Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 22 ก.ย. 2563

งบ 2564: สภาเริ่มประชุมพิจารณางบ 2564 กลาโหม ถูกหั่นมากที่สุด 7.7 พันล้าน

16 ก.ย. 2563 - 14:45 น.

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 วาระที่ 2-3 วงเงิน 3,300,000 ล้านบาท วันที่ 16-18 ก.ย.นี้ โดยกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณฯ จากร่างฯ วาระแรกกว่า 31,000 ล้านบาท

สำหรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ที่ผ่านขั้นตอนของ กมธ.วิสามัญฯ ได้ปรับลดงบประมาณจากวาระแรกที่ตั้งไว้ 3,300,000 ล้านบาท เหลือ 3,285,000 ล้านบาท เพื่อนำไปจัดสรรให้กระทรวงสาธารณสุข มหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา สำนักงานศาลยุติธรรม

บีบีซีไทยตรวจสอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ในรายมาตรา พบว่ามีหน่วยงานที่ถูกปรับลดงบฯ ทั้งสิ้น 28 หน่วยงาน รวมทั้งงบประมาณรายจ่ายสำหรับแผนงานบูรณาการ และทุนหมุนเวียน โดยกระทรวงกลาโหมเป็นหน่วยงานที่ถูก กมธ. วิสามัญเพื่อพิจารณางบประมาณฯ ปรับลดมากที่สุดจากเดิมที่ตั้งไว้ 115,528 ล้านบาท เป็น 107,740 ล้านบาท คิดเป็นวงเงินที่ถูกปรับลดกว่า 7,788 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ งบประมาณของกระทรวงกลาโหม เป็นที่จับตาจากสาธารณะ โดยเฉพาะการจัดซื้อเรือดำน้ำจีน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ของกองทัพเรือ (ทร.) ซึ่งท้ายที่สุด ที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 มีมติเป็น "เอกฉันท์" ให้ตัดงบจัดหาเรือดำน้ำ 2 ลำของ ทร. ออกจากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ภายหลังนายกรัฐมนตรีส่งสัญญาณชัดเจนว่าให้นำงบไปดูแลปัญหาปากท้องประชาชนก่อน

กระทรวงอื่น ๆ ที่ถูกปรับลดงบประมาณ ลำดับถัดมา ได้แก่

- กระทรวงมหาดไทย ถูกปรับลด 3,863 ล้านบาท

- กระทรวงศึกษาธิการ ถูกปรับลด 1,853 ล้านบาท

- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถูกปรับลด 1,796 ล้านบาท

- กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ถูกปรับลด 1,208 ล้านบาท

ในส่วนของงบประมาณรายจ่ายงบกลาง ที่ตั้งไว้ในวงเงิน 614,616.2 ล้านบาท ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นของกรรมาธิการ ซึ่งระบุรายละเอียดการใช้งบประมาณไว้ 12 รายการ เช่น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสด็จพระราชดำเนินและต้อนรับประมุขต่างประเทศ 1,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน 6,000 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 2,500 ล้านบาท เงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ 300,435 ล้านบาท เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 99,000 ล้านบาท เป็นต้น

ฝ่ายค้าน อภิปรายจี้รัฐบาลปรับโครงสร้างงบฯ ลดรายจ่ายประจำกำลังพลกองทัพ

นายวัฒนา เมืองสุข หนึ่งใน กมธ.วิสามัญฯ ซึ่งขอสงวนคำแปรญัตติ กล่าวว่า ตามรายงานงบประมาณนับตั้งแต่ปีงบประมาณปี 2550 -2564 รายจ่ายเพื่อการลงทุนเติบโตขึ้นเพียง 1.8 เท่า ขณะที่รายจ่ายประจำเพิ่มขึ้น 2.2 เท่า จึงเป็นเหตุผลประการแรกที่รัฐบาลต้องไปปรับปรุงโครงสร้างของงบประมาณในส่วนของรายจ่ายประจำ

"รายจ่ายประจำสูงขึ้นและเติบโตขึ้น เมื่อเทียบกับรายจ่ายเพื่อการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ประเทศจะถึงทางตัน"จากการจัดทำงบประมาณปี 2563 ได้จัดทำงบประมาณที่ 3.2 ล้านล้านบาท โดยประมาณการรายรับไว้ที่ 2.7 ล้านล้านบาท แต่การจัดเก็บภาษีที่สิ้นสุดไปเมื่อเดือน ก.ค. จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าไปแล้วกว่า 267,811 ล้านบาท คิดเป็น 17% และคาดการณ์ว่าเมื่อสิ้นสุดเดือน ก.ย. น่าจะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายไม่ต่ำกว่า 350,000 ล้านบาทนายวัฒนากล่าวเพิ่มเติมว่า ในปีงบประมาณปี 2564 มีการตั้งงบขาดทุนไว้ที่ 623,000 ล้านบาท และวงเงินสูงสุดที่จะขาดทุนได้อยู่ที่ 739,200 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ส่งผลต่อการกู้เงินในอนาคต ซึ่งรัฐยังไม่มีแผนงานออกมารองรับในส่วนนี้"เราจึงมีช่องว่างที่จะกู้ได้อีกเพียง 1 แสนกว่าล้าน ถ้าดูสถิติปีนี้แล้วเพียงปี 63 เดือน ก.ค. จัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมายแล้วเกือบ 3 แสนล้าน ซึ่งในปี 64 ผมยังไม่เห็นแนวทางที่เศรษฐกิจจะฟื้นตัว" นายวัฒนายังกล่าวถึงประเด็นการจ่ายเบี้ยผู้สูงอายุและเบี้ยผู้พิการล่าช้า ว่าเป็นสัญญาณทางเศรษฐกิจที่เกิดจากกการจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการอย่างแน่นอน อีกทั้งคณะรัฐมนตรีเพิ่งอนุมัติให้สำนักบริหารหนี้สาธารณะกู้เงินเพิ่มเติมอีก 214,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นเหตุให้ กมธ. ต้องส่งสัญญาณเตือนให้รัฐปรับโครงสร้างรายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายประจำของกองทัพไทยที่เกิดขึ้นจำนวนมาก เช่น ค่าใช้จ่ายของกำลังพล ซึ่งเป็นภาระทางการคลัง

"ถ้าไม่ปรับลด และการจัดเก็บภาษีได้ต่ำกว่าประมาณการเกินกว่านี้ เราก็จะถึงทางตัน เข้าสู่ภาวะที่เรียกว่าการล้มละลายทางการคลัง"

วิปรัฐบาลขีดเส้นโหวตวาระ 3 ภายใน 18 ก.ย.

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวกับที่ประชุมว่าร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2564 ไม่ได้มีความล่าช้าอย่างที่หลายฝ่ายวิจารณ์ แต่สภาได้ขอขยายเวลาเพื่อให้สมาชิกศึกษารายละเอียด จึงขยายเวลาให้ ส.ส. พิจารณาอย่างทั่วถึงอย่างน้อย 10 วัน ซึ่งเป็นเหตุผลของสภาฯ ไม่ใช่ความผิดของสำนักงบประมาณ แต่สภาฯ ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จ 105 วัน คือต้องเสร็จภายใน 28 ก.ย. เพราะฉะนั้น จึงไม่ได้มีปัญหาล่าช้าไป

นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล กล่าวถึงกรอบเวลาการประชุมที่ตกลงกันไว้ 16-18 ก.ย. โดยวันแรกจะพิจารณาถึง 24.00 น. และพักไปประชุมต่อ 9.30 น. วันพรุ่งนี้ (17 ก.ย.) ส่วนวันที่ 18 ก.ย. จะพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อน 24.00 น. โดยจะสรุปและโหวตในวาระ 3 ช่วงเวลา 21.00 น.

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ งบ 2564: สภาเริ่มประชุมพิจารณางบ 2564 กลาโหม ถูกหั่นมากที่สุด 7.7 พันล้าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง