักงานบัญชีไทย และสมาคมผู้สอบบัญชีอากรแห่งประเทศไทย ได้ยื่นจดหมายถึงอธิบดีกรมสรรพากรเพื่อขอพิจารณาขยายระยะเวลากำหนดการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ และอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อขยายระยะเวลายื่นงบการเงิน

ภาพประกอบ
Getty Images

โดยในเอกสารดังกล่าวระบุถึงข้อสรุปที่ 5 องค์กรได้หารือกันคือ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ปัจจุบันและยังไม่ทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะสิ้นสุดลงเมื่อใดจึงขอยื่นขยายการจัดส่งงบการเงินและการยื่นภาษีเงินได้ออกไปอีก 3 เดือนหรือ 90 วัน

แรงงานนอกระบบวอนขอเยียวยา

จากข้อมูลของสมาพันธ์แรงงานนอกระบบ (ประเทศไทย) ระบุว่า แรงงานนอกระบบ และผู้ประกอบอาชีพอิสระทำการผลิตอยู่ตามบ้าน เป็นผู้ค้าหาบเร่แผงลอย ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ขับรถรับจ้างสาธารณะ หมอนวด ช่างเสริมสวย ผู้ทำงานบริการ และอื่น ๆ ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 20.4 ล้านคน เป็นกลุ่มไม่ได้เป็นผู้ประกันตนภายใต้การประกันสังคมมาตรา39 และมาตรา 40 เป็นผู้ไดรับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เช่นกัน แต่บุคคลเหล่านี้กลับไม่ได้การเยียวยาจากทางการ โดยเฉพาะลูกจ้างรายวัน หลังจากที่รัฐสั่งปิดกิจการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

น.ส. ลลิตา แซ่ว่าง พนักงานสอนนวดในธุรกิจสปา พราวิเนียบิวตี้สปา บอกว่าเธอก็เป็นหนึ่งในผู้ที่ต้องถูกให้พักงาน เพราะสถานประกอบการถูกสั่งปิดชั่วคราวตามนโยบายรัฐบาล แต่ต้องขาดรายได้ราว 500 - 1000 บาทต่อวัน โดยที่เธอเลือกที่จะอยู่ในกรุงเทพฯ ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการรับเชื้อโรคหากเดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดน่าน

ไวรัสโคโรนา : นายจ้าง เอสเอ็มอี
Getty Images
ศูนย์ออกกำลังกายก็เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ต้องถูกปิดให้บริหาร

เนื่องจากเธอเป็นลูกจ้างรายวัน จึงไม่ได้รับความคุ้มครองในแบบผู้ประกันตนฯ สิ่งที่เธอเรียกร้องคือ ขอให้ภาครัฐเปิดช่องทางให้แรงงานนอกระบบที่ได้รับผลกระทบได้รับค่าชดเชยและช่วยเหลือค่าใช้จ่ายประจำวัน รวมถึงในการรักษา การตรวจฟรีโรคโควิดฟรี เช่นเดียวกับแรงงานในระบบ

มาตรการช่วยเหลือจากกระทรวงแรงงานมีอะไรบ้าง

  1. กรณีมีคำสั่งให้หยุดกิจการชั่วคราว ประกันสังคมจะจ่ายให้ผู้ประกันตนกรณีว่างงาน 50% เป็นระยะเวลาไม่เกิน 60 วัน (50% ไม่เกิน 7,500 บาท)
  2. กรณีผู้ประกันตนที่ไม่ได้ทำงาน หรือนายจ้างไม่ให้ทำงานเนื่องจากการสั่งปิดกิจการเพื่อลดการระบาดของเชื้อโควิด-19 ประกันสังคมจะจ่ายกรณีว่างงานอัตราร้อยละ 50 เป็นระยะเวลาไม่เกิน 180 วัน (50% ไม่เกิน 7,500 บาท)

สำหรับกรณีที่เป็นแรงงานนอกระบบนั้น นายอภิญญา สุจริตตานนท์ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงานให้สัมภาษณ์กับรายงาน "เจาะลึกทั่วไป อินไซด์ ไทยแลนด์" ทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD เมื่อวันที่ 23 มี.ค. โดยยอมรับว่าไม่มีมาตรการเยียวยาสำหรับกลุ่มดังกล่าว แต่หากเป็นกรณีเป็นผู้ประกันตนฝ่ายเดียว ถ้าเจ็บป่วยที่จะได้รับค่ารักษาพยาบาล และเงินทดแทนการขาดรายได้ สูงสุด 300 บาทต่อวัน ไม่เกิน 90 วัน


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไวรัสโคโรนา : นายจ้าง เอสเอ็มอี และแรงงานนอกระบบต้องการรัฐเยียวยาอย่างไร หลังรัฐบาลสั่งปิดกิจการ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง