Khaosod
Online

วันเสาร์ ที่ 24 ต.ค. 2563

โลกร้อน: นักวิทยาศาสตร์เตือน ไฟป่าปีนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยประเมินมากที่สุด

23 ก.ย. 2563 - 11:16 น.

โลกร้อน: นักวิทยาศาสตร์เตือน ไฟป่าปีนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยประเมินมากที่สุด - BBCไทย

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นรอบโลกปีนี้ "มีขนาดใหญ่ที่สุดและปริมาณการปล่อยก๊าซ (คาร์บอนไดออกไซด์) โดยประเมินมากที่สุด" ในรอบเกือบสองทศวรรษ

องค์การนาซาและหน่วยบริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัส (Copernicus Atmosphere Monitoring Service) บอกว่า รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย แถบอาร์กติก ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ และพื้นที่ชุ่มน้ำแพนทานัลในบราซิล เผชิญกับไฟป่าครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ18 ปี อ้างอิงจากข้อมูลที่เก็บมา

ลุ่มแม่น้ำแอมะซอนและพื้นที่ชุ่มน้ำแพนทานัล

ในฐานะป่าฝนขนาดใหญ่ที่สุดในโลก แอมะซอนสามารถช่วยกักเก็บคาร์บอนได้มาก ช่วยชะลอภาวะโลกร้อน เป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ราว 3 ล้านสายพันธุ์ และสมาชิกชนเผ่าพื้นเมืองอีกหนึ่งล้านชีวิต

ผู้เชี่ยวชาญด้านป่าไม้บอกว่า ป่าไม้ที่นี่ถูกทำลายในระดับเทียบเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นเมื่อทศวรรษก่อน

เปาโล มูตินโญ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแอมะซอน บอกว่า เราอาจไม่เห็นไฟลุกลามหนักเท่ากับในแคลิฟอร์เนีย เพราะไฟลุกลามในระดับต่ำกว่า แต่มันสามารถสร้างความเสียหายได้มากกว่า

"ต้นไม้สามารถตายอย่างช้า ๆ ภายในเวลาไม่กี่ปี"

Smoke and flames rise from an illegally lit fire in an Amazon rainforest reserve, south of Novo Progresso in Para state, Brazil
Getty Images
ไฟป่าในบราซิลกลับไปรุนแรงในระดับที่เท่ากับเมื่อทศวรรษที่แล้ว

เขาบอกว่า ในพื้นที่ราว 6 ไร่ แอมะซอนมีสัตว์และต้นไม้ 300 สายพันธุ์ เทียบกับแคลิฟอร์เนียที่มีเพียงแค่ 25 สายพันธุ์เท่านั้น

ไฟป่าในชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ เกิดจากสภาพอากาศแห้งแล้ง ในขณะที่ในแอมะซอนเกิดจากการตัดไม้ทำลายป่า นักอนุรักษ์บางคนบอกว่ามีปัจจัยมาจากนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้คนทำการเกษตรและทำเหมือง

นอกจากป่าฝนแล้ว แพนทานัล ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลกและกินพื้นที่ประเทศบราซิล ปารากวัย และโบลิเวีย มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก ก็ต้องเผชิญกับไฟป่าด้วยเช่นกัน

ปกติแล้ว พื้นที่นี้จะเต็มไปด้วยน้ำในช่วงหน้าฝนระหว่างเดือน พ.ย. ถึง เม.ย. แต่ปีนี้ในพื้นที่กลับไม่มีน้ำท่วม ทำให้ภูมิภาคต้องเผชิญภัยแล้งอย่างหนัก

ป่าฝนอินโดนีเซีย

แม้ว่าฤดูไฟป่าในอินโดนีเซียจะเริ่มต้นตั้งแต่ 2-3 เดือนที่ผ่านมา แต่จังหวัดสุมาตราและกาลีมันตันกลางก็ยังมีไฟป่าลุกลามอยู่ โดยเจ้าหน้าที่กรีนพีซบอกว่าผืนป่าราว 4 แสนไร่ ได้เสียหายไปแล้วเมื่อนับถึงปลายเดือน ก.ค. แต่ก็ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าปีก่อนหน้า

กาลีมันตันกลาง ซึ่งเป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่สามของอินโดนีเซีย ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินแล้วหลังพบไฟป่ามากกว่า 700 จุด

A peat land fire is seen at Rumbai Pesisir village Pekanbaru, Riau, Indonesia
Getty Images
ไฟป่าในอินโดนีเซียก็รุนแรงเช่นกัน

พื้นที่ชุ่มน้ำแบบพรุในแถบอาร์กติก

A forest fire in central Yakutia in Russia
Getty Images
พื้นที่ชุ่มน้ำแบบพรุอุดมสมบูรณ์ไปด้วยคาร์บอน

ขณะที่ไฟป่าเริ่มลุกลามแคลิฟอร์เนียเมื่อเดือนที่แล้ว บริเวณอาร์กติกเซอร์เคิลก็เริ่มมีไฟป่าลุกลามแล้วเช่นกัน หน่วยบริการสังเกตการณ์ชั้นบรรยากาศโคเปอร์นิคัสบอกว่า ไฟป่าในแถบอาร์กติกนี้ทำให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ 244 เมกะตัน ซึ่งถือว่ามากกว่าปีที่แล้วรวมกันทั้งปีถึง 35%

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มลพิษที่เกิดขึ้นอาจมาจากการเผาไหม้พื้นที่ชุ่มน้ำแบบพรุที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยคาร์บอน

ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม

ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ทุกปีพื้นที่ป่าราว 4 ล้าน ตร.กม. หรือราวพื้นที่เท่า ๆ สหภาพยุโรป ถูกไฟป่าเผาทำลาย ซึ่งส่งผลกระทบร้ายแรงต่อความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศของโลก

รายงานจากหน่วยบริการงานด้านความร่วมมือระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศ (Intergovernmental Science-Policy Platform on Biodiversity and Ecosystem Services) จากเมื่อปีที่แล้ว เตือนว่า สัตว์และพืชราว ราว 1 ล้านสายพันธุ์ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูญพันธุ์ยิ่งกว่าที่เคยมีมา

และไฟป่ายังทำให้เกิดมลภาวะทางอากาศ เนื่องจากสารมลพิษสามารถเดินทางไปได้ไกลและกลายเป็นพิษรุนแรงกว่าเดิมเมื่อทำปฏิกิริยากับแสงแดดและปัจจัยอื่น ๆ

โควิด-19

Out of control forest fire burns the area of the Brazilian Pantanal in rural Pocone, Mato Grosso, Brazil,
Getty Images
พื้นที่ชุ่มน้ำแพนทานัลถูกไฟป่าทำลายในระดับที่องค์การนาซาบอกว่าไม่เคยพบมาก่อน

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลว่าคนที่อยู่อาศัยบริเวณใกล้พื้นที่ที่เกิดไฟป่าจะมีความเสี่ยงติดโควิด-19 มากขึ้น

"ในบราซิล การติดเชื้อโควิด-19 ในหมู่ชนพื้นเมืองสูงกว่าประชากรทั่วไปในประเทศถึง 150%" มูตินโญ่ นักวิทยาศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมแอมะซอน กล่าว

"เนื่องจากชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้อยู่ในหรือใกล้บริเวณที่โดนไฟป่า จึงน่ากังวลว่ามลพิษทางอากาศอาจส่งผลต่อระดับการติดเชื้อโควิด-19 ของคน"

งานวิจัยบางชิ้นบอกว่ามลภาวะทางอากาศมีความเชื่อมโยงกับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการร้ายแรง จนองค์การอนามัยโลกต้องออกมาเตือนประเทศต่าง ๆ ถึงความเป็นไปได้นี้

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ โลกร้อน: นักวิทยาศาสตร์เตือน ไฟป่าปีนี้มีขนาดใหญ่ที่สุดและปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์โดยประเมินมากที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง