Khaosod
Online

วันอาทิตย์ ที่ 5 เม.ย. 2563

ไวรัสโคโรนา : ทำไมอัตราการเสียชีวิต ในแต่ละประเทศจึงไม่เท่ากัน

25 มี.ค. 2563 - 10:15 น.

ไวรัสโคโรนา : ทำไมอัตราการเสียชีวิตในแต่ละประเทศจึงไม่เท่ากัน - BBCไทย

ทีมที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรเชื่อว่าอัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่ที่ 0.5-1%

นี่เป็นอัตราการเสียชีวิตที่ต่ำกว่ากรณีที่คำนวณจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้ว องค์การอนามัยโลกระบุว่าอัตราการตายทั้งโลกอยู่ที่ 5% และ ในสหราชอาณาจักร อยู่ที่ 4% -- เนื่องจากไม่ใช่โคผู้ติดเชื้อทุกคนที่จะได้รับการตรวจยืนยัน

แต่ละประเทศมีวิธีพิจารณาไม่เหมือนกันว่าใครจะได้รับการตรวจ ดังนั้นการเปรียบเทียบอัตราการเสียชีวิตระหว่างประเทศต่าง ๆ อาจทำให้เกิดความสับสนเข้าใจผิดได้

นอกจากนี้ อัตราการเสียชีวิตยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นอายุ สุขภาพ และการรักษาพยาบาลที่ประชาชนเข้าถึงได้

People outside a building in Germany waiting to get tested for Covid-19
Getty Images
เยอรมนีสามารถตรวจเชื้อได้วันละ 2 หมื่นราย และก็ให้คนที่มีอาการเพียงไม่มากเข้ารับการตรวจด้วย

ตัวฉันเสี่ยงตายแค่ไหน

คนชราและผู้มีโรคอื่นอยู่แล้วมีแนวโน้มเสียชีวิตมากกว่าคนทั่วไปหากติดเชื้อไวรัสโคโรนา

อิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน ประเมินว่า อัตราการเสียชีวิตสำหรับผู้ที่มีอายุมากกว่า 80 ปีสูงมากกว่าคนในวัยอื่นเกือบ 10 เท่า และอัตราการเสียชีวิตของผู้ติดเชื้อที่อายุน้อยกว่า 40 ปีก็ต่ำกว่ามาก

อย่างไรก็ดี ศ. คริส วิตที หัวหน้าที่ปรึกษาด้านการแพทย์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักรบอกว่า แม้อัตราการเสียชีวิตจะสูงกว่าสำหรับผู้สูงอายุ แต่ก็จะมีผู้สูงอายุจำนวนมากที่มีแค่อาการป่วยเล็กน้อยหรือปานกลางเท่านั้น

เขายังเตือนอีกด้วยว่า เราไม่ควรคิดว่ามันเป็นแค่อาการติดเชื้อเล็กน้อยสำหรับคนวัยหนุ่มสาว เพราะก็มีบางคนที่อาการเข้าขั้นสาหัส เพราะฉะนั้นอายุไม่ใช่เพียงปัจจัยเดียว

Woman coughing
Getty Images

จากผลวิเคราะห์ครั้งใหญ่ครั้งแรกจากกรณีการติดเชื้อ 44,000 รายในจีน คนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีปัญหาด้านหัวใจและการหายใจ มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนอื่นอย่างน้อย 5 เท่า

ปัจจัยเหล่านี้มีผลซึ่งกันและกัน แต่เรายังไม่มีข้อมูลมากพอที่จะสรุปอะไรได้มากไปกว่านี้

อัตราการตายจากตัวเลขยืนยันผู้ติดเชื้อไม่ใช่อัตราการตายโดยรวม

การติดเชื้อหลายกรณีไม่ได้มีการนับเป็นตัวเลขยืนยัน เพราะว่าคนมักไม่ไปหาหมอถ้ามีอาการเพียงเล็กน้อย

วันที่ 17 มี.ค. เซอร์แพทริก วัลแลนซ์ หัวหน้าที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ประเมินว่ามีผู้ติดเชื้อราว 55,000 รายในสหราชอาณาจักร แต่ตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันยังไม่ถึง 2,000 ราย

การเอาจำนวนผู้เสียชีวิตไปหารกับเลข 2,000 ก็จะได้ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเอาไปหาร 55,000 เป็นธรรมดา

Four people cross the road wearing medical masks in Beijing, China
Getty Images
จากผลวิเคราะห์กรณีการติดเชื้อ 44,000 รายในจีน คนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มีปัญหาด้านหัวใจและการหายใจ มีอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าคนอื่นอย่างน้อย 5 เท่า

นี่เป็นเหตุผลว่าอัตราการเสียชีวิตที่คิดจากตัวเลขผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันแล้วไม่ได้สะท้อนอัตราการเสียชีวิตที่แท้จริง

ในทางกลับกัน จะเกิดความสับสนด้วยเช่นกัน หากเราไม่นำจำนวนผู้ที่ติดเชื้ออยู่และจะเสียชีวิตในภายหลังมาคำนวณด้วย

ทำไมอัตราการเสียชีวิตในแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน

งานวิจัยโดยอิมพีเรียลคอลเลจพบว่า แต่ละประเทศมีความสามารถที่จะตรวจหาผู้ติดเชื้อไม่เหมือนกัน นอกจากนี้ แต่ละประเทศก็ใช้วิธีการทดสอบไม่เหมือนกัน และเกณฑ์ว่าใครจะได้ตรวจก็ต่างกันไปอีก ปัจจัยเหล่านี้เปลี่ยนไปตลอดเวลา

รัฐบาลสหราชอาณาจักรตั้งใจว่าจะเริ่มทำการตรวจให้ได้ 1 หมื่นรายต่อวัน แต่ตั้งเป้าตรวจให้ได้ 25,000 รายภายใน 4 สัปดาห์ ตอนนี้ยังจำกัดการตรวจให้คนที่อยู่ในโรงพยาบาลเท่านั้น

ด้านเยอรมนีสามารถตรวจได้วันละ 20,000 ราย และก็ให้คนที่มีอาการเพียงเล็กน้อยเข้ารับการตรวจด้วย

อัตราการเสียชีวิตในเยอรมนีอยู่ที่น้อยกว่า 0.5% ซึ่งต่ำที่สุดประเทศหนึ่งในยุโรป แต่ก็คาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อคนไข้ที่ได้มาตรวจมีความหลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ ตัวเลขอัตราการเสียชีวิตก็จะขึ้นอยู่กับระยะการระบาดของโรคด้วย

หากระบบสาธารณสุขต้องช่วยเหลือคนจำนวนมาก ห้องฉุกเฉินไม่สามารถรับคนไข้ที่ต้องการเครื่องช่วยหายใจไหว อัตราการเสียชีวิตก็จะสูงขี้น

A commuter in London
Getty Images

นักวิทยาศาสตร์หาอัตราการเสียชีวิตที่แท้จริงได้อย่างไร

นักวิทยาศาสตร์คิดอัตราการเสียชีวิตเป็นภาพใหญ่ ๆ ด้วยการดูหลักฐานที่เป็นผลมาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่ว่ามานี้

ยกตัวอย่างเช่น พวกเขาประเมินสัดส่วนของคนไข้ที่มีอาการป่วยเบา ๆ จากคนกลุ่มเล็ก ๆ อย่างเช่น กลุ่มคนที่นั่งเครื่องบินกลับประเทศบ้านเกิด ซึ่งได้รับการสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด

แต่เมื่อหลักฐานที่พบเปลี่ยน ภาพใหญ่ ๆ ที่มีก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย และมันจะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป

พอล ฮันเตอร์ จากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลีย บอกว่า อัตราการเสียชีวิตขึ้นและลงได้ตลอด เขายกตัวอย่างกรณีโรคอีโบลาที่ อัตราการเสียชีวิตต่ำลงเมื่อการรักษาโรคมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่อัตราดังกล่าวก็สูงขึ้นได้อีกเมื่อระบบสาธารณสุขรับไม่ไหว

ดังนั้น นักวิทยาศาสตร์จึงจะให้ทั้งตัวเลขที่สูงกว่าและต่ำกว่า พร้อมกับให้ตัวเลขประเมินที่คาดว่าใกล้เคียงที่สุดไปด้วย


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ไวรัสโคโรนา : ทำไมอัตราการเสียชีวิต ในแต่ละประเทศจึงไม่เท่ากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง