Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 5 เม.ย. 2563

หนึ่งปีเลือกตั้ง 62 : สำรวจสิ่งที่คนไทยได้ กับ สิ่งที่ผู้มีอำนาจคิด(ไม่ถึง)

24 มี.ค. 2563 - 11:27 น.

หนึ่งปีเลือกตั้ง 62 : สำรวจสิ่งที่คนไทยได้ กับ สิ่งที่ผู้มีอำนาจคิด(ไม่ถึง) - BBCไทย

"ใครจะไปกับผมไหม ประเทศไทยจะไม่ล้มอีกต่อไป จะไม่นั่งรอใครอีกต่อไป จับมือกันเดินพร้อมไปข้างหน้า" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างปรากฏตัวครั้งแรก-ครั้งเดียวบนเวทีปราศรัยปิดของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เมื่อ 22 มี.ค. 2562

บางช่วง เขาฮัมเพลง "หยุดตรงนี้ที่เธอ" ของศิลปิน ฟอร์ด สบชัย ไกรยูรเสน ให้บรรดาผู้สนับสนุนที่มาชุมนุมอยู่ที่สนามเทพหัสดิน ภายในสนามกีฬาแห่งชาติ ได้รับฟังด้วย

ภายหลังครองอำนาจยาวนานกว่า 4 ปีนับจากรัฐประหาร 2557 พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ ในนาม พปชร. ก่อนได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกรัฐสภาให้รับหน้าที่สมัยที่ 2 กลายเป็น "นายกฯ 500 เสียง"

ในวาระครบรอบ 1 ปีของการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 การเมืองไทยเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร บีบีซีไทยสรุปภาพรวมไว้ ดังนี้

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันที่ 24 มี.ค. 2562

เปิดฉากการเลือกตั้งในรอบ 8 ปีที่คนไทยรอคอย ด้วยระบบเลือกตั้งใหม่ "จัดสรรปันส่วนผสม" ที่นำมาใช้เป็นครั้งแรกภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 2560

  • 51.2 ล้านคน เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
  • 38.2 ล้านคน เดินเข้าคูหา
  • 8.4 ล้านคน โหวตเลือก พปชร. พรรคที่เสนอชื่อหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ อีกสมัย
Graphic
BBC

สิ่งที่คนไทยคิด ก่อนวันเลือกตั้ง

การเลือกตั้งครั้งนั้นยากแก่การทำนายผลจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น พฤติกรรมผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งที่อาจเปลี่ยนแปลงไปหลังไม่ได้ใช้อำนาจ "ประชาธิปไตยทางตรง" ผ่านการเลือกตั้งมานาน อีกทั้งยังมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกที่ไม่เคยหย่อนบัตรลงคะแนนให้พรรคใดมาก่อน

การตัดสินใจทางการเมืองของผู้คนขึ้นอยู่กับสารพัดความนึกคิด

ความสงบ.. จน พปชร. นำไปทำแคมเปญรณรงค์หาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย "เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่" เพราะรู้ว่านี่คือ "จุดแข็ง-จุดขาย" สำคัญของผู้นำ คสช.

ความหวัง.. กับการเกิดขึ้นของพรรคการเมืองน้องใหม่และนักการเมืองหน้าใหม่ อย่างพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่เชิญชวนประชาชนให้ "โหวตด้วยความหวัง โหวตเพื่ออนาคต โหวตให้ประเทศไทย"

ความเปลี่ยนแปลง.. ไปในทางที่ดีขึ้นทั้งสิทธิเสรีภาพของประชาชน และประชาธิปไตยของประเทศ

ประชาธิปไตยกินได้.. ผ่านการแปรนโยบายที่พรรคการเมืองต่าง ๆ หาเสียงไว้ไปสู่การปฏิบัติ นำผู้มีรายได้น้อยออกจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง

สิ่งที่คนไทยได้ ภายใต้ "รัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา"

ทว่าสิ่งที่ได้ อาจต่างไปจากความคิด-ฝันของผู้คน เนื่องจากกติกาสูงสุดคล้ายล็อกทิศทางการเมืองไทยเอาไว้ล่วงหน้า จึงไม่แปลกหากนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พปชร. จะเรียกขานกติกาสูงสุดไว้ว่า "รัฐธรรมนูญฉบับดีไซน์มาเพื่อพวกเรา"

สิ่งที่คนไทยได้คือ..

ผู้แทนราษฎร 500 คน มาจาก 26 พรรคการเมือง ซึ่งถือเป็นสถิติสูงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

พรรคเพื่อไทย (พท.) ชนะเลือกตั้ง แต่ตั้งรัฐบาลไม่ได้

ผู้ปกครองยังเป็นนายกฯ หน้าเดิม

เพิ่มเติมคือรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ-ไร้เสถียรภาพด้วยส่วนผสม 19 พรรค ในจำนวนนี้เป็น ส.ส. "พรรคจิ๋ว" ที่เข้าสภาได้ด้วยการปัดเศษทศนิยมของคะแนน จึงต้องมีรัฐมนตรีคนดังคอยเลี้ยงดูพรรคเหล่านี้ด้วยการ "แจกกล้วย"

สิ่งที่เปลี่ยนไป ในขวบปีแรกของสภาชุดที่ 25

สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ 25 ประชุมนัดแรกเมื่อ 25 พ.ค. 2562 เพื่อโหวตเลือกประธานและรองประธานสภา โดยมี ส.ส. ที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เข้าร่วมประชุม 498 คน

หนึ่งปีผ่านไป หลายคนหายหน้าไปจากสภาล่าง จนกลายเป็น "สภาแหว่ง"..

ส.ส. ประชาธิปัตย์ 3 คน หันหลังให้สภา ประกอบด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลาออกเพราะไม่ต้องการร่วมโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ, นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกเพื่อไปรับตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ และนายกรณ์ จาติกวนิช ลาออกไปตั้งพรรคการเมืองใหม่

ส.ส.อนค. 4 คน ประกอบด้วย น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี, นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี, พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส. จันทบุรี และ น.ส.ศรีนวล บุญลือ ส.ส.เชียงใหม่ ถูกต้นสังกัดขับพ้นพรรคหลัง "แหกค่าย" โหวตสวนมติพรรค จนถูกเรียกขานว่า "งูเห่าสีส้ม"

นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ชิงยุบพรรคตัวเอง ก่อนเก็บกระเป๋าย้ายไปเป็นใหญ่ในพรรคแกนนำรัฐบาล ได้เก้าอี้รองหัวหน้า พปชร. มารองก้น

นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ อดีตหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีพรรคเศรษฐกิจใหม่ (ศม.) เหลือแต่ตัว ส่วนลูกพรรค 5 คน "พลิกขั้ว" ออกจากฝ่ายค้านไปยืนเคียงรัฐบาล ก่อนเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจต้นปี 2563 เพียงแค่วันเดียว

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค อนค. ไม่อาจรักษาพรรคที่มีคะแนนมหาชน 6.2 ล้านเสียงเอาไว้ได้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค 21 ก.พ. 2563 พร้อมตัดสิทธิการเมืองกรรมการบริหารพรรค 16 คน จากกรณีหัวหน้าพรรคปล่อยเงินกู้ 191.2 ล้านบาทให้พรรคตัวเอง

นักการเมือง "แถวสอง" ต้องขึ้นมายืน "แถวหน้า" ภายใต้สังกัดใหม่ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่ไม่อาจรักษาเพื่อนร่วมพรรคให้ย้ายไปอยู่บ้านใหม่ด้วยกันทั้งหมด เมื่อ ส.ส. อดีต อนค. 11 คนไหลไปสังกัดพรรครัฐบาล

ก่อนเปิดสภาสมัยประชุมหน้าเดือน พ.ค. กับ "สภาแหว่ง" ที่เหลือ ส.ส. ปฏิบัติหน้าที่ได้ 488 คน สัดส่วนเสียงของรัฐบาลกับฝ่ายค้านจึงเปลี่ยนแปลงไป โดย 6 พรรคที่เรียกตัวเองว่า "พรรคฝ่ายประชาธิปไตย" มี ส.ส. 224 เสียง ขณะที่ 20 พรรครัฐบาล 264 เสียง

สิ่งที่ผู้มีอำนาจคิด.. ไม่ถึง

ท่ามกลางกฎกติกาที่ออกแบบมา "เอื้อ" ต่อนักเลือกตั้งใน "ขั้วอำนาจเดิม" สิ่งที่รัฐธรรมนูญ, แผนปฏิรูป และยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีไม่ได้กำหนด-กำกับเอาไว้คือ "ปัญหาเฉพาะหน้า-วาระเร่งด่วน" ที่ท้าทายความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล "ประยุทธ์ 2" แบบรายวัน

เกิด "วิกฤตการเมือง" เมื่อนักเรียน นิสิต นักศึกษาจัด "แฟลชม็อบ" ขับไล่รัฐบาล และเรียกร้องประชาธิปไตยที่แท้จริง ในจำนวนนี้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560

เกิด "วิกฤตโรคระบาด" จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ไปทั่วโลก ท่ามกลางความไร้ประสิทธิภาพในการวางแผนรับมือ-บริหารจัดการของรัฐไทย แม้กระทั่งการทำสงครามข้อมูลข่าวสาร จน "กองเชียร์ลุง" เริ่มแหนงหน่าย

วิกฤตโควิด ได้นำไปสู่ "วิกฤตเศรษฐกิจ" อย่างไม่ต้องสัย

ในการสื่อสารผ่านโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ (ทีวีพูล) ของ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งแรกราว 5 นาที จึงมีคำปลุกใจจากเขา "ประเทศไทยต้องชนะครับ"


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ หนึ่งปีเลือกตั้ง 62 : สำรวจสิ่งที่คนไทยได้ กับ สิ่งที่ผู้มีอำนาจคิด(ไม่ถึง)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง