Khaosod
Online

วันพุธ ที่ 25 พ.ย. 2563

ความรุนแรงทางเพศ : “ผมเพิ่งมาตระหนักไม่นานมานี้ว่าภรรยาเก่าข่มขืนผมมาเป็น 10 ปี”

16 พ.ค. 2563 - 23:27 น.

ความรุนแรงทางเพศ : “ผมเพิ่งมาตระหนักไม่นานมานี้ว่าภรรยาเก่าข่มขืนผมมาเป็น 10 ปี” - BBCไทย

เหตุความรุนแรงในครอบครัวส่วนใหญ่เกิดกับผู้หญิง สถิติโดยสหประชาชาติชี้ว่า หนึ่งในสามของผู้หญิงต้องเผชิญกับความรุนแรงทางร่างกายหรือทางเพศในช่วงชีวิต

สำหรับบางสังคม การที่ผู้ชายตกเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศเสียเองถือเป็นเรื่องน่าอาย และเหยื่อก็มักต้องเผชิญกับปัญหาดังกล่าวอย่างโดดเดี่ยว อย่างเช่นชายจากยูเครนคนนี้ที่เล่าเรื่องราวของเขาให้บีบีซีฟังโดยขอไม่เปิดเผยชื่อจริง

ครั้งแรก

ดูจากภายนอก ชีวิตผมดีพร้อมไปหมด รอยยิ้ม เพื่อนฝูง เงิน ความสุข ความมั่นใจ

ผมและภรรยาไปเที่ยวประเทศต่าง ๆ ด้วยกัน ระหว่างเที่ยว ผมไม่รู้สึกกลัวเลย

ที่ต้องระวังอย่างเดียวคือ ห้ามอยู่กับเธอสองต่อสอง

A hand holds a mobile phone showing an image of a couple
BBC

ผมเพิ่งมาตระหนักไม่นานมานี้เองว่าภรรยาเก่าข่มขืนผมมาเป็น 10 ปี

ไอรา เป็นผู้หญิงคนแรกที่ผมคบ เราเจอกันตอนอายุยี่สิบกว่า ๆ และเป็นเธอที่ชวนผมออกเดต

ย้อนกลับไปตอนนั้น ผมต้องการมีเซ็กส์กับไอรา แต่แทนที่มันจะทำให้ผมรู้สึกสุขสม มันทั้งเจ็บปวดและรุนแรง เซ็กส์ครั้งแรกของเรายาวนานถึง 5 ชั่วโมง และผมก็รู้สึกเจ็บไปหมดหลังจากนั้น

เธอมีความคลั่งอะไรสักอย่าง จะต้องมีอสุจิทุกครั้งตอนท้าย ผมต้องพยายามจนกว่าจะเสร็จ โดยเฉลี่ยแล้ว เซ็กส์แต่ละครั้งกินเวลาราว 1-2 ชั่วโมง

ไม่นานหลังจากนั้น ผมเริ่มปฏิเสธ และนั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอหยุด และจุดนั้นเองที่มันกลายเป็นการข่มขืน

ติดกับ

ผมมีทริปไปทำงานต่างประเทศเป็นเวลานาน และก็ตัดสินใจชวนไอราไปด้วย ผมทำงานหนัก เลิกงานก็อยากพักผ่อน แต่เธอเอาแต่เรียกร้องให้ผมมีเซ็กส์ด้วย

"ไม่ ผมไม่อยาก ผมอยากพัก ผมเหนื่อย" ผมบอกเธอเช่นนั้น

และแล้วเธอก็เริ่มทุบตีผม แล้วผมก็ไม่สามารถทำอะไรได้อีก เธอใช้เล็บขูดตัวผมจนเลือดออก ต่อยผม แต่ไม่เคยทำร้ายผมบริเวณที่มองเห็นได้ เช่นใบหน้า

An illustration of a figure in a foetal position
BBC

ผมไม่ได้ขัดขืนเพราะคิดว่าการทำร้ายผู้หญิงกลับเป็นเรื่องที่ผิด พ่อแม่ผมสอนมาแบบนั้น ผมรู้สึกอ่อนแอเหลือเกิน ไม่อาจหลบหนีได้ และเธอก็จะได้ในสิ่งอยากได้เสมอด้วยการขึ้นมานั่งคร่อมบนตัวผม

หลังจากเลิกงาน ผมพยายามเลื่อนเวลากลับโรงแรมออกไปให้ช้าที่สุด ไปเดินเล่นในห้างจนกว่าจะถึงเวลาปิด จากนั้นก็เดินไปเรื่อย ๆ ในเมืองแม้ว่าอากาศจะหนาวเหน็บและเปียกแฉะ


ในที่สุดผมก็เป็นโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เป็นโรคต่อมลูกหมากอักเสบ แล้วก็เป็นไข้ แต่นั่นก็ไม่สามารถหยุดไอราได้

ผมนับวันรอที่จะได้กลับยูเครน หวังว่านั่นจะเป็นจุดจบของความสัมพันธ์เราสองคน แต่ก็คิดผิด

A person holds their head in a treated image
Getty Images

แต่งงาน

ผมย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ และก็ตั้งใจจะไม่ติดต่อไอราอีก แต่ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะผลักเธอออกไปจากชีวิตได้

ผมพยายามจะหนีทุกวิถีทาง บล็อกมือถือ พยายามซ่อนตัว แต่เธอก็จะมาหาและย้ำว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร จากนั้นเธอก็กดดันให้ผมแต่งงานกับเธอจนได้

ไอราหึงหวงตลอดเวลา ไม่ว่าผมจะไปกับใคร เพื่อนหรือคนในครอบครัว ผมต้องโทรบอกเธอตลอดเวลา

เธอไม่สามารถไปไหนได้โดยไม่มีผม เธอไม่ทำงาน ผมเป็นคนหาเงิน ทำกับข้าว และทำความสะอาด เราเช่าอะพาร์ตเมนต์ห้องใหญ่อยู่กัน มีห้องน้ำ 2 ห้อง แต่เธออนุญาตให้ผมใช้ห้องน้ำห้องเล็กเท่านั้น ทุกเช้า ผมต้องไม่ไปกวนจนกว่าเธอจะตื่นราว 9-10 โมง

จากนั้นเธอก็ตัดสินใจว่าเราควรจะนอนคนละห้อง แต่ห้องผมไม่มีล็อก ทุกครั้งที่ผมทำอะไรผิด เธอจะตะโกนว่าและทุบตีผม นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเกือบทุกวัน

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะโทษผมเสมอ ผมจำได้ว่าวันหนึ่ง ผมลงไปนั่งในรถแล้วก็ร้องไห้ แล้วเธอก็เดินผ่านมาเห็น ตอนกลับขึ้นไป เธอบอกว่าเธอรู้สึกเสียใจ แต่เธอก็หยุดไม่ได้จริง ๆ

และแล้วทุกอย่างก็เกิดขึ้นใหม่อีกครั้ง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าผมจะรู้สึกแย่แค่ไหน

หวาดผวา

เวลาคุณอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น คุณไม่รู้ตัวหรอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ไม่เห็นทางออก ไม่ได้ยินคำแนะนำจากใคร คุณไม่คิดด้วยซ้ำว่ามีหนทางหนี มันสิ้นหวังไปหมด

ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นของคนอื่นเสมอ ไม่ได้เป็นเจ้าของตัวตนอย่างแท้จริง พ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย "เป็นเจ้าของ" ตัวตนผม ผมคิดเสมอว่าต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ไว้

ตอนนั้นผมคิดว่าเรื่องปกติ และมันก็แย่ขึ้นเรื่อย ๆ

ตอนแรก ผมแค่ไม่ชอบเซ็กส์ พอช่วง 3-4 ปี สุดท้ายของความสัมพันธ์ เซ็กส์เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเกิดภาวะตื่นตระหนกไปแล้ว เมื่อไอราพยายามจะบังคับ ผมจะพยายามผลักไส และวิ่งหนีออกไป

ไอราคิดว่าเป็นผมที่ทำให้เราสองคนมีปัญหาเรื่องเซ็กส์

An illustration of a person sinking into a dystopian pool
BBC

ทุก ๆ 2-3 ปี เธอจะพาผมไปหาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเซ็กส์ พอผมบอกบอกว่าผมไม่ชอบ และไม่อยากมีเซ็กส์ แพทย์ก็บอกว่าผมเป็นต้นเหตุของปัญหา

ผมก็ไม่เคยพูดเรื่องการทารุณและการข่มขืน

สำหรับไอรา การไปพบแพทย์เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเธอเป็นฝ่ายถูก

ทางออก

หลังจากผมล้มป่วยจากโรคหลอดลมอักเสบ เป็นไข้อยู่ 2 สัปดาห์ ผมถึงได้เข้าใจว่าชีวิตผมไร้ค่าแค่ไหน และจะไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำหากผมตายไป

ครั้งหนึ่ง ผมไปบ้านพ่อแม่ตอนที่พวกเขาไม่อยู่ เพียงเพราะอยากจะอยู่คนเดียว

ผมกำลังเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่ และครั้งแรกที่ผมได้บอกเล่าความในใจออกไป เป็นผ่านกล่องแชตที่เด้งขึ้นมาบนหน้าต่างที่โฆษณาขายของ

แต่กระนั้นก็ตาม ผมก็ยังไม่ได้ตระหนักในตอนนั้นว่าสิ่งที่ภรรยาทำเป็นการกระทำทารุณ แต่จากนั้นผมก็เรียนรู้ที่จะปฏิเสธมากขึ้น

ในที่สุด เราสองคนก็ได้ไปพบกับนักจิตบำบัดที่เข้าอกเข้าใจผม โดยผมสามารถพูดถึงสิ่งต่าง ๆ โดยไอราไม่สามารถขัดได้

นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมพูดถึงการทารุณ ไอราโกรธมาก ตะโกนด่าทอ ปฏิเสธว่านั่นไม่ใช่เรื่องจริง

จากนั้นเธอก็บอกว่าจะขอหย่าจากผม ผมไม่คิดว่าเธอต้องการจะเลิกจริง ๆ เป็นแค่การข่มขู่ แต่ผมก็ตอบตกลงเพราะไม่คิดว่าจะได้โอกาสนั้นอีกแล้ว

และแล้วก็สำเร็จ

An illustration of a bridge with a man walking into the distance
BBC

วันที่ไปรับใบหย่าอย่างเป็นทางการหนึ่งเดือนให้หลังเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุดในชีวิต

หนึ่งวันหลังจากหย่ากัน ผมตะโกนใส่เธอว่า "คุณข่มขืนผม!"

"ฉันข่มขืนคุณเหรอ?" เธอเถียงกลับ "แล้วจะทำไม ?"

ผมไม่รู้จะตอบอย่างไร และถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ ในแง่หนึ่ง เธอยอมรับว่าทำจริง แต่ส่วนใหญ่ก็แค่ขำ ๆ กับเรื่องนี้

จากนั้น ผมก็ย้ายกลับไปอยู่กับพ่อแม่ ลาออกจากงาน อยู่แต่บ้าน 2-3 สัปดาห์

วันหนึ่ง ไอรามาหาผมที่บ้านอีก เคาะและเตะประตู แม่ผมกลัวมาก ผมได้แต่ยิ้มและคิดในใจว่า "แม่จินตนาการไม่ได้หรอกว่าผมเจอมาขนาดไหน"

มันฆ่าคุณได้

ผมไม่ได้เก็บหลักฐานว่าไอรากระทำทารุณต่อผมอย่างไร และก็ไม่ได้เล่าให้ใครฟัง

ผมเคยคิดว่าจะฟ้องดำเนินคดี ทนายบอกว่าผมมีโอกาสจะได้คำสั่งศาลที่ห้ามไม่ให้เธอเข้ามาใกล้

แต่สิ่งที่ผมต้องการตอนนี้คือแค่ให้เธอยอมรับในการกระทำแล้วก็ขอโทษผม

ตอนนี้ผมยังไม่ได้กลับไปทำงาน การตื่นนอนแต่ละเช้าเป็นเรื่องที่ยากลำบากมาก ไม่รู้จะมีชีวิตไปเพื่ออะไร ไม่รู้ว่าที่ผ่านมาทั้งปีผมทำอะไรไปบ้าง

An illustration of a woman trying to open a door behind which a man is hiding
BBC

ผมรู้ว่าจะไม่มีวันมีแฟนอีก และก็ไม่มีวันมีลูก ผมยอมแพ้แล้ว ผมเก็บเงียบเรื่องนี้นานเกินไป และทำให้ทุกอย่างพังไปหมด

บางที อาจจะมีผู้ชายที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันกำลังอ่านเรื่องนี้อยู่ เป็นเรื่องสำคัญที่เขาคนนั้นต้องเข้าใจว่า มันจะไม่จบสิ้น ปัญหาจะไม่หายไปเอง จะเป็นความพังทลายที่จะไม่มีวันหายไป และมันก็สามารถฆ่าคุณได้

หากคุณเข้าใจที่ผมพูด อย่างน้อยคุณก็อาจจะยังมีหวังอยู่

หากกำลังเผชิญปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือความรุนแรงในครอบครัว ผู้อ่านสามารถโทรหาสายด่วนสุขภาพจิตได้ที่เบอร์ 1323 และสายด่วนศูนย์ช่วยเหลือสังคมที่เบอร์ 1300

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ความรุนแรงทางเพศ : “ผมเพิ่งมาตระหนักไม่นานมานี้ว่าภรรยาเก่าข่มขืนผมมาเป็น 10 ปี”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง