อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : กลุ่มเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ หารือกองทัพบกช่วยปกป้องจากการก้าวล่วง

24 ก.ค. 2563 - 23:29 น.

อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : กลุ่มเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ หารือกองทัพบกช่วยปกป้องจากการก้าวล่วง – BBCไทย

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ผู้บัญชาการทหารบกย้ำทุกคนอยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารและมีเสรีภาพแต่บอกไม่สบายใจที่มีคนใช้คำพูดไม่เหมาะสมไม่บังควรในสื่อสังคมออนไลน์และในการชุมนุม ขณะที่กลุ่มเทิดทูนสถาบันส่งหนังสือพร้อมหารือกองทัพช่วยกันปกป้องจากการก้าวล่วงสถาบัน

ท่าทีดังกล่าวของกองทัพและกลุ่มผู้รักและเทิดทูนสถาบันมีขึ้น หลังจากการจัดการชุมนุมในหลายพื้นที่โดยกลุ่มเยาวชน นับตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการจัดกิจกรรมต่อต้านรัฐบาลครั้งแรกหลังจากเกิดวิกฤตการระบาดของไวรัสโควิด-19

โดยในช่วงเข้าที่ผ่านมา พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. กรณีการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้องว่า ทุกคนก็เป็นราษฎร ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ไม่ใช่เพียงแค่ทหารเท่านั้น ประชาชนบางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่ก็มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิสมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ก็มีสิทธิเสรีภาพ

ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับกองทัพบก

เมื่อช่วงสายของ 24 ก.ค. พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 28 ก.ค. หลังเสร็จพิธี เขาให้สัมภาษณ์กรณีการชุมนุมของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่มีการดึงสถาบันกษัตริย์มาเกี่ยวข้องว่า ทุกคนในประเทศไทย ไม่ใช่เพียงแค่ทหาร เป็นราษฎรภายใต้พระบรมโพธิสมภาร บางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่ก็มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิสมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ก็มีสิทธิเสรีภาพ

“วันนี้เป็นวันดี ไม่อยากจะพูดอะไร ที่จะไปกระทบกระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่อยากจะให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ได้ลองตั้งจิตให้เป็นกลางดูว่าคำพูด คำเขียน ทั้งที่เราเห็นในการชุมนุม ผมทราบดี และตระหนักในสิทธิเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คนเห็นทั้งในโซเชียล มีการใช้วาจาผรุสวาท ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่บังควร ผมมองว่าหลายคนเห็นคงไม่สบายใจ”

พล.อ.อภิรัชต์ ย้ำว่า ขณะนี้เรามีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กองทัพบกเป็นหน่วยงานที่ต้องทำงานด้านความมั่นคง เขาคิดว่าการใช้สิทธิเสรีภาพของแต่ละคน ควรคำนึงถึงขอบเขต ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือการชุมนุมต่างๆ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องไม่จาบจ้วง หรือใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ต่อบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่

พล.อ.อภิรัชต์ บอกว่า แม้เขาเป็นผู้บัญชาการทหารบก แต่สิ่งที่เขาพูดนั้นในฐานะคนไทย พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง

ทฤษฎีสมคบคิด

พล.อ.อภิรักษ์ อ้างถึงบีบีซีไทย ว่าเขาได้ศึกษาเรื่อง ทฤษฎีสมคบคิด มาตั้งแต่ปี 2561 เห็นว่าเป็นเรื่องที่น่าศึกษาฝากให้ทุกคนไปดู เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และปัจจุบันเขามองแล้วว่า มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ มีความคล้ายคลึงกับทฤษฎีสมคบคิด มีหลายคนพยายามอธิบายความหมายในทฤษฎีสมคบคิด ซึ่งในข้อมูลของสำนักข่าวบีบีซีไทยได้มีการพูดถึง นิสิต นักศึกษาผู้มีความรู้ นำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

โคว้ตพิก
BBC

เมื่อถามว่า อยากให้ประชาชนแสดงความเห็นในเรื่องของการปกป้องสถาบันอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วคนดีจะไม่กล้าแสดงออก และกลัว ซึ่งหลายๆคนก็เป็นเช่นนี้ แม้กระทั่งการใช้สื่อโซเชียล ก็ถูกถล่มกลับมา

ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานด้านการข่าวได้ติดตาม ผู้ใช้ Twitter หรือผู้เปิดแอคเคาท์เอง ได้ใช้ช่องทางทางโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter โดยมีการรีทวิตซึ่งมีค่อนข้างเยอะมากประมาณ 4-5 แอคเคาท์ ที่สามารถทำลักษณะเช่นนี้ได้ ถือว่าเป็นการต่อสู้กันในโลกโซเชียล ซึ่งถนนแห่งความเป็นจริง รัฐบาล กำลังแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ดี และทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ หากเราทุกคนสามัคคีกันเราจะผ่านจุดเปราะบางตรงนี้ไปให้ได้ก็จะเป็นเรื่องดี

กลุ่มปกป้องสถาบันร้อง ทบ.


ในช่วงบ่าย นายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย และ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อดีตแกนนำกลุ่มหลากสี พร้อมกลุ่มพลเมืองไทยผู้รักและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ได้เดินทางมายังกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อยื่นหนังสือแสดงความห่วงใย ต่อ ผบ.ทบ. เกี่ยวกับความกังวลในการเคลื่อนไหวทางการเมือง อย่างการที่ผู้ชุมนุมและผู้ทำกิจกรรม ได้นำเอาสถาบันพระมหากษัตริย์มาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือทำกิจกรรมในทางที่ไม่เหมาะสม โดยฝากให้ดูแลและแก้ปัญหา เพราะถือว่าเป็นเรื่องของความมั่นคงของชาติและเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยที่ต้องพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระกษัตริย์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 50 และมาตรา 60

นายสาธิต บอกกับบีบีซีไทยว่า การตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ก็เนื่องจากว่าเขาได้สำรวจความคิดเห็นทางเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วพบว่ามีผู้สนับสนุนให้ออกมาดำเนินการเรื่องนี้มากกว่า 3,000 ราย และที่เลือกมาหารือและยื่นเรื่องนี้ ก็เพราะการปกป้องสถาบันและความมั่นคงเป็นหน้าที่หลักของกองทัพ

ทั้งนี้ การหารือและยื่นหนังสือดังกล่าวมีพล.ท.วิชาญสุขสม รองเสนาธิการทหารบกผู้แทนกองทัพบกเป็นผู้รับเรื่อง

ภาพประกอบโคว้ตพิกประยุทธ์
BBC

ขณะที่ช่วงเข้าที่ผ่านมา ที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกบัวตอง – น้ำพุเจ็ดสี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งว่ารัฐบาลเน้นย้ำในเรื่องการดูแลทรัพยากรบุคคล เด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล รัฐบาลต้องดูแล สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อเขาเติบโตเป็นนิสิต นักศึกษาทุกคน คือ อนาคตของชาติ เพราะทุกคนเป็นลูกหลานของคนไทยด้วยกันทั้งสิ้น เราเติบโตมาด้วยสถาบันหลัก คือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แผ่นดินของเราประกอบด้วย 3 สิ่งนี้ เราต้องร่วมมือกันสานต่อ และบางครั้งประสบการณ์คือ สิ่งสำคัญคนรุ่นเก่าคือผู้ที่มีประสบการณ์ บางอย่างอาจทำดีบางอย่างอาจจะไม่ดี เราต้องนำมาเสริมซึ่งกันและกัน ทำใหม่ขึ้นมา แต่ถ้ารื้อทั้งหมดมันไปไม่ได้ตรงนี้คือหลักกา

วอนเยาวชนฟังคนรุ่นเก่ามากขึ้น

นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี เรียกร้องให้นักศึกษาที่ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงนี้ศึกษาข้อมูลทางการเมือง 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 รวมทั้งเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 เพิ่มขึ้น เพราะว่ามีประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่รัก และปกป้องสถาบัน

“ขอให้เยาวชนเข้าใจข้อมูลอย่างถูกต้อง ฟังเราบ้าง เราก็คือรุ่นพ่อรุ่นแม่ปู่ย่าตายาย ของพวกคุณทั้งนั้น อย่ามาแบ่งแยกกัน เราไม่จำเป็นต้องแสดงพลังเพื่อโต้แย้งถกเถียงเกี่ยงกัน พร้อมย้ำว่า เราพร้อมสนับสนุนกองทัพ ในการปกป้องสถาบันอย่างถึงที่สุด ขอน้อง ๆ กรุณา เปิดฟังสลิ่มบ้าง ว่าสลิ่มเขาพูดกันว่าอย่างไร จริงหรือเท็จอย่างไร ” นพ. ตุลย์ กล่าว

“ที่รุ่นน้องบอกให้มันจบที่รุ่นเรา รุ่นพ่อฟังแล้วสะอื้น ขอให้น้อง ๆ ไปหาข้อมูลมากขึ้นเกี่ยวกับสถาบัน”

สาธิเซกัล – หมอตุลย์ คือใคร

นายสาธิต ปัจจุบันอายุ ​​​81 ปี และเป็นนายกสมาคมนักธุรกิจอินเดีย-ไทย เคยหนึ่งในคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.)

นักธุรกิจสัญชาติรายนี้ กลายเป็นที่รู้จักในสังคม หลังจากเขาถูกศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ประกาศเตรียมออกคำสั่งเนรเทศออกนอกราชอาณาจักร โดยอาศัยอำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

เขาเคยให้สัมภาษณ์กับกรุงเทพธุรกิจเมื่อปี 2557 ว่า “ถึงผมจะสัญชาติอินเดียแต่พฤติกรรม จิตสำนึกผมก็รักประเทศไทย เพราะคิดเสมอว่าพวกเราชาวภารตะที่อพยพมาแผ่นดินไทยจะต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน เมื่อลุงทำธุรกิจเติบโตแล้วก็นำครอบครัวทั้งหมดมาประเทศไทย คุณลุงก็อยู่ประเทศไทยตลอด ครอบครัวตอนนี้มีสมาชิกเป็นร้อยคน ทั้งหมดก็ถือสัญชาติไทยแล้ว ครอบครัวผมก็เป็นไทย ญาติ ๆ บางคนพูดภาษาอินเดียไม่ได้เพราะเกิดที่ไทย คุณลุงผมเป็นผู้นำชาวอินเดียในประเทศไทย มีบทบาทด้านสังคมสงเคราะห์ คุณลุงผมสั่งสอนเสมอว่าอย่าลืมบุญคุณของแผ่นดินนี้”

ในแง่การเมือง นักธุรกิจรายนี้บอกว่า ที่ผ่านมาเขาสามารถทำงานกับนักการเมืองได้ทุกรัฐบาลและพร้อมสนับสนุนในแง่การท่องเที่ยวและการลงทุนระหว่างไทยและอินเดีย

ส่วนนพ.ตุลย์ ถือเป็นผู้ที่เคลื่อนไหวทางการเมืองมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเกี่ยวกับประเด็นสถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ในปี 2554 เคยยื่นหนังสือต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เรียกร้องให้รัฐบาลปิดเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหมิ่นสถาบันและจับกุมอย่างจริงจัง

นอกจากนี้เขายังเป็นอดีตแกนนำกลุ่มคนเสื้อหลากสี ที่เคยเข้ายื่นเรื่องคัดค้านการออก พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในช่วงเดือน พ.ย. 2544 เพื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้เข้าข่ายได้รับการอภัยโทษด้วย

ต่อมาในปี 2556 เขาเคยเป็นผู้นำกลุ่ม กปปส. ส่วนหนึ่ง เคลื่อนขบวนตามซอยพหลโยธิน 7 (ซอยอารีย์ ) เพื่อเรียกร้องให้ประชาชนและหน่วยงานราชการรอบพื้นที่ร่วมต่อต้านระบอบทักษิณ โดยผ่านกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง และแวะปราศรัยเชิญชวนประชาชนและข้าราชการออกมาร่วมชุมนุมด้านหน้ากระทรวงทรัพยากรฯ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ อภิรัชต์ คงสมพงษ์ : กลุ่มเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ หารือกองทัพบกช่วยปกป้องจากการก้าวล่วง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง